ร้องรำทำเพลง บรรเลงรัก สัมพันธ์

Mini_UKM 5 พิธีกรรับเชิญ เอิ้นเพื่อนร้องเพลง

          ณ เวลา 16.00 นาฬิกา

          เมื่อสถานการณ์การแลกเปลี่ยนเรียนรู้เริ่มคลี่คลาย แต่ละคนแต่ละท่านกระจัดกระจายหายไปอยู่คนละมุมของห้องประชุม เพราะเร่งเร้าพลัง เล่าเรื่องการจัดการความรู้ในประเด็นต่างๆอย่างเมามันส์ พลันสองใบหู รู้สรรพเสียงจาก “เจ้าภาพ”ว่า 18.00 นาฬิกา ถึงเวลาสังสรรค์ แบบเย็นย่ำก็ฮํมเพลง บรรเลงร้องเพลงริมสระน้ำ ท่ามกลางวิวขุนเขาปากช่อง

         สติ ปัญญาตื่นตาตื่นใจทันที เลิกถอดบทเรียนบัดเดี๋ยวนี้ เพื่อจะได้เร็วรี่ไปอาบน้ำ แต่งกายมาเฉิดฉาย เพื่อสร้างสัมพันธภาพ พัฒนาเครือข่ายการจัดการความรู้ของเราให้แน่นแฟ้น แต่....มีสายข่าวรายงานว่า เจ้าภาพปรารถนาจะเปิดโอกาสให้เพื่อนพ้องน้องพี่มีส่วนร่วมกับกิจกรรมในครั้งนี้ ขอเชิญสุดปฐพีแห่งมหาวิทยาลับแม่ฟ้าหลวง เป็นพิธีกร ป๊าด!!!!!! ชอบ

         การเป็นพิธีกร ถือเป็นการฝึกฝนตนเองในด้านการสื่อสาร บุคลิกภาพ การแสดงออกและจิตวิทยาการโน้มน้าวใจที่ดี เมื่อเรามีโอกาส เราควรสร้างสรรค์โอกาสนั้นให้มีคุณค่ามากที่สุด

         หลังจากตกปากรับคำเป็นมาดมั่น ยืนยันรับหน้าที่ พลันมี “เจ้าภาพ” มาขอวางแผนการทำงานทันที สงสัยจะเป็นศิษย์สายเดียวกัน (ลูกศิษย์อาจารย์หมอ JJ) คือ ทำทันที เรียกว่า งานนี้เตรียมการเพื่อผองเพื่อนอย่างแท้จริง มีเกมส์ มีการร้องรำทำเพลง แม้นว่า บางสถานการณ์ยังไม่เห็นด้วย แต่ยินดีช่วยงานนี้อย่างเต็มที่ “วิชาการไม่ ได้เพื่อน เต็มที่”

         เสร็จสรรพกลับบ้านไม้หลังน้อย รอคอยเวลาว่า กะว่าจะอาบน้ำให้สุขสมอารมณ์หมาย แต่ไม่ได้ดังใจคิด เมื่อสาวๆชาวมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงมาเยี่ยมเยือน เรือนพักชาย ประหนึ่งมาให้กำลังใจทหารกล้ากลางสมรภูมิ เพราะทนนอนร้อนตับแล่บมาแล้วหนึ่งคืน (ช่วยไม่ได้ เชียงรายบ้านเรายังห่มผ้ากันหนาวอยู่เลย) ตากล้องมือดี “บุญ”รีบอวดฝีมือการถ่ายภาพด้วยรอยยิ้ม ด้านแขกแก้วผู้มาเยือน ล้วนแต่เป็นสาวหน้าตาดี มีการศึกษาระดับแนวหน้าทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น ดร.มน สำนักวิชาเทคโนโลยีสารสนเทศ และ ดร.อ้อ สำนักวิชาวิทยาศาสตร์ รวมถึงน้องริน ผู้ประสานงานให้แรงงานต่างด้าวอย่างเรามาอยู่ ณ ปากช่อง

 

ผลสรุปของการเตรียมตัวสู่เวทีพิธีกร คือ การเสวนา และกินขนม ชมภาพถ่าย

 

          ถึงเวลา หน้าที่หลักของพิธีกรสำคัญประการหนึ่ง คือ กินก่อนดูหนัง กินทีหลัง อดกิน หมดข้าวหนึ่งจาน ใจเบิกบานขึ้นเวที เริ่มต้นด้วยการรับส่งและเล่าเรื่อง แม่สาย เพื่อเรียกอารมณ์ของคนเหนือ เพื่อคนอีสานกับการเตรียมพร้อมเป็นเจ้าภาพ ปลายปีนี้ที่แม่ฟ้าหลวง ไม่น่าเชื่อ เสียงตอบรับดีมาก ฟังกันอย่างตั้งใจ เหมือนได้ร่วมประชุมวิชาการอย่างไรอย่างนั้น

ขนาดลุงกับป้า ยังออกมาหาความสำราญเล้ยครับ พี่น้อง

           กิจกรรมที่อยากจะทำ แต่ไม่คิดจะนำเสนอถูกเก็บไว้ก่อนเป็นระลอกสอง ป้องกันความผิดพลาด เลยเลือกกิจกรรมเกมส์คาราโอเกะ หรือการร้องเพลงที่ไม่ต้องออกแรงมาก อาศัยจังหวะและใจรักมาเป็นแรงกระตุ้น กอปรกับเชื่อสนิทใจจากบทพระราชนิพนธ์แห่งองค์ล้นเกล้ารัชกาลที่ 6 ความหนึ่งว่า “ชนใดไม่มีดนตรีกาล ในสันดานเป็นคนชอบกลนัก” มาเป็นหลักชัยในการทำกิจกรรม ได้ผล ร้องคนเดียวอาย เราเชิญมาเป็นหมู่คณะ สาระสำคัญ คือ การมีส่วนร่วม จากมหาวิทยาลัยหนึ่งถึงมหาวิทยาลัยหนึ่ง

          การให้เกียรติผู้ฟัง คือ พลังเสน่ห์ของพิธีกรอย่างแท้จริง

           จากนั้น บรรยากาศของการร่วมร้องเพลง ร่วมรำวงเกิดขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ กิจกรรมที่เตรียมไว้ ลืมนำมาใช้ ผ่านไปอย่างไม่รู้สึกตัว เกิดรอยยิ้ม ความสนุกสนาน ความไม่ถือเนื้อถือตัว

 ลีลาวิทยากร ศ.นพ.วุฒิชัย สู้ทุกเพลง บรรเลงร้องทุกรูปแบบ

          บทเพลงแล้วบทเพลงเล่า ผสมผสานกับแต่ละยุคแต่ละสมัยของบทเพลง แต่ละแนว แต่ละจังหวะสอดประสานกันอย่างลงตัว แบบหัวใจ คนคอเดียวกัน ผมค่อยๆลาจากเวทีอย่างไม่ต้องกล่าวอำลา หรือให้เจ้าภาพต้องมากล่าว ขอบคุณ ไม่ใช่สิ่งจำเป็นของผู้เป็นพิธีกรอยากได้ หากแต่ รอยยิ้มและการมีส่วนร่วมต่างหาก คือ เป้าหมายของกิจกรรมค่ำคืนนี้ และฟ้าก็มีตา เพราะผมคว้ารางวัลขวัญใจมาครอบครอง

 มศว.ขอยึดเวที

           ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่า ผมบ้าบิ่นขนาดไหน รู้แต่เพียงว่า ไม่อยากมานั่งกล่าวลาอาลัยว่า เสียดายไม่ได้ทำแบบนั้น แบบนี้ “เวลา สายน้ำ โอกาส” ไม่มีทางหวนกลับมาให้เราชื่นชม ชื่นเชย รำพึง รำเพยอารมณ์อย่างนั้นอีกเป็นแน่

 

          นอกจากนี้ ค่ำคืนนั้น ยังได้รับความสนุกสนานจากเกมส์ที่มหาวิทยาลัยมหาสารคามนำมาฝากพวกเราให้เราได้สนุกสนานกันมากขึ้น เหมือนเป็นงานเลี้ยงรุ่นอย่างไรอย่างนั้น

 

          โอกาสนี้ ผมขอขอบคุณ “โอกาส” “เวลา”ที่ให้ผมได้เข้าไปมีส่วนร่วมกับกิจกรรมแห่งมวลมิตรคนคิดดีในครั้งนี้ ขอบคุณ “เจ้าภาพ” มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีที่ให้ทางเพื่อนเดินอย่างมีความสุข ให้ทุกคนลุกมาร่ำร้องบทเพลงเดียวกันอย่างสุดเสียง และขอบคุณเพื่อน Mini_UKM 5 ทุกท่านที่เปิดใจให้โอกาสตนเองเข้าไปมีส่วนร่วมกับงานเลี้ยงนั้น อย่างหฤหรรษ์วัน KM@ปากช่อง

 

ด้วยจิตคารวะ พบปะอารมณ์แบบนั้นอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เน้อเจ้า