ผมไปพะเยาครั้งล่าสุดนี้ ผมนัดเจอเพื่อนคนหนึ่งชื่อ โทชิอาคิ คานายะ

โทชิ เป็นเพื่อนร่วมรุ่นของผมสมัยเรียนปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยนเรศวร พิษณุโลก

ทุกวันนี้ โทชิ เป็นอาจารย์สอนอยู่ที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร พะเยา

ในสมัยเรียนปริญญาตรีนั้น ผมเป็นนักกิจกรรมคนหนึ่ง แล้วก็มีโทชิเป็นทีมงาน

ซึ่งผมก็อุ่นใจและมั่นใจทุกครั้งที่มีโทชิร่วมทีม เพราะโทชิมีความรับผิดชอบสูง มีวินัย และ ไม่นิ่งดูดาย

...

...


เจอกันครั้งล่าสุดนี้ เราคุยกันเรื่อง ปลาไน หรือ โคอิ ในภาษาญี่ปุ่น

โทชิบอกว่า ปลาไน เป็นสัตว์ที่เด็กชายชาวญี่ปุ่นถูกปลูกฝังให้นับถือ

เพราะปลาไนเป็นปลาที่มีความอดทนสูง

โทชิบอกอีกว่า เวลาขนย้ายปลาไน เราแค่เอากระดาษหนังสือพิมพ์ห่อ ยกขึ้นรถ สองชั่วโมงผ่านไป ปลาไนก็ยังไม่ตาย

ผมไม่ทราบว่า ปลาไนญี่ปุ่น กับ ปลาไนไทยเหมือนกันรึเปล่า

แต่ผมฟังแล้วก็คิดว่าเป็นกุสโลบายที่ดี สำหรับการสอนให้เด็กชายชาวญี่ปุ่นมีความอดทน

ซึ่งเท่าที่สัมผัสกับตัว ก็ยืนยันได้ว่า โทชิ มีความอดทนในการทำงานมากกว่าผมหลายเท่า

จนหลายๆ ครั้งผมก็ประหลาดใจว่า ทำไมถึงทำงานอึดขนาดนั้น

โดยโทชิ ก็ยอมรับว่า ได้รับอิทธิพลมาจากการปลูกฝังเรื่องปลาไน หรือ โคอิ จากครอบครัว

...

...

ที่บ้านเราก็มีเหมือนกัน ที่ผู้ใหญ่จะยกคุณลักษณะบางอย่างของสัตว์ขึ้นมาสอนลูกหลาน

สมัยเด็กๆ ครูก็จะสอนผมว่า "อย่านอนกิน มันเหมือนงู"

ซึ่งครั้งนั้นผมก็ตอบครูไปว่า "แล้วงูมันยืนกินได้เหรอครับ" ทั้งห้องหัวเราะ ผมได้ใจ

ครูพูดอีกว่า "ถ้าขี้เกียจจะเป็นแมลงวัน ถ้าขยันจะเป็นแมลงฝึ้ง"

ผมพูดอีกว่า "ครูครับแมลงวันมันไม่เห็นขึ้เกียจเลยครับ" ทั้งห้องหัวเราะอีก แต่ผมโดนครูตี

ซึ่งก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ ว่าทุกวันนี้ยังมีการปลูกฝังอุดมการณ์เด็กๆ ผ่านสิ่งมีชีวิตอยู่หรือเปล่า

เพราะเด็กๆ สมัยนี้ก็ไม่ได้มีหูตาเอาไว้ฟังพ่อแม่ครูอาจารย์เพียงอย่างเดียว

...

ในสังคมข่าวสารที่มีข่าวสารเกินพิกัด และ มนุษย์มีเสรีภาพในการเลือกข่าวสารได้เอง

อำนาจของช่องทางและผู้ให้ข่าวหรือข้อมูลจะลดลง มนุษย์สามารถสร้างการรับรู้และความหมายผ่านช่องทางต่างๆ ที่ส่งมาได้อย่างไม่รู้จบ

สังคมข่าวสารทุกวันนี้ ความรู้ทั้งหมดและคนทุกคนถูกโยงอยู่ในระนาบเดียวกัน

ไม่มีสิ่งใดไร้สาระจนต้องถูกตัดออก และไม่มีสิ่งใดสำคัญจนต้องมีสถานะพิเศษ

แต่ละคนต่างมีเสรีภาพในการเลือก และ ต่างต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ตนเลือก

นั่นคือสิ่งที่คุณรับรู้และปลูกฝังตัวเอง

ซึ่งสุดท้ายชุดข้อมูลที่คุณหรือเด็กๆ รับเข้าไปเป็นค่านิยม เป็นทฤษฏีการดำรงชีวิต ก็จะแสดงออกทางพฤติกรรม

ดังนั้นจึงไม่ต้องแปลกใจที่ในอนาคต จะมีข่าวม๊อบในโรงเรียนเกิดขึ้น

เด็กนักเรียนหญิงจะตบกันเหมือนในละครมากขึ้น เด็กประถมจะตื่นตีสองมาดูบอลมากขึ้น หรือ ผงชูรสขายไม่ออกแต่อูมามิขายดี เป็นต้น

...

หากคุณเป็นคุณครู หากคุณเป็นพ่อแม่ คุณอยากให้เยาวชนดำเนินชีวิตตามสิ่งมีชีวิตประเภทไหนครับ

ระหว่าง ปลาไน หรือ หัวหน้าม๊อบ ... เปิดทีวีในบ้านหรือคุยกันให้เด็กฟัง ระวังดีดีนะครับ