เด็กวันนี้ คือผู้ใหญ่ในวันหน้า
     
      
       วันนี้หลังได้รับตอบตกลงกับ “ยุ่ง”  เพื่อนรักว่าจะไปร่วมกิจกรรมการให้ความรู้การป้องกันไข้หวัดใหญ่ 2009 ที่โรงเรียนแก่งคอยบ้านเก่าของลูก เขียว-เหลือ  ทุกครั้งที่ได้เข้าร่วมกิจกรรมกับโรงเรียน  หรือกิจกรรมอื่นๆที่มาจัดในโรงเรียนแก่งคอยฉันรู้สึกอบอุ่นและดีใจทุกครั้ง  สถานที่  ที่ประสิทประสาทวิทยาความรู้ให้กับฉันตั้งแต่ ม.1-ม.6 อาจารย์ที่สนิทสนมที่สุดก็คืออาจารย์ประจำชั้นที่สอนในช่วงมัธยมปลาย  ใครหลายคนยังได้พบปะพูดคุยกับอาจารย์ประจำชั้น  แต่อาจารย์ประจำชั้นของฉันได้ย้ายโรงเรียนหมดทุกคนเลยตั้งแต่ที่พวกฉันจบ ม.6  แต่ก็ยังมีอาจารย์หลายๆท่านที่ยังคุ้นเคยอยู่

       จากที่คิดวางแผนทั้งหมด  วันนี้ทำได้เพียงการฉายวีดิทัศน์ให้เด็กนักเรียนได้ดูโดยคุณรุ่งชัย  หงษ์เวียงจันทร์  นักวิชาการสาธารณสุขไปเรียบร้อย  คิดว่าเราคงช่วยเรื่องกระบวนการกลุ่มได้  ได้แบ่งเด็กออกเป็น 2 กลุ่ม  และเข้าฐาน 2 ฐาน  ได้แก่  ฐานกินร้อน ช้อนกลาง   อีกฐานคือ  ฐานล้างมือซึ่งฐานนี้มีน้องนักศึกษาเข้ามาช่วย  ซึ่งน้องๆก็ได้เตรียมแผนการสอนมาอย่างดี  เหลือบดูนาฬิกาคงเหลือเวลาเพียง 1 ชั่วโมงเท่านั้นต้องบริหารเวลาให้ได้ฐานละ  30 นาที  แถมกิจกรรมวันนี้จัดในโรงยิมที่เปิดโล่ง  ใกล้กับสนามโรงเรียนที่มีการฝึกซ้อมวงดุริยางค์  ซึ่งเสียงดังมาก  ทำให้ฉันต้องรวบรวมพล้งอย่างมาก  เพื่อดึงเด็กๆให้เข้ามาสนใจ

        นักเรียนที่มาเข้าร่วมทั้งหมดเป็นเด็กนักเรียนชั้น ป.4  และ ป.5  ส่วนนักเรียน ป.6 จบการศึกษาแล้วคุณครูจึงไม่ได้นำมา  เพื่อต้องการให้เด็กกลุ่มนี้นำไปขยายผลหรือบอกคนในครอบครัวและญาติพี่น้อง  รวมถึงน้องๆที่โรงเรียนได้  จากนักเรียนทั้งหมด ที่เข้าร่วมกิจกรรมมาจากโรงเรียนประจำตำบลต่างๆ ได้แก่ บ้านธาตุ  ตาลเดี่ยว  สองคอน  ชำผักแพว  บ่อโศก  วังกวาง เตาปูน  รวมทั้งหมด 90 คน

        ฐานของฉันหลังฟังวิชาการมาแล้วและคิดว่าเด็กๆคงได้ความรู้จากทั้งคุณครูในโรงเรียน  และจากสื่อต่างๆมากมายตอนนี้คิดว่าน่าจะพอจำได้  ฉันจึงต้องเติมความเข้าใจลงไป  คำว่ากินร้อน  ช้อนกลาง  และล้างมือเป็นอย่างไร  และไม่อยากให้เด็กๆ ฟังๆๆๆ อย่างเดียวจึงต้องหากิจกรรมมาร่วมด้วยเพื่อให้เด็กเกิดความคุ้นเคยสนุกสนานไม่เหมือนการฟังวิชาการแต่ได้ความรู้ไปด้วย  30 นาทีฉันจะทำอะไรได้บ้าง  ฉันนำเข้ากลุ่มด้วยการแนะนำตัวอีกครั้งและให้นักเรียนจับมือกันเป็นวงกลม  ภาพที่เห็นคือนักเรียนที่มาจากโรงเรียนเดียวกันก็จะจับกลุ่มกันอย่างเหนียวแน่น  ทำอย่างไรจะให้ได้รู้จักกับเพื่อนต่างโรงเรียนบ้าง  เมื่อลองให้นับเลขเพื่อจับคู่ยังได้คู่ ชาย-ชาย  หญิง-หญิง เป็นส่วนใหญ่  ซึ่งก็ไม่แปลก  แต่ฉันเองอยากได้ที่หลากหลายกว่านั้น  ตอนหลังจึงต้องให้จับมือเป็นวงกลมใหม่  แล้วเริ่มกิจกรรมกลุ่มใหม่  คิดว่าเริ่มจะเกิดความคุ้นเคยกันบ้าง  จึงให้จับคู่อีกครั้ง  คราวนี้ได้กลุ่มที่หลากหลาย  ยังพอมีชาย-หญิงบ้าง เป็นไปตามความคาดหวังของฉัน  แต่ยังห้ามเป็นคู่ที่มาจากโรงเรียนเดียวกัน

        เริ่มด้วยกิจกรรมฝึกตั้งคำถาม  ฟังอย่างตั้งใจ  และได้คิด  โดยให้ถามเพื่อนที่จับคู่กันอยากถามอะไรก็ได้  ในเวลาที่กำหนด  คนฟังก็ให้ตั้งใจฟังเพื่อนพูดและตอบคำถามอะไรบ้าง  ช่วงแรกเด็กนั่งจ้องหน้ากันเฉยๆ  บางคู่ที่เป็น ชาย-หญิง ก็ต่างคนต่างนั่งก้มหน้า  ต้องคอยกระตุ้นและลองยกตัวอย่างคำถามง่ายเป็น ชื่อจริง ชื่อเล่น พี่น้อง สิ่งที่ชอบ ฯลฯ  กิจกรรมจึงเริ่มไปด้วยดี  เมื่อให้มาพูดต่อหน้าเพื่อนโดยหาอาสาสมัครไม่มี  เงียบ  จึงต้องเลือกคู่ที่คุยกันมากที่สุด  และคู่ที่คุยกันน้อยสุด  ตามที่ฉันแอบสังเกตมาพูดต่อหน้าเพื่อนๆ  และคู่อื่นๆอีก  พบว่าบางคู่ก็ได้ข้อมูลมาก  บางคู่ก็ได้ข้อมูลน้อย  ส่วนใหญ่จะน้อย  และสรุปให้เด็กฟังอีกครั้ง  ลองทบทวนเมื่อกลับบ้านจะไปบอกใครบ้างเกี่ยวกับไข้หวัด 2009  จะบอกอย่างไร  ถ้ามีคนถามจะบอกอย่างไร  ส่วนใหญ่จะตอบได้ดีและเข้าใจ 

ฐานล้างมือของพี่ๆนักศึกษา

ฝึกการล้างมือ

           ส่วนฐานล้างมือก็ไม่น่าห่วงน้องๆนักศึกษาสอนล้างมือควบคู่กับกิจกรรมกลุ่มที่น้องๆเตรียมมา
          สุดท้าย  ที่ลืมไม่ได้คือ หน้ากากอนามัยที่ทำเองได้  สอนให้นักเรียนทำหน้ากากอนามัยใช้เองและปรับขนาดให้พอดีกับใบหน้า  เพื่อรับมือกับการระบาดใหญ่ในปีนี้  พร้อมแจกหน้ากากอนามัย(ผ้าปิดปาก-จมูก)ที่เย็บด้วยผ้าคนละ 1 ชิ้นเพื่อนำไปใช้และเป็นตัวอย่างในการทำใช้เองในครอบครัว

คุณครูตัวจริงมาแล้วค่ะ

การแสดงของพี่ๆ...มัธยมแก่งคอย

เจ้าตัวเชื้อโรค...ได้รับความสนใจจากน้องๆพอสมควร

        เมื่อเด็กแต่ละคนเข้าครบทั้ง 2 ฐาน เวลา 11.30 น. พอดี เวลาที่เหลืออีกครึ่งชั่วโมงเป็นการแสดงของพี่มัธยมแสดงละครให้ดูซ้ำเพื่อตอกย้ำความเข้าใจอีกว่าติดเชื้อไข้หวัด 2009  ได้อย่างไร  แล้วจะป้องกันอย่างไรโดยให้เด็กๆขึ้นไปตอบคำถามของพี่ๆ

 

รองผู้อำนวยการโรงเรียนแก่งคอยกล่าวขอบคุณและปิดการอบรม

มอบของที่ระลึกและสื่อการสอนเพื่อนำไปขยายผลต่อไป

        รองผู้อำนวยการโรงเรียนแก่งคอยได้สรุปการจัดโครงการอีกครั้งพร้อมมอบเงินจำนวนหนึ่งให้กับโรงเรียนเพื่อไปดำเนินกิจกรรมต่อ  พร้อมเจลล้างมือ  ไวนิลสื่อโรคไข้หวัด 2009 ให้กับทุกโรงเรียนที่เข้าร่วมกิจกรรม  และกล่าวปิดประชุม

 

              ทุกครั้งที่ฉันทำงาน  ด้วยความตั้งใจ  ด้วยความจริงใจ  เพราะมันคืออาชีพของฉัน...วันนี้จึงมีครูมาแอบกระซิบถามเพื่อนของฉันว่า  "ฉันเป็นครูมาก่อนหรือ" มันทำให้หัวใจของฉันพองโตได้เล็กๆ

 

             สิ่งที่ฉันประทับใจ...รองผู้อำนวยการได้พูดกับเด็กๆที่เข้าร่วมกิจกรรมในวันนี้ว่า  “ลูกๆของครู...”  ฉันฟังแล้วรู้สึกอบอุ่นและมิตรไมตรี  ทำให้อยากเรียนโรงเรียนนี้จัง

 

            สิ่งที่ฉันพบ...เด็กๆส่วนใหญ่ไม่ค่อยกล้าแสดงออก  ต้องคอยกระตุ้นอย่างมากนี่คือความแตกต่างของเด็กในเมืองกับเด็กชนบท  อาจจะด้วยเวลาของการสร้างความคุ้นเคยมีน้อย  หรืออาจจะเป็นเพราะเด็กยังเล็กอยู่โดยเฉพาะเด็กชั้นป.4 
        ...สถานที่จัดกิจกรรมนั้นไม่เอื้อต่อการเรียนรู้  มีสิ่งรบกวนจากเสียงภายนอกที่ดังมาก
        ...การแสดงของพี่ๆ  ไม่ต่อเนื่อง  เสียงไมค์ไม่ด้งก็ไม่ได้ย้อนให้เด็กได้ฟังกันอีกครั้ง
        ...การแสดงอยู่บนเวทีไกลไป  มีต้นไม้บังด้านหน้า  เวลาพี่ๆแสดงก้มๆเงยเด็กจะมองไม่เห็นไม่ทราบว่าทำอะไรกัน  เสียงไมค์ก็ไม่ดัง
        ...การให้เด็กๆได้ร่วมกิจกรรมขึ้นไปตอบคำถามมีเพียงคนเดียว น่าจะมีมากกว่านั้น