ไทยเข้มแข็ง สภากาแฟ AAR HOME STAY BANPAPOO

          เปิดเวทีสภาน้ำเมี่ยง(น้ำชา)

ติดตามงานโครงการไทยเข้มแข็ง SP2

                สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ได้จัดทำโครงการเร่งรัดการลงทุนด้านการศึกษา        และการเรียนรู้อย่างบูรณาการเพื่อเสนอขอรับการสนับสนุนตามแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง ๒๕๕๕ (แผนฟื้นฟูเศรษฐกิจ ระยะที่ ๒  SP2 ) โดยมีกรอบวงเงินรวม ๖๙,๐๙๘,๒๔๕ ล้านบาท) ใน ๑๗ โครงการ ซึ่งสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต ๑ โดยนายวัลลภ  สงวนนาม ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต ๑  ประธานคณะกรรมการดำเนินการขับเคลื่อน ฯ  ได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง  โดยมีรองผอ.สพท.มส.๑     ที่ดูแลกลุ่มนโยบายและแผน เป็นหัวหน้าศูนย์ ฯ

                  โครงการที่ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแม่ฮ่องสอน  เขต ๑ ต้องขับเคลื่อน มี  ๘   โครงการดังนี้ค่ะ

                   ๑.  โครงการที่ ๑  โครงการเพิ่มประสิทธิภาพสถานศึกษา

                    ๒. โครงการที่ ๒ โครงการลงทุนด้านการศึกษา และการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์

                    ๓. โครงการที่ ๓ โครงการพัฒนาคุณภาพโรงเรียนสู่มาตรฐาน

                    ๔.โครงการที่ ๔ โครงการพัฒนาคุณธรรมและสร้างสำนึกความเป็นไทยเพื่อพัฒนาเด็กไทยอย่างยั่งยืน

                     ๕.โครงการที่ ๖ โครงการยกระดับคุณภาพครูทั้งระบบ

                     ๖. โครงการที่ ๘ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพของส่วนราชการ

                      ๗.โครงการที่ ๙ โครงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาไทย

                      ๘. โครงการที่ ๑๗ โครงการจัดสื่อ และสิ่งอำนวยความสะดวกสื่อ บริการและความร่วมมืออื่นใดทางการศึกษา

              โครงการที่ ๕  และ ๗  สพฐ.ขับเคลื่อน สำหรับโครงการที่๑๑ - ๑๖  สพท.ชายแดนใต้ขับเคลื่อน

                            

               คณะกรรมการติดตามการดำเนินงาน ฯ โดยนายวัลลภ  สงวนนาม  ผอ.สพท.มส. ๑  เป็นประธานได้ติดตาม การดำเนินงานของสถานศึกษาในสังกัด  ตั้งแต่วันที่ ๘  - ๑๙ มีนาคม ๒๕๕๓  และได้เปิดเวที สภากาแฟ  AAR  ผลการติดตามการดำเนินงาน  เมื่อวันที่  ๒๓  มีนาคม ๒๕๕๓  ณ  HOMESTAY BANPAPOO

              ติดตามภาพกิจกรรมกันเถอะค่ะ

 

 

 

 

 

  

 

  

 

            บทเรียนที่ได้รับ สรุปสาระสำคัญได้ว่า

         -  แบบฟอร์มในการกรอกข้อมูลแต่ละโครงการมีจำนวนมาก ทำให้สถานศึกษาหลายแห่ง เกิดความสับสนในแบบฟอร์มที่ให้กรอกข้อมูล และต้องใช้เวลามาก 

         -  ในการจัดซื้อสื่อ ต้องให้สอดคล้องกับหลักสูตร เพราะจะเกิดปัญหาในการจัดการเรียนการสอน และการเบิกจ่ายได้

         -  การพัฒนานักเรียน โรงเรียนจะต้องจัดทำแผนในการพัฒนา ต้องให้นักเรียนได้ศึกษาดูงานอย่างจริงจัง และให้เกิดผลดีต่อเด็ก ด้วย

         - การพูดคุย แลกเปลี่ยน ระหว่างสถานศึกษา และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบ สพท.มส.1 จะช่วยให้การดำเนินการฯรวดเร็ว และถูกต้อง

         - การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างชนเผ่า ในด้านภาษา เป็นเรื่องที่น่ายกย่อง

         - คุณครู  และคุณครูชนเผ่าที่ทำหน้าที่สอนภาษาไทยต้องพูดภาษาไทยให้ชัดเจน ออกอักขระ เสียงให้ถูกต้อง

         - การจัดกิจกรรมการเข้าค่ายภาษาไทย ช่วยพัฒนาการอ่าน สอน เขียนภาษาไทย

         - การขับเคลื่อนทุกโครงการ จะต้องดำเนินการภายใต้เงื่อนไข และห้วงเวลาที่กำหนด  โดยเฉพาะโครงการภาษาอังกฤษเข้มแข็ง

         - โรงเรียนที่ขาดแคลนครู จะประสบปัญหาในการดำเนินการเกือบทุกโครงการ

         - การแต่งตั้งคณะกรรมการโดยภาคี ๔ ฝ่าย จะช่วยในการบริหารจัดการได้ดี ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วม   สถานศึกษาใดที่ยังไม่ได้แต่งตั้งคณะกรรมการฯจะได้เร่งดำเนินการ 

         - เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านการเงิน และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านนโยบายและแผน จะต้องชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ และตอบคำถามเพื่อนครูให้ถูกต้อง ตรงกัน

         - เจ้าหน้าที่ที่ช่วยโรงเรียนในการกรอกข้อมูลอีมี่ จะทำให้ได้รับข้อมูลเร็วขึ้น และถูกต้อง 

                                             ฯลฯ

           วันนั้น เลิกสภาฯ หกโมงเย็นกว่าๆ  แต่ก็คุ้มค่า ทำให้ได้แนวทางในการพัฒนา ขับเคลื่อนต่อไปค่ะ