เชียงร้าย เชียงราย

          เมื่อถึงสถานีรถไฟเชียงใหม่สิ่งแรกที่ทุกคนตั้งหน้าตั้งตาทำก็คือถ่ายรูปกับหมีแพนด้าที่สถานีรถไฟ บางคนอดนอนทำให้ไม่สามารถแยกแยะได้ว่าไหนคนไหนแพนด้า อ.วณียืนรอที่หมีแพนด้าอยู่แล้ว ทุกกลุ่มต่างรีบถ่ายรูป และไปรวมตัวที่รถตู้ที่อ.วณีจัดเตรียมไว้พร้อมสรรพ


          รถตู้ 1 คัน ประกอบด้วย 2 กลุ่ม เพื่อประหยัดทุนทรัพย์ที่กรรมการตั้งไว้ ดังนั้นกลุ่ม 2 จึงรวมกับกลุ่ม 3 ส่วนกลุ่ม 4 รวมกับกลุ่ม54 สมาชิกรถตู้คันที่ 1 ประกอบด้วยกลุ่มของฉัน (สมาชิกแจ้งใน episode 1)และกลุ่ม 3 มี ศรีผู้พี่ ผช.เลขาธิการมส.ผส. เลขาคนสวยนพ.สมศักดิ์ ชายหนุ่มพุงกลมสวมแว่นคล้ายโดเรมอนแห่งชั้น 3 และนักข่าวสาวน้องใหม่ผิวเข้ม อีกคันมีกลุ่มพี่เล็กและกลุ่มพี่หญิง โดยพี่เล็กทำหน้าที่หัวหน้าทีม phone in กับอ.วณีตลอดเวลา (จริง ๆ)


           จากนั้นจึงไปถ่ายรูปประตูเมืองเชียงใหม่ และ ณ ที่นี้เอง ที่เราพบกับกลุ่ม 1 อ.วณีจึงให้ชวนร่วมทางไปพร้อมกัน ฉันวิ่งร้อยเมตรเรียกพี่แอ่น แอ๊นให้เดินทางไปกินข้าวซอยด้วยกันก่อนเดินทางทำภารกิจต่อ แต่พี่แอ่น แอ๊น ตอบกลับมาด้วยเสียงแห่งความระทมว่า “ซื้อซาลาเปาไว้กินบนรถแล้ว” พร้อมกลับหมุนตัวไปขึ้นรถตู้ทันที ฉันกลับมารายงานหัวหน้าทีม อ.วณีโยนความผิดให้คุณหมอสมศักดิ์ทันทีว่า “กลุ่ม 1 ตั้งใจกับภารกิจมากเพราะมีสมาชิกเป็นเลขาธิการ” แถมสมาชิกในกลุ่มยังเป็นเด็กใหม่ซะส่วนใหญ่ กลุ่มนี้จึงมีความมุ่งมั่นกับเป้าหมายมาก ๆ ทำกิจกรรมอย่างมีสติ ผิดกับ 4 กล่มที่เหลือ มีสตอเช่นกันแต่เป็นสติแตก ฉันนึกในใจ “ไม่เป็นไรนะพี่แอ่นแอ๊น เดี๋ยวหนูกินเผื่อพี่เอง” อีกอย่างสมาชิกเหล่าสายแข็งก็มีไม่น้อย ตั้งแต่พี่กฤษณ์ พี่กบ พี่เร พี่ป้อมและฉัน สายแข็งตัวจริง ขาดพี่แอ่นแอ๊นไป 1 คน ร้านข้าวซอยคงไม่เสียใจ


          กองทัพต้องเดินด้วยท้องฉันใด กลุ่ม 2 และ 3 ก็ต้องเดินด้วยท้องฉันนั้น อาหารสุดฮิตเมืองเหนือหนีไม่พ้นข้าวซอย เราจึงมุ่งตรงไปที่ข้าวซอยร้านฟ้าฮ่าม แต่ร้านปิด จึงมาที่ข้าวซอยร้านลำดวนโดยไม่ลืมที่จะโทรบอกกลุ่ม 4 และ 5 ว่าร้านฟ้าฮ่ามปิด ให้มาที่ร้านลำดวนได้เลย เมื่อมาถึงร้านลำดวนคนเยอะมาก กลุ่ม 2 และ 3 จึงแสดง public mind ด้วยการให้พี่กฤษณ์ไปนั่งจองโต๊ะเพื่อรอกลุ่ม 4 และ 5 ทั้ง 4 กลุ่มกินข้าวซอย หมูสะเต๊ะ กุ้งทอด อย่างอร่อยเอร็ด และไม่ลืมคิดถึงพี่แอ่น แอ๊น ค่าอาหารมื้อนั้นหาร 4 โดยกลุ่ม 2 ออกค่าอาหารให้กลุ่ม 4 และ 5 ไปก่อน กลุ่ม 4 และ 5 จึงมาถึงทีหลังแต่ได้ไปก่อน ปล่อยกลุ่ม 2 และ 3 จ่ายเงิน รอใบเสร็จ พร้อมนอนกอดใบเสร็จไว้เพื่อเรียกเก็บทีหลัง


           อ.วณี แสดงความสามารถเรื่องใบเสร็จรับเงินได้เหนือความคาดหมาย อดีตทีมพูลถึงกับอึ้ง เจ้าหน้าที่การเงินน้องใหม่อย่างนิดนั่งสบาย ๆ กอดเงินไว้เฉย ๆ อ.วณีสั่งการเสร็จ ฉันเหลือบตาไปเห็นว่าใบเสร็จมันใช้ไม่ได้ ไม่มีที่อยู่ ฉันจึงท้วงด้วยความเคยชิน แต่อ.วณี บอกว่าขอนามบัตรจากทางร้านแล้วแม็คเข้าด้วยกัน เป็นอันใช้ได้ ฉันกับนิดคิดว่าเดี๋ยวเอาใบสำคัญรับเงินมาเขียนแนบพร้อมใบเสร็จที่ร้านออกให้ เพราะปกติเราจะใช้วิธีการนี้เมื่อใบเสร็จมีปัญหา ฉันเพิ่งรู้เดี๋ยวนั้นเองว่าเพียงนำนามบัตร(ที่มีที่อยู่ของร้าน)มาแนบก็ถือว่าใช้ได้ ฉันดูเป็นคนทึ่ม ๆ งง ๆ ในเรื่องการเงินเมื่อเทียบกับอ.วณีอย่างไรไม่รู้


           จากนั้นเราเดินทางไปที่น้ำพุร้อนแม่ขะจาน กินไข่ต้มแสนอร่อย อ.วณีบอกว่า ไข่ต้มที่ต้มจากน้ำพุร้อนนั้นจะอร่อยกว่าที่ต้มทั่วไปเพราะในน้ำพุร้อนมีกำมะถัน ที่อาจมีผลต่อรสชาติของไข่ จริงหรือไม่จริงทุกท่านที่ได้ชิมไข่ต้มแม่ขะจานคงมีคำตอบ


          เมื่ออิ่มหนำสำราญรอบ 2 ระหว่างทางได้แวะถ่ายรูปที่แม่ขะจานสปา สิ่งปลูกสร้างที่ดูเหมือนโบราณสถาน แต่พี่ต้นคนขับรถตู้บอกว่า ที่แห่งนี้คือ สปาหรู มีระดับ ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง


          เราเดินทางมาเรื่อย ๆ (ไม่รีบ) และพยายามมองหานักเรียนที่แต่งชุดชาวเขาเพื่อถ่ายรูป สายตาอันคมกริบของแม่หมออย่างพี่ทิพย์ก็หันไปเห็นโรงเรียนหนึ่ง ที่กลุ่ม 4 และ 5 กำลังถ่ายรูปอยู่ เราจึงไม่รอช้าที่จะเข้าไปแจม โรงเรียนนั้นชื่อว่าท่าก๊อพลับพลา ซึ่งทั้งครูและนักเรียนน่ารักมาก ให้ความร่วมมือกับเราเป็นอย่างดี ฉันลงรถที่โรงเรียนนี้ปุ๊บเด็ก ๆ ก็เรียกฉันว่า V4 ผมทรงหวานใจยัยต่างดาวที่ตุ๊กเนรมิตให้คงดูสวยงามไม่หยอก เข้ากับยุคสมัย เพราะละครเรื่องนี้กำลังดัง เอ่อ ใครที่เรียกฉันว่าเซเลอร์มูน การ์ตูนเรื่องนี้มันดังมานานมากแล้วนะคะ โปรดเช็ควัยด่วนค่ะ


          เรามุ่งสู่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราชเพื่อนับจำนวนไก่ แต่เนื่องจากไก่มีจำนวนมาก มีทุกขั้นบันได ขั้นละหลายตัวทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ เราจึงไม่ควรเสียเวลานับนานนัก เป้าหมายของเราจึงเปลี่ยนไปเป็นการกินเค้ก ดื่มกาแฟ ที่สวนจริณ รีสอร์ท ซึ่งอร่อยมาก อร่อยจนรีบกินรีบขึ้นรถ สุดท้ายลืมรับพี่ทิพย์และพี่กบ จากนั้นคณะรถตู้มุ่งสู่วัดร่องขุ่น และพวกเราได้ถ่ายรูปกับอ.เฉลิมชัยตัวเป็น ๆ ไม่ใช่แค่เพียงรูปอย่างหมีแพนด้า


        ที่วัดร่องขุ่น ทุกคนแยกย้ายกันไปตามหาโปสการ์ดที่แสดง LIP & ANT แล้วจึงเข้าเมืองมาถ่ายรูปหอนาฬิกา เป็นหอนาฬิกาที่สวยงามมาก ๆ ลวดลายวิจิตรเลิศล้ำเลอค่าสุดพรรณา ตามด้วยทัวร์ไหว้พระ (ตามวัยหัวหน้าทัวร์) ไล่เรียงมาตั้งแต่ วัดพระแก้ว และไปไหว้เสาหลักเมืองเชียงราย


       เดินทางกันมาหลายที่ ท้องเริ่มหิว หัวหน้าทีมของรถตู้ทั้ง 2 คัน จึงตกลงว่าเราจะแวะปิดท้ายด้วยความอร่อยที่ตลาดสดเทศบาล ที่มีอาหารมากมายจนอยากมี 2 กระเพาะ ตั้งแต่ แอ๊บปลา แอ๊บหมู ส้มตำ น้ำพริกหนุ่ม ปลาไข่ชุบแป้งทอด สับปะรด สตรอเบอร์รี่ ส้ม พุทรา มะละกอ ฯลฯ ราคาถูกมาก ภายในเวลาครึ่งชั่วโมงเราชิมทั่วตลาด และรีบมุ่งสู่ดูดอยสวยรีสอร์ท ในเวลา 19.30 น. พร้อมกับรับประทานอาหารเย็นที่รีสอร์ทเตรียมให้ รวมกับที่ซื้อเพิ่มเติมมาจากตลาด เราจึงเข้าสู่กระบวนการพัฒนาบุคลากรด้วยความอิ่ม


        ในเวลากลางคืน คณะก่อการได้การเชิญวิทยากรจากภายนอกชื่อ พี่ตู่ มาเป็นวิทยากรกระบวนการ พี่ตู่เป็นผู้ชายที่ดูอบอุ่น เป็นทั้งนักเขียน นักแต่งเพลง นักดนตรีและครูสอนหนังสือ กระบวนการหลัก ๆ คือให้พวกเราเล่าเรื่องประทับใจในการเดินทาง การพูดถึง LIP & ANT นอกจากนี้พี่ตู่ยังได้มอบบทเพลงเพราะ ๆ พิสูจน์วัย ใครร้องได้ถือว่ามีอายุไม่ธรรมดา ฉันรู้สึกว่าพี่มี่และพี่จุ๋มจะมีความสุขมากเมื่อฟังเพลงของพี่ตู่ ฉันเองก็เคยได้ยินมาบ้าง สรุปว่าอายุเราคงใกล้เคียงกัน


      ท้ายสุดของงานในคืนนั้น พวกเราฉลองวันเกิดให้พี่เป้าและพี่มี่ พี่เป้าอยู่บนโลกมาสามสิบกว่าปียังไม่เคยมีแฟน แต่ในปีนี้ พี่เป้ามีผู้ชายโสดมาร้องเพลง HBD ให้ มิน่าตั้งแต่กลับมาพี่เป้าดูสดใสขึ้นเยอะเลย ส่วนพี่มี่อาการรุนแรงแต่ต้องเก็บอารมณ์เพราะกลัวน้อง ๆ จะรู้ จริง ๆ แล้วแอบดีใจ ปลื้มปิติเมื่อมีชายหนุ่มที่เป็นคนแต่งเพลงโปรดในสมัยวัยเยาว์มาร้องเพลงอวยพรวันเกิดอยู่ตรงหน้า เฮ้อ พี่แอ๊คนะพี่แอ๊ค ทำให้พี่เป้ากะพี่มี่ตกอยู่ในห้วงแห่งความฝันไปอีกนานทีเดียว


      หลังจากผ่านช่วงเวลาแห่งความสุข ชื่นมื่น พวกเราก็ต้องดื่มน้ำเต้าหู้เพื่อสุขภาพ พร้อมกับนัดหมายวันต่อไปและเข้านอน ฉันนอนกับท่านผู้ช่วยเลขาธิการมส.ผส. ก่อนนอนท่านผู้ช่วยแห่งเมืองคนสวยต้องโทรศัพท์รายงานตัวจิ๊จ๊ะ กลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียง เป็นที่อิจฉาตาร้อน ฉันจึงต้องอาบน้ำเย็นเพื่อไล่ความร้อนออกไปจากดวงตา ฉันพยายามคิดแบบนี้แต่ในความเป็นจริง เครื่องทำน้ำอุ่นห้องฉันใช้แก๊สเป็นเชื้อเพลิง และฉันเปิดไม่เป็น น้ำเลยอุ่น ๆ ร้อน ๆ เย็น มั่วไปหมด กว่าจะอาบเสร็จ แทบจะไข่ขึ้นเพราะร่างกายปรับอุณหภูมิไม่ทัน


     เชียงรายสู่พม่า


       เราพร้อมรับประทานอาหารเช้าและออกเดินทางสู่พระธาตุดอยตุง ถ่ายรูปดอกไม้ เข้าชมพระตำหนักดอยตุง หอแห่งความทรงจำ จากนั้นไปไหว้พระธาตุดอยตุง พระธาตุของคนที่เกิดปีกุน ต่อด้วยข้าวซอยใจเย็น ที่อร่อยไม่แพ้ข้าวซอยลำดวน และอาหารอร่อย แปลก ที่เรียกว่า ข้าวฟืน ซึ่งทำมาจาก ถั่วลันเตานำมาแช่แล้วโม่นำน้ำที่ได้มาเคี่ยวจนเดือดเทใส่ภาชนะ พอจับตัวเป็นก้อนก็นำมาหั่นเป็นชิ้น ๆ ถ้าสั่งเป็นน้ำ ก็มีน้ำซุปใส่มะเขือเทศ ใส่ถั่วฝักยาวลวก รสออกเปรี้ยวนิดหน่อย แปลกที่น้ำซุปที่ใส่มาจะไม่อุ่นให้ร้อน แบบน้ำไม่ค่อยอร่อย ส่วนแบบทอด ใช้ข้าวฟืนที่หั่นแล้วมาทอดเป็นชิ้นพอคำ จิ้มกับน้ำจิ้มที่ทำมาจากถั่วลันเตาเช่นกัน แต่ต้องนำปรุงรสเพิ่ม ออกหวาน ๆ


      เมื่ออิ่มหมีพีมัน คณะของเราทั้งหมดก็เดินทางไปทำหนังสือผ่านแดนชั่วคราวที่ว่าการอ.แม่สาย สะดวกรวดเร็วมาก ๆ สินค้าที่แม่สายมีมากมายตั้งแต่ เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า และสินค้ายอดฮิต CD DVD ต่าง ๆ ซึ่งชาว 1168 ไม่พลาดที่จะหาทางระบายเงินกันถ้วนหน้า


     เสร็จภารกิจใช้เงินเราเดินทางมาถึงไม้เมืองโฮมสเตย์ ที่มีคุณเฉาก๊วยคอยต้อนรับ คณะกรรมการเริ่มเกมส์วัดดวง โดยให้ทุกคนเขียนชื่อเพื่อนที่มาด้วย 10 คน ใครก็ได้ จากนั้นกรรมการถามว่าอยากรู้ของใคร ยุ้ยจึงตอบว่าอ.วณีเพราะอ.ยืนอยู่ตรงหน้าพอดี 10 คนของอ.วณี มีดังนี้ ศรีผู้พี่และศรีผู้น้อง นพ.สมศักดิ์ พี่เล็ก ตุ๊ก พี่มี่ พี่หญิง (จำได้เท่านี้) คนที่เข้ารอบจับกลุ่ม 4 กลุ่ม แล้วเป่ายิ้งฉุบ ใครแพ้ตกรอบ จนเหลือคู่สุดท้าย ใครที่ออกค้อนเข้ารอบซึ่งผู้ที่มีดวงแข็งกว่าทุกคนคือ พี่หญิง พี่หญิงเลือกสมาชิกมาเพิ่มได้แก่ พี่เอส พี่จอย พี่จุ๋ม (จำได้เท่านี้อีกแล้ว) พร้อมพ็อคเกตมันนี่จำนวน 5,000 บาท เพื่อเตรียมอาหารให้ทุกคนรับประทาน อาหารที่ซื้อและปรุงเองมีเยอะมาก แต่ที่เข้าวินความอร่อย เช่น เห็ดหอมจากสลุงคำ ผัดยอดฟักแม้วและสารพัดผัดเห็ดฝีมือพี่จุ๋ม ซึ่งแม่ครัวออกมาท้าย ๆ ไม่ได้กินผู้โชคดีที่อดกิน ไม่น่าเชื่อนะคะว่ายังเป็นพี่แอ่น แอ๊น นางเอกจากมนต์รักซาลาเปา เฮ้อ…


       อิ่มได้ที่ก็ต้องออกกำลังกายที่ถนนคนเดินและไนท์บาร์ซ่า ผู้จัดการสำนักงานของเราว่าเห่อแล้วเพราะซื้อผ้าคาดผมแล้วใส่เลย แต่เลขาธิการของเราก็ไม่ธรรมดาซื้อเสื้อม่อฮ่อม แล้วใส่เดินต่อได้เลยเช่นกัน แต่ผ้าคาดผมและเสื้อม่อฮ่อมขนาดความเด่นแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด หลังจากละลายทรัพย์ที่ไม่ค่อยมีเพราะหมดจากตลาดแม่สายไปแล้ว กลับมาพักผ่อนนอนหลับ


  เชียงราย-สุวรรณภูมิ


         ตื่นมาด้วยอาการปวดคอเพราะหมอนสูงมาก ดีที่น้องฝน แนะนำให้เอาเบาะที่รองนั่งมาหนุนแทน แต่กว่าจะคิดว่าควรทำตามคำแนะนำเวลาก็ล่วงมาที่ตี่สาม อาหารเช้าได้แก่ข้าวต้มหมู โรตี หมูย่าง หลักจากนั้นได้เวลาฝึกสองซีกซ้ายที่เชียงรายวิลเลจ 2 กิจกรรมคือ กลุ่มปั้นดิน และกลุ่มพับถุง กล่องของขวัญ ได้ของที่ระลึกจากฝีมือตัวเองพร้อมหน้าจึงรับประทานอาหารกลางวัน อาหารกลางวันที่นี่อร่อยมาก ฟักทองสีส้มเข้ม หวานมัน น้ำพริกหนุ่มรสจัดจ้าน บล็อคโคลี่ สด ๆ ผัดเห็ดหอม หมูผัดพริกไทยดำ ฟักทองแกงบวดรสชาติเยี่ยมที่สุด ซึ่งแอบถามคนที่รีสอร์ทบอกว่าผักที่นี่ปลูกเอง ปลอดสารพิษ


    จากนั้นเราเดินทางไปแวะซื้อของฝากที่ร้านนันทวัน และไปสนามบินเชียงราย เดินทางกลับสู่สุวรรณภูมิเวลา 17.00 น. แยกย้ายบ้านใครบ้านมัน พร้อมสัมภาระและน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นอีกคนละสองเท่าตัว