วัดพัฒนาราม หรือ วัดหลวงพ่อพัฒน์ เป็นที่รู้จักของชาวสุราษฎร์ธานีกันเป็นอย่างดี เป็นศาสนสถานแห่งหนึ่งที่มีพุทธศาสนิกชนที่ผ่านมาทางนี้และถ้าพอมีเวลาจะเข้ามาสักการ บูชา เคารพศพ ของหลวงพ่อและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัด เป็นประจำ เป็นสถานที่ ที่สงบ ร่มรื่น ต้นไม้ใหญ่ๆ กลางใจเมือง ทางวัดได้มีการจัดให้ปฏิบัติธรรมแก่ผู้สนใจ ข้าราชการ นักเรียน นักศึกษาเป็นหมู่คณะบ่อยๆ 

        วันนี้ก็เช่นเดียวกัน  ลูกชายที่เรียนอยู่ ม.4 ได้มาปฏิบัติธรรมเป็นหมู่คณะ ซึ่งทางโรงเรียนสุราษฎ์พิทยา ได้จัดขึ้นเป็นเวลา 3 วัน วันสุดท้ายมีผู้ปกครองมารอรับ ตั้งแต่ตอนเที่ยง หนุ่มร้อยเกาะ ก็เป็นครอบครัวหนึ่งที่มารอรับลูกด้วย

 

        ภายในวัดก็มีร้านค้าเล็กๆ หลายร้านเพื่อบริการแก่ญาติโยม ที่มาวัด เป็นรถเข็น ข้าวเหนียว ไก่ย่าง ส้มตำ มีให้ทานหลายอย่าง ที่มุมหนึ่งของวัดเห็นยายคนหนึ่ง สูงอายุพอสมควร นั่งปิ้งข้าวเกรียบขาย ซึ่งข้าวเกรียบนี้ หนุ่มร้อยเกาะ เคยทานตอนสมัยที่ยังเป็นเด็กๆ อยู่ จะมีขายเมื่อตอนมีงานมหรสพ งานวัด ในหมู่บ้าน ในตำบล หรืองานปีใหม่ในอำเภอ เคยซื้อกินแผ่นละ 50 สตางค์ แต่จำชื่อไม่ได้ว่าเป็นขนมอะไร รู้แต่ว่าเป็นขนมไทยๆ จึงได้เข้าไปซื้อและได้สนทนากับยาย เลยได้รู้ว่า ชื่อขนมข้าวเกรียบว่าว ยายชื่อ ยายเหียม อายุ 79 ปีแล้ว แต่ยายยังขยัน จะเห็นยายนั่งปิ้งข้าวเกรียบว่าวนี้ขายในที่ชุมชนหลายๆที่ ในสุราษฎร์ฯ ยายเล่าว่า ยายเป็นชาวนคร อยู่ที่ตำบลท่าเรือ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ยายมาอยู่สุราษฎร์ธานีกับลูกสาวหลายปีแล้ว แต่ยังไปๆมาๆระหว่าง จังหวัด นครฯ – สุราษฏร์ฯอยู่

  

        สาเหตุที่ยายที่อายุมากแล้วยังมาค้าขาย เพราะว่ายายชอบการค้าขายมาตั้งแต่เป็นสาวๆแล้ว และเห็นว่ายังพอมีเรี่ยวแรงอยู่ไม่อยากเป็นภาระให้แก่ลูกหลาน และเห็นว่าการค้าขายข้าวเกรียบว่าว ไม่ได้หนักหนาอะไร ยายจึงได้มาขาย แต่ลูกหลานก็ยังมาช่วยมารับ – มาส่ง  เพราะมีสัมภาระหลายชิ้น ขายมา 10 กว่าปีแล้ว เมื่อก่อนยายผลิตเองทุกขั้นตอน แต่เดี๋ยวนี้ไม่ไหวแล้ว เพราะมีขั้นตอนมาก และเรียวแรงก็ไม่ค่อยมีแล้ว จึงสั่งเป็นข้าวเกรียบดิบมาจาก อำเภอหัวไทร จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นแหล่งผลิตข้าวเกรียบว่าวขายส่ง        ยายเหียม ขายข้าวเกรียบได้วันละ 100-200 แผ่น ยายทำเป็นถุงๆ ละ 3 แผ่น ราคา 20 บาท ซึ่งเมื่อหักจากต้นทุนแล้วก็ได้กำไรไม่มากนัก แต่ยายภูมิใจที่ไม่ได้เป็นภาระของลูกหลาน

 

       ถึงแม้ว่า ยายเหียม อายุ 79 ปี แต่ยายยังจำแม่น ทอนเงินยังคล่องอยู่เลย ลูกค้าของยายมีทั้ง เด็ก – จนถึงผู้ใหญ่ บางครั้งเป็นฝรั่งชาวต่างชาติก็มี ยายบอกว่า ฝรั่งมาขอถ่ายรูปบ่อยเลย ได้เห็นนักเรียนผู้หญิง วัยรุ่น มาซื้อหลายกลุ่ม จึงได้ถามน้องคนหนึ่งที่มาซื้อขนมยายว่า ทำไมจึงซื้อขนมอย่างนี้ทาน เขาบอกว่า อร่อยดี เป็นขนมไทยๆ และเห็นว่ายายขาย จึงอยากจะอุดหนุนยายด้วย แต่ไม่รู้จักว่าขนมอะไร ชื่อ ขนม..ข้าวเกรียบว่าว..ครับน้อง แต่ไม่รู้ว่าทำไมจึงชื่อว่าข้าวเกรียบว่าว  ไม่ได้ถาม ยายเหียม มาซะด้วย

 

..น่าจะมีท่านที่รู้อยู่บ้างนะครับ...

                                      ชัยพร  นุภักดิ์