พวกเรา 80 กว่าชีวิต นำทีมโดยคุณณัฐกฤษฐ์ (กิ)และคุณจันทร์ฉาย
พร้อมกันหน้าโรงพยาบาลพิจิตรเวลา 1 ทุ่ม จัดข้าวจัดของกันเสร็จก็มุ่งหน้าสู่จังหวัดกระบี่ดินแดนที่สวยงาม ผู้คนน่ารัก


รถทัวร์เคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวล พาพวกเราไปบนเส้นทางที่ผ่านอำเภอสามง่าม ปลวกสูง เข้าสู่เส้นหลัก วิ่งสบายๆ 2-3 ชั่วโมงจอดให้ผู้โดยสารได้ผ่อนคลายอิริยาบทพร้อมทั้งถ่ายน้ำมันเครื่องเติมกาแฟ นม กันตามอัธยาศัย เมื่อขึ้นรถเช็คชื่อทุกอย่างพร้อมก็เดินทางต่อ
เราได้เห็นพระอาทิตย์ขึ้นกันก็ที่ร้านอาหารคุณสาหร่าย ที่นี่เราก็ปรับโฉมแต่งองค์ทรงเครื่องกันแบบพอประมาณ ทานอาหารเช้าที่นี่อาหารเป็นแบบเลือกรับประทานตามอัธยาศัย จ่ายใครจ่ายมันครับ อาหารที่เห็นหรือที่พวกเราชอบโดยรวมก็น่าจะเป็น ข้าวไข่เจียวครับ แต่เท่าที่ได้ยินพวกเราชอบน้ำพริกกะปิพร้อมเครื่องเคียงที่เค้าจัดไว้ให้ทาน และทราบภายหลังว่า อีกอย่างที่คณะของเรานิยมสั่งทานกันก็คือ ข้าวเปล่าครับ เจ้หร่ายก็เลยได้สตางค์พวกเราไปไม่เท่าไร คิดว่าครั้งหน้าก็น่าจะเป็นแบบนี้อีก ที่นี่เราพักกันอยู่จนรู้สึกสบาย และเราก็เดินทางกันต่อครับ


ช่วงนี้ทำให้ได้เห็นภูมิประเทศในแบบโขดเขา โผล่ลดหลั่นอย่างน่าสนใจครับ เราขับมาไม่นานก็ถึงทางแยกเข้ากระบี่ครับ ก็รู้สึกว่าเดี๋ยวก็ถึงนะ นั่งลุ้นแล้วลุ้นอีกก็ยังเงียบ สายตาเหลือบไปเห็นหลักกิโลเมตร อ้อเหลืออีก 120 กิโลเมตร ทำให้รู้ว่าจากทางแยกมากว่าจะถึงตัวจังหวัดนั้นไกลเอาการทีเดียวครับ คณะเราก็มาถึงตามกำหนดเวลาครับ 12.00 น.มีน้องๆ ประชาสัมพันธ์มาให้การต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่นคล้ายๆ เวลาที่ผู้โดยสารลงจากเครื่องบินอย่างนั้น



โรงพยาบาลกระบี่ถนนด้านหน้าค่อนข้างแคบ การจอดของทัวร์ใหญ่ๆ ก็ลำบากบ้างเป็นธรรมดาครับ ทันทีที่พวกเราลงไปก็ได้สัมผัสกับอากาศที่ร้อนได้ใจทีเดียวครับ อึมสำหรับท่านที่ต้องการดูแลผิวก็ควรที่จะทาครีมป้องกันบ้างก็ดีนะครับ คณะเราก็ไม่รีรอเมื่อได้รับคำเชื้อเชิญให้ไปยังห้องอาหาร เราเดินผ่านไปทำให้เราได้นึกถึงภาพของโรงพยาบาลพิจิตรเราในช่วง 10 ปีที่แล้วแต่ทุกอย่างกำลังถูกปรับปรุง กลับมาอีกครั้งพวกเราคงจำไม่ได้แน่ๆ เลย ไม่นานเราก็มาถึงห้องอาหารของโรงพยาบาล เป็นแบบบุพเฟ่นะครับ อากาศแบบธรรมชาติบวกกับแกงส้มปลาหน่อไม้ร้อนพร้อมข้าวสวย อันนี้ก็เป็นเมนูที่ผมจำได้แม่นสำหรับความประทับใจที่นี่ จากนั้นคณะเราก็ไปศึกษาดูงานกัน