คืนครูให้กับศิษย์ คิดออกแบบการเรียนรู้ คือครูชั้นยอด

 

 

หลักสูตรใหม่ หัวใจอยู่ที่ครู

                    

               ผอ.สุภาพร  สุนทรา                                     ผอ.พลเดช  ศรีบุญเรือง
ประธานเครือข่ายคุณภาพการศึกษาสอนแก้วว่องไววิทยา     อำนวยการสำนักงานพื้นที่
                                                                             การศึกษายโสธร เขต 1

       การเปลี่ยนแปลงเล็กๆ จะเติบโตเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่
การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรสู่หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 ซึ่งจะประกาศใช้ทั่วประเทศในปีการศึกษา 2553 โรงเรียนต่างๆ เริ่มพัฒนาครูเพื่อให้เรียนรู้การจัดทำหลักสูตรและการนำหลักสูตรไปใช้ ผู้เขียนได้นำครูเข้ารับการอบรมเชิงปฏิบัติการการจัดทำหลักสูตรสถานศึกษา ที่เครือข่าย
คุณภาพการศึกษาสอนแก้วว่องไววิทยา ระหว่างวันที่ 22 – 24  มีนาคม  2553 ณ หอประชุมโรงเรียนบ้านสำราญ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษายโสธร เขต 1 จากการได้รับรู้ มีข้อสังเกตที่ตนเองวิเคราะห์ว่าหลักสูตรแกนกลางการศึกษา
ขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 เป็นหลักสูตรที่ผสมผสานระหว่างหลักสูตร 2503 กับหลักสูตร 2521 ที่เป็นเช่นนั้นอาจจะเป็นเพราะรายวิชาในสมัยเรียน
ตามหลักสูตร 2503 ที่กลับมาเห็นได้เด่นชัด คือสาระการเรียนรู้สังคม
วิชาภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หน้าที่พลเมือง วัฒนธรรม
โดยเฉพาะวิชาประวัติศาสตร์ระดับประถมศึกษากำหนดให้เรียนตลอดปี 40 ชั่วโมง นั่นหมายถึงสัปดาห์ละ 1 ชั่วโมง ส่วนการเรียนนั้นจะจบไปเป็นชั้นๆ มีเกณฑ์เวลามาร่วมตัดสินคือต้องมีเวลาเรียนร้อยละ 80 ผลการเรียนต้องผ่านร้อยละ 50 ซึ่งสมัยเราเป็นเด็กการสอบตกก็คือต่ำกว่าร้อยละ 50 แต่ที่คล้ายกับหลักสูตร 2521 ตรงที่ไม่ผ่านแต่สามารถให้สอบแก้ตัวได้ ไม่ต้องซ้ำชั้นเพียงแต่ไม่จบพร้อมเพื่อนเท่านั้นเอง ต้องเรียนให้ครบตามที่หลักสูตรกำหนด

              

  

หลักสูตรใหม่คืนครูให้กับศิษย์

                        แนวทางในการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตรใหม่จะมีลักษณะเหมือนหลักสูตรเก่า ดังนี้

       (1) เน้นที่ผู้เรียนเป็นสำคัญ

       (2) คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล

       (3) จัดการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับการพัฒนาทางสมอง พัฒนาการทางอารมณ์

      (4) จัดการเรียนรู้ที่เน้นด้านคุณธรรมจริยธรรม

      จะเห็นว่าครูต้องสอน สั่ง อบรม บ่มนิสัย สนับสนุนให้เขาได้เรียนรู้เต็มตามศักยภาพ

              

บทบาทครูตามหลักสูตรใหม่จึงควรเป็นดังนี้

        (1) สำรวจประสบการณ์ของผู้เรียน ว่าผู้เรียนมีวิธีการเรียนรู้(Learning Styles)อย่างไร โดยวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคลและกำหนดเป้าหมายที่ต้องการจะให้เกิดขึ้นกับผู้เรียนด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการ เพื่อนำมาใช้จัดการเรียนรู้อย่างเหมาะสม

        (2) บูรณาการและถ่ายโยงความรู้ จากความรู้เดิมไปประยุกต์ใช้ในการเรียนรู้ใหม่ ซึ่งครูผู้สอนควรดำเนินการดังนี้

            2.1 ออกแบบการเรียนรู้ที่สนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและพัฒนาการทางสมอง

            2.2 จัดบรรยากาศที่เอื้อต่อการเรียนรู้และดูแลให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้

            2.3 จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่นและเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้

            2.4 ประเมินความก้าวหน้าในการเรียนรู้ของผู้เรียน ด้วยวิธีการที่หลากหลาย  เหมาะสมกับธรรมชาติวิชาและระดับพัฒนาการของผู้เรียน

            2.5 วิเคราะห์ผลการประเมิน เพื่อนำมาใช้ซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ของตนเองด้วยกระบวนการวิจัย

 

 

                        ครูตามหลักสูตรใหม่จึงเป็นหัวใจสำคัญที่จะขับเคลื่อนการเรียนรู้ ให้ประสบความสำเร็จสูงสุดเพราะเป็นผู้ออกแบบการเรียนรู้ ความเป็นครูที่ทำให้เด็กเกิดความศรัทธา จึงจะนำพาเขาให้เรียนรู้อย่างมีความสุข และเรียนรู้ได้ดี ครูจึงควรใช้ความพยายามมากขึ้นในการเตรียมการสอน หากยังติดพฤติกรรมสั่งโดยไม่สอน แน่นอนเด็กจะเลือกที่จะทำในสิ่งที่เขาสนุก สิ่งที่ครูสอนจะไม่มีความหมาย แล้วก็กลับไปโทษหลักสูตรว่าล้มเหลว อีกตามเคย หลักสูตรเจ้าช่างเกิดมารองรับคำแก้ตัวได้ตลอดกาล เจ้าช่างน่าสงสารจังเลย