ผมไม่มีอะไรให้ตอบเเทนหรือทำคุณประโยชน์เเก่ผู้สูงอายุเหล่านั้นนอกจากใจเเละฝีมือการวาดภาพที่พอมีอยู่บ้าง

       ย้อนกลับไปเมื่อ ปีสองปีก่อนผมเข้าเรียนหลักสูตรนักบริหารงานพัฒนาชุมชนระดับสูง(นพส.) มีกิจกรรมหนึ่งก่อนที่เราทั้งรุ่น 60 คนจะเเยกย้ายกันกลับไปปฎิบัติภารกิจในหน่วยงานปกติ หลังจากที่ต้องมากิน อยู่ หลับ นอนกันในศูนย์ฝึกอบรมของกรมการพัฒนาชุมชน คือ วิทยาลัยการพัฒนาชุมชน อ.บางละมุงจังหวัดชลบุรีกว่า 1 เดือน คือการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งมติของรุ่นคือ การเลี้ยงอาหารเเก่ผู้สูงอายุที่บ้านพักคนชราบางละมุง ซึ่งอาณาบริเวณรั้วติดกับสถานฝึกอบรมของเรา

พวกเราตื่นกันเเต่เช้าออกกำลังกายริมชายหาดพัทยาในรั้ววิทยาลัยการพัมนาชุมชน จากนั้นพากันเดินเลาะรั้วไปโผล่ที่บ้านพักคนชราที่ตั้งอยู่ติดกัน พบว่าผู้สูงอายุกำลังรอเราอยู่ด้วยใจจดจ่อ เราเเบ่งหน้าที่กันในการบริการผู้สูงอายุที่ทรงคุณค่าเหล่านั้น จากบรรยากาศที่พบเราสะท้อนใจในหลายๆด้าน การไม่เเยเเสพ่อ เเม่ ของคนรุ่นปัจจุบัน พ่อแม่คนเเก่ คนเฒ่า ที่นั้นต่างเฝ้ารอ ลูกหลานอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน รอเเล้ว รอเล่า มีน้ำตาที่ไหลรินอาบเเก้มทุกครั้งที่ ผมถามถึงลูกหลาน...

เราช่วยกันใครมีฝีมือด้านไหนเเสดงกันเต็มที่ บางคนร้องเพลงขับกล่อม บางคนชวนผู้เฒ่าทรงคุณค่าเล่นเกมส์ต่างๆอย่างสนุกสนาน ผมบังเอิญหยิบกระดาษ A4 กับดินสอติดมือไปด้วยก็เลยอาสาขอวาดภาพลายเส้น เป็นภาพสเก็ตคนเหมือนให้คุณป้า คุณลุง คุณตากันสนุกมือ มีผู้สูงอายุมาต่อคิวให้ผมวาดเป็นเเถวยาวเชียวขอรับ

วันนั้นผมกลับศูนย์ฝึกด้วยใจอิ่มเอมเป็นที่สุด สงสารชะตาฟ้าที่ลิขิตให้ผู้เฒ่าเหล่านั้นถูกลืมไปจากหัวใจ ลูกหลานเเละเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านเอง...