การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัย โดยใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวเต้นรำเชิงลีลาศ

การวิจัย ครั้งนี้มีจุดมุ่งหมายสำคัญเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายของ เด็กปฐมวัยโดย ใช้กิจกรรมเคลื่อนไหวเต้นรำเชิงลีลาศ กลุ่มตัวอย่างที่ใช้การวิจัยครั้งนี้คือ เด็กชาย - หญิง อายุระหว่าง 5 - 6 ปี ที่กำลังศึกษาอยู่ในชั้นอนุบาลปีที่ 2/3 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2551 ของโรงเรียนอนุบาลวัดพิชัยสงคราม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาสมุทรปราการ เขต 1 จำนวน 39 คน ได้มาโดยวิธีการเลือกแบบแบ่งกลุ่ม ระยะเวลาในการทดลอง 12 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 5 วัน วันละ 20 นาที จำนวน 54 ครั้ง ช่วงระหว่างวันที่ 3 พฤศจิกายน 2551 ถึงวันที่ 23 มกราคม 2552 เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือ ชุดกิจกรรมการเคลื่อนไหวเต้นรำเชิงลีลาศ ได้ค่าดัชนีความสอดคล้องระหว่างพฤติกรรมกับจุดประสงค์ IOC เท่ากับ 1.00 ทุกรายการและมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ .923 การวิจัยครั้งนี้ใช้การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ (Repeated -Measures ANOVA) ผลการวิจัย พบว่า ระหว่างการจัดกิจกรรมการเคลื่อนไหวเต้นรำเชิงลีลาศ 12 สัปดาห์ เด็กชาย -หญิง กลุ่มทดลอง จำนวน 39 คน จำแนกตามรายบุคคลมีพัฒนาการทักษะโดยรวม ทั้ง 4 ทักษะ มีพัฒนาการเปลี่ยนแปลงขึ้นทุกครั้งอย่างต่อเนื่อง คือ ทักษะการยืน ทักษะการเดิน ทักษะการวิ่ง ทักษะการกระโดด มีค่าเฉลี่ยอยู่ระหว่าง 2.13 - 7.41,1.92 - 7.46, 1.87 - 7.33 และ 1.00 - 7.03 ตามลำดับ เมื่อเปรียบเทียบคะแนนพัฒนาการทั้ง 4 ทักษะ มีพัฒนาการรวมแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (P < .001) และเมื่อเปรียบเทียบเป็นรายคู่ความแตกต่างของค่า เฉลี่ยแต่ละสัปดาห์กับสัปดาห์ก่อนหน้า ทุกคู่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (P < .001) ส่วนเมื่อเปรียบเทียบรายทักษะ คือ ทักษะการยืน ทักษะการเดิน ทักษะการวิ่ง ทักษะการกระโดด โดยใช้สถิติวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบวัดซ้ำ มีความแตกต่างกันอย่าง มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .001 (P < .001) และการเปรียบเทียบความแตกต่างค่าเฉลี่ยเป็นราย คู่ แต่ละสัปดาห์กับสัปดาห์ก่อนหน้า พบว่า พัฒนาการทักษะการยืน พัฒนาการทักษะการเดิน พัฒนาการทักษะการวิ่ง พัฒนาการทักษะการกระโดด ทุกคู่มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ ทางสถิติที่ระดับ .001 (P < .001) แสดงว่า ระหว่างการจัดกิจกรรมเคลื่อนไหวเต้นรำเชิงลีลาศ 12 สัปดาห์ สามารถส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายของเด็กปฐมวัยเปลี่ยนแปลง เพิ่มขึ้นได้ อย่างชัดเจน ส่วนคุณภาพแผนการจัดประสบการณ์โดยภาพรวมมีผลประเมิน คุณภาพอยู่ในระดับ มากที่สุด (=4.80)และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า แผนการจัดประสบการณ์มีผลประเมิน      ในระดับมากที่สุด  (= 4.50) จำนวน 11 ข้อรายการและมีผลประเมินระดับมาก (= 3.50 – 4.49) จำนวน 20 ข้อรายการ

ละไม เริงฤทธิ์