สุขจากการอ่าน

          คนแรกที่ไม่ยอมหลับไม่ยอมนอนคือ พี่แอ่นแอ๊นหรือสาวชบาแก้ว บุคคลผู้ควรได้รับการยกย่องจากกลุ่ม 1 เนื่องจากทริปนี้ได้นอนเตียงล่าง ทำให้มีพื้นที่มากพอ พี่แอ่นแอ๊นกางแผนที่เชียงราย เพื่อดูว่าจากโจทย์ที่คณะก่อการให้แต่ละสถานที่อยู่ตรงไหน เพื่อจะได้วางแผนการเดินทางให้รัดกุม ฉันกลัวว่ากลุ่มฉันจะแพ้เนื่องจากสมาชิกกลุ่มนอนกันหมด แต่อาจเหลือพี่ทิพย์ที่คาดว่าจะใช้เวลาสวดมนต์ประมาณครึ่งหนึ่งของการเดินทาง ฉันจึงเข้าไปชวนพี่แอ่นแอ๊นคุย เรื่องเดียวที่พี่แอ่นแอ๊นคุยได้ไม่มีวันเบื่อคือ เรื่องกาแฟเย็นและข้าวเหนียวหมูทอด เนื่องจากเป็นอาหารหลักในมื้อเช้า เอ่อ ไม่ใช่ค่ะ เรื่องการท่องเที่ยวทะเลไทย


           ฉันชวนพี่แอ่นแอ๊นคุยไปเรื่อยทั้งทะเลฝั่งอันดามันและฝั่งอ่าวไทยจนคิดว่าคงไม่ต้องไปเที่ยวเองแล้วล่ะเพราะพี่แอ่นแอ๊นเล่าละเอียดมากกกกก เห็นภาพปะการังไปจนถึงนางเงือกเลยทีเดียว จนกระทั่งฉันเริ่มง่วงเองจึงจากมาพร้อมกับพี่แอ่นแอ๊นยังดูแผนที่ต่อไป ป่านนี้พี่แอ่นแอ๊นคงจำถนนทุกเส้น ภูเขาทุกลูก แม่น้ำทุกสายของเชียงรายได้ทั้งหมด


          อีกท่านหนึ่งที่ไม่ยอมนอนเช่นกัน แถมอยู่กลุ่ม 1 เหมือนกันอีก เป็นใครไม่ได้นอกจากคุณหมอสมศักดิ์ ฉันนึกว่าคุณหมอกำลังดูแผนที่อีกคน ถ้าเป็นอย่างนั้นกลุ่ม 1 ก็เอารางวัลไปได้เลย แต่สาเหตุที่ทำให้คุณหมอไม่หลับไม่นอนเนื่องจากติดพันหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่อ่านตั้งแต่ระหว่างรอรถไฟ ถ้าใครนึกท่าทางคุณหมอไม่ออกตอนอ่านหนังสือ เข้ามาค่ะฉันจะเล่าให้ฟัง


         คุณหมอนอนเตียงล่าง เมื่อปิดผ้าม่านหมดจะมีแสงไฟเล็ดลอดเข้าไปน้อยมาก แต่ถ้าเป็นเตียงบนต่อให้ปิดม่านสนิทอย่างไร ก็มีช่องให้แสงไฟเข้าไปอยู่ดี เพราะไฟมันอยู่ด้านบนหลังคา ซึ่งใกล้กับเตียงบนมาก ช่องที่แสงลอดเข้ามามีขนาดใหญ่ ฉันลองเอาหนังสือมาอ่านพบว่ามันสามารถมองเห็นในระดับหนึ่ง


          ท่าทางของคุณหมอเวลาอ่านหนังสือคือ นอนหงายใช้ข้อศอกยันตัวเองไว้ 1 ข้าง โผล่ศีรษะและลำตัวช่วงบน (แบบเอียง ๆ) ออกมานอกเตียง เพื่อรับแสงไฟจากด้านบน จากนั้นก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ ซึ่งคุณหมอเลือกหนังสือได้ดีมาก ขนาดเล็ก เบา บาง ทำให้ไม่ต้องแบกน้ำหนักในการถือมากเกินไปและที่สำคัญยังเป็นหนังสือที่อ่านยาก ใช้เวลาในการอ่านนาน จึงไม่ต้องขนหนังสือไปเยอะ เล่มเดียวอ่านตั้งแต่กรุงเทพ เชียงใหม่ เชียงราย จนกลับสุวรรณภูมิก็ไม่แน่ใจว่าอ่านจบหรือไม่ สำหรับบางคนหนังสือเล่มนี้อาจใช้เวลาตลอดชีวิตก็ไม่สามารถอ่านจบหรืออ่านเข้าใจได้แม้แต่น้อย เพราะอะไรทราบมั๊ยคะ เพราะว่าหนังสือเล่มนี้เป็นภาษาจีนค่ะ ไม่ใช่จีนธรรมดานะคะ จีนกลางค่ะ


          ฉันสังเกตว่าคุณหมอใช้เวลาในการอ่านหนึ่งหน้านานมาก ๆ ผิดกับเวลาอ่านเอกสารที่คนทำเอกสารใช้เวลาเป็นวันกว่าจะเสร็จ แต่คุณหมอใช้เวลาไม่กี่นาทีในการอ่านพร้อมกับ note แถมมาให้คนทำใช้เวลาอ่านนานกว่าเดิมเพราะลายมือคุณหมอต้องใช้เวลาในการสังเคราะห์และวิเคราะห์จากสมองซีกขวาอย่างรุนแรง ซึ่งพี่หญิงได้คิดค้นนวัตกรรมที่ใช้ได้ผลดีในการแกะลายมือคุณหมอ สิ่งนั้นคือ แว่นขยายค่ะ ตัวช่วยของพี่หญิงที่ไม่สงวนลิขสิทธิ์นะคะ


           ถ้าอยากรู้ว่าหนังสือที่คุณหมออ่านเป็นหนังสือเกี่ยวกับอะไร ทำไมคุณหมอจึงใช้เวลาในการอ่านนาน เก็บไว้ถามคุณหมอในวาระเลขาธิการชวนฟัง ขอโทษค่ะเลขาธิการชวนคุย ใน office meeting เดือนต่อไปนะคะ


         ขอแถมมาถึงเรื่องอาหารบนรถไฟ รสชาติพอกินรองท้องไปได้และมีราคาค่อนข้างแพงจึงไม่ควรกินเอาอิ่ม แต่ดีว่าหลายคนเตรียมเสบียงกันมาก่อน ทำให้ไม่ต้องไส้กิ่วกันมากนัก บางคนมีสามีเตรียมให้เสมือนว่าภรรยาสุดที่รักไปออกรบสงครามเก้าทัพ ฉันจึงไปช่วยกินเพื่อที่จะได้ถ่ายน้ำหนักเสบียงมาไว้ที่ท้องตัวเอง จะได้ไม่ต้องออกแรงในการถือมาก ขอขอบพระคุณครอบครัวศรีตะพันธ์เป็นอย่างสูงมา ณ ที่นี้ค่ะ


       คณะของเราถึงเชียงใหม่เวลา 11.00 น. จากกำหนดเดิม 09.45 น. ไม่เป็นไร(อีกครั้ง) เพราะเราเริ่มชิน อุปสรรคเล็ก ๆ บนรถไฟเช่น ห้องน้ำที่ต้องลุ้นทุกครั้งในการเข้าว่าจะเจอกับบางสิ่งหรือไม่ ที่นอนชั้น 2 ที่แสดงถึง KPI ว่าถึงเวลาลดน้ำหนักได้แล้ว ว่าแต่พี่แอ่น แอ๊น ยังนอนได้นี่นาเมื่อปีที่แล้วแถมนอนชั้นบนทั้งไปและกลับ KPI เรื่องนี้คงใช้ไม่ได้กับทุกคนกระมัง


    จบดีกว่า โปรดติดตามตอนต่อไปเชียงใหม่สู่เชียงรายค่ะ