GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

พลังหมู่บ้าน

เมื่อวานไปประชุมกรรมการมูลนิธิพูนพลัง    เลขาเล่าเรื่องตนเองแปลหนังสือเรื่องราวของหมู่บ้านหนึ่งของญี่ปุ่น    จนเขาเชิญไปบรรยายที่หมู่บ้านและจะเกิดความร่วมมือ ในการ ลปรร. วิธีการปลุกชีวิตของหมู่บ้าน    เรื่องราวอยู่ใน press release ของสำนักพิมพ์สวนเงินมีมา ดังต่อไปนี้

                  Press Release

 

 
1. หมู่บ้านญี่ปุ่น ใกล้สูญพันธุ์ ในช่วง  10 ปีที่ผ่านมา  มีการควบรวมองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของญี่ปุ่นครั้งใหญ่หลายครั้ง จากจำนวน 3,223 แห่ง เหลือเพียง 1,821 แห่งเท่านั้น การควบรวมยิ่งมีมากขึ้นเมื่อมีการอนุญาตให้ออกตราสารหนี้พิเศษได้เมื่อควบรวมสำเร็จ ปัจจุบันจำนวนตำบลลดลงกว่าครึ่ง และหมู่บ้านเหลือเพียงประมาณ 30% เท่านั้น ในบางจังหวัดไม่เหลือหมู่บ้านแม้แต่แห่งเดียว หากยังเป็นเช่นนี้ต่อไป หมู่บ้านจะหายไปจากประเทศญี่ปุ่น ทั่วประเทศยังคงมีการก่อสร้างอาคารสถานที่ที่ไร้ประโยชน์โดยไม่หยุดยั้ง สิ่งที่จำเป็นกว่าอาคารสถานที่คือกิจกรรม เราต้องสร้างหมู่บ้านด้วยการดึงความรู้ออกมา พวกเรากองเชียร์บ้านอุมะจิ ตั้งความหวังไว้กับหมู่บ้านอุมะจิ ที่ประกาศจะพึ่งตัวเองให้ได้(หมายเหตุ ในญี่ปุ่น อำเภอ ตำบลและหมู่บ้านเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่แยกเป็นอิสระต่อกัน แตกต่างกันที่จำนวนประชากร และข้อปลีกย่อยอื่นๆ) 2. เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน แปลเป็นภาษาไทย ออกวางจำหน่ายแล้ว                 เมษายน 2549 เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน (มาซาฮิโกะ โอโตชิ เขียน NIHON KEIZAI SHINBUNSHA พิมพ์ (ชื่อไทย ประสบการณ์ยิ่งใหญ่ ในหมู่บ้านเล็กๆ)  แปลโดย มุทิตา พานิช ออกวางจำหน่าย   มุทิตา พานิช เป็นนักแปลและล่าม ประสานงานอาสาสมัครและเป็นล่ามให้กับภาครัฐและเอกชนทั้งในประเทศไทยและญี่ปุ่น  เมื่อสองปีก่อนค้นอินเตอร์เน็ตหาคำว่า สร้างหมู่บ้าน ได้พบหนังสือ เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน โดยบังเอิญ หลังจากสั่งซื้อมาอ่าน ก็ประทับใจในเนื้อหา และคิดว่า หนังสือเล่มนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีอันหนึ่งสำหรับประเทศไทย  จึงได้แปลจนออกวางจำหน่ายแล้ว 3. นักแปลจากประเทศไทย  มุทิตา พานิช  บรรยายที่บ้านอุมะจิ วันที่ 1 กรกฎาคม 2549                         หมู่บ้านอุมะจิ ได้เชิญ มุทิตา พานิช ผู้แปล  เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน มาบรรยายเกี่ยวกับ มุมมองการสร้างหมู่บ้านอุมะจิ จากประเทศไทย-ประเทศเกษตรกรรม (ที่โรงงานแปรรูป ป่ายูสุ สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านอุมะจิ)                        การบรรยายในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจาก NTT สาขาโคจิ  ถ่ายทอดสดทางอินเตอร์เน็ตไปทั่วทุกมุมโลก 4. มหาวิทยาลัยหมู่บ้านอุมะจิ มหาวิทยาลัยหมู่บ้านอุมะจิ เป็นมหาวิทยาลัยแบบเดียวกับที่เรียกกันว่า มหาวิทยาลัยชาวบ้าน ในกรณีของบ้านอุมะจิ มหาวิทยาลัยนี้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ จากแฟนๆของหมู่บ้าน ซึ่งเดิมเป็นกลุ่มสังสรรค์ผู้อ่านหนังสือ    เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน  เมื่อเรามีกลุ่มแล้ว ก็อยากมาเจอกันที่บ้านอุมะจิปีละหลายๆครั้ง  จึงได้มีการจัดการบรรยาย และการสังสรรค์ขึ้นที่หมู่บ้านอุมะจิทุกปี ผู้บรรยายเปรียบเสมือนอาจารย์ของมหาวิทยาลัย ค่าตอบแทนสำหรับอาจารย์ที่มาบรรยาย คือ ได้รับเชิญให้พักที่โรงแรมน้ำแร่ร้อนอุมะจิหนึ่งคืน และ มีผลิตภัณฑ์พิเศษจากบ้านอุมะจิ ส่งเป็นของขวัญให้ รายสะดวก เท่านั้น แต่อาจารย์เหล่านี้ก็ยังมา ถ้าเป็นบ้านอุมะจิล่ะก็ ยินดีมาก!“  มหาวิทยาลัยหมู่บ้านอุมะจิ มีเป้าหมายที่จะเชิญ นักเขียน นักดนตรี นักวิชาการ นักบริหารธุรกิจ และอื่นๆ ที่เป็นแฟนของหมู่บ้านอุมะจิ มาบรรยายและร่วมสังสรรค์กันอีก 5. สร้างหมู่บ้านให้ได้รับเสียงเชียร์  ทำให้ได้เหมือนบ้านอุมะจิสิ  จากทุกคน                         บ้านอุมะจิ แฝงตัวอยู่ในหุบเขา มีตำนานบอกว่า อยู่หลังเขาชนิดที่ต้องขี่ม้าถึงจะเข้ามาถึงได้ จากหมู่บ้านไปตัวเมืองโคจิ ต้องนั่งรถถึงสองชั่วโมงเต็ม  พื้นที่ 96% เป็นภูเขา เป็นหมู่บ้านที่พบเห็นได้ทั่วๆไป  สมัยที่อุตสาหกรรมป่าไม้รุ่งเรือง ที่หมู่บ้านมีประชากรถึง 3,500 คน แต่ตอนนี้เหลือเพียงประมาณ 1,200 คนเท่านั้น  พื้นที่ทำการเกษตรของหมู่บ้านมีเพียง 78 เฮกเตอร์เท่านั้น ต้นยูสุขึ้นแนบติดอยู่กับหน้าผา                         ที่สหกรณ์การเกษตรหมู่บ้านอุมะจิ มีลุงที่ชื่อโมจิฟูมิ โตทานิ เขาเกิดและโตที่หมู่บ้านนี้   ลองลุงพูดอะไรออกมาแล้วล่ะก็ ไม่ยอมฟังเสียงคนอื่นหรอก คนในหมู่บ้านต้องทำใจ ยอมใจกว้างให้ลุงทำอะไรแปลกๆ ความใจกว้างของหมู่บ้าน ได้แสดงผลให้เห็นแล้วในวันนี้  (จากบทนำ เจ้าเอื๊อกบ้านอุมะจิ สร้างหมู่บ้าน)                        ข้อมูลข่าวสารไหลเข้ามาสู่แหล่งส่งข่าว ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่เอนเอียง ไม่ย่อท้อ ได้ช่วยกันสร้าง หมู่บ้านในฝันที่อยากมาอยู่ ขอให้บ้านอุมะจิคงความเป็นหมู่บ้านที่สื่อความเป็นตัวเองออกสู่ภายนอกอย่างนี้ตลอดไป6. เปิดตัวยี่ห้อ  หมู่บ้านที่ไม่สะดวกดี                 ปี 2548 ผลิตภัณฑ์แปรรูปยูสุมียอดขายถึง 3,010 ล้านเยน มีลูกค้าอยู่ทั่วประเทศถึง 320,000 คน ปีที่แล้วเพียงปีเดียว มีกลุ่มต่างๆจากทั่วประเทศ 337 กลุ่ม รวม 6,717 คน มาศึกษาดูงาน  การเดินทางที่ไม่สะดวก ทำให้ไปกลับในวันเดียวไม่ได้ ทุกคนก็เลยต้องค้างที่หมู่บ้าน โรงแรมน้ำแร่ร้อน ที่พักหนึ่งเดียวในหมู่บ้าน ที่รับคนได้ 55 คน มียอดรายรับ 140 ล้านเยน ทำเป้าไม่ขาดทุนได้เสียที หมู่บ้านที่ไม่สะดวกขนาดนี้ หมู่บ้านที่พยายามขนาดนี้ ยังมีอยู่ และเป็นแบบอย่างให้ที่อื่นได้  ความสำเร็จนี้มาจากการใช้ผู้คนและทรัพยากรในหมู่บ้าน สร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมา  ปัญหาเด็กเกิดน้อย และประชากรสูงอายุก็เกิดขึ้นที่นี่เช่นเดียวกับที่อื่นๆ  ถึงตอนนี้ก็ยังมีเรื่องที่ต้องคิดกันอีกมาก                 ตุลาคม 2541 สหกรณ์การเกษตรในอำเภออากิ 13 แห่งควบรวมกิจการ  แต่สหกรณ์บ้านอุมะจิยืนหยัดที่จะไม่ควบรวมด้วย  เดือนมกราคม 2547 ตำบลหมู่บ้านใกล้เคียงประกาศรวมเขต หมู่บ้านอุมะจิยังยืนยันที่จะเดินไปตามทางของตัวเองอย่างเป็นอิสระ                         ท้องถิ่นที่ทางด่วนตัดผ่าน ส่วนมากกลับเงียบเหงาลง  หมู่บ้านที่ไม่สะดวกดี อาจจะเป็นยี่ห้อสำหรับยุคต่อไปนี้ก็ได้ เราลองมาคุยกันดูในการบรรยายครั้งนี้ 

วิจารณ์ พานิช

๑๙ มิย. ๔๙

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 34590
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 1
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (1)

ขอแก้ข่าว เป็น press release ของทางญี่ปุ่น Mr.Masahiko Otoshi เขียน เลขาฯแปลมาให้ผู้เกี่ยวข้องอ่านค่ะ