สำนักงานประกันสังคมมีภารกิจหลักในการให้ความคุ้มครองแก่ลูกจ้างที่อยู่ในภาคธุรกิจ อุตสาหกรรม และบริการตามกฎหมายประกันสังคมและกฎหมายเงินทดแทน ดังนั้น ในการดำเนินงานลูกค้าหลักคือลูกจ้างหรือผู้ใช้แรงงานซึ่งมีทั้งที่มีการศึกษาสูง เงินเดือนเป็นหมื่นเป็นแสน และผู้มีการศึกษาน้อย ดังนั้น การสื่อสารเพื่อให้ลูกจ้างได้รับทราบเรื่องสิทธิต่าง ๆ ค่อนข้างลำบาก จึงจำเป็นต้องมีหลายวิธี เช่น ประชาสัมพันธ์ผ่าน Internet          แจกเอกสาร การจัดรายการวิทยุ จัดอบรมให้ฝ่ายบุคคล ทำจดหมายข่าว เป็นต้น แต่มีวิธีการหนึ่ง    ที่รู้สึกประทับใจ  คือ   โครงการไปให้ความรู้แก่ลูกจ้างถึงสถานประกอบการ   วิธีดำเนินการ คือ     ส่งแบบสอบถามความประสงค์ไปยังนายจ้างว่าต้องการให้สำนักงานประกันสังคมส่งวิทยากรไปให้ความรู้แก่ลูกจ้าง ณ สถานประกอบการหรือไม่  หากต้องการให้แจ้งความประสงค์ พร้อมวันเวลา มาด้วย เมื่อถึงวันดังกล่าว ข้าพเจ้าพร้อมเพื่อนร่วมงานไปถึงสถานประกอบการนั้นๆ สิ่งที่ประทับใจ คือ ลูกจ้างมานั่งพร้อมในสถานที่ที่จัดไว้รู้สึกดีใจแทนลูกจ้างที่นายจ้างยอมเสียสละเวลาในการ  ทำงาน  ขณะที่มีการบรรยายลูกจ้างได้สอบถามข้อปัญหาจากเรื่องจริงของตัวเอง เช่น ขณะนี้ภรรยากำลังท้องจะได้สิทธิอย่างไร  วิธีการได้สิทธิต้องทำอย่างไร และถ้าได้ลูกแฝดจะได้รับเงินสงเคราะห์ทั้งสองคนหรือไม่  ถ้าไม่สบายจากการทำงานจะได้รับการช่วยอย่างไร นอกจากนี้ยังมีคำถามที่คาดไม่ถึงอีกมากมาย  และในวันหนึ่งขณะข้าพเจ้าได้พูดถึงสิทธิประโยชน์กรณีคลอดบุตร มีลูกจ้างคนหนึ่งได้ยกมือสอบถามว่า  "ภรรยาของตนได้คลอดบุตรมาแล้ว  8  เดือน  ไม่ทราบว่ามีสิทธิเบิกค่าคลอดบุตรได้หรือไม่"  ข้าพเจ้าได้สอบถามระยะการทำงานของลูกจ้าง  ได้ความว่าทำงานมา  2  ปีแล้ว  จึงแนะนำให้ลูกจ้างคนดังกล่าวมาเบิกค่าคลอด  เป็นเงิน  6,000.00  บาท  ลูกจ้างได้บอกกับข้าพเจ้าว่าหากไม่เข้ารับฟังการบรรยายในวันนั้น  ตนเองคงไม่ได้รับเงินจำนวนนี้แน่นอน

             ข้าพเจ้ารู้สึกดีใจที่ข้าพเจ้ามีส่วนให้เขาได้รับสิทธิครั้งนี้  และคงมีลูกจ้างอีกหลายคนที่ยังไม่รู้สิทธิของตนเอง

            จากการประเมินลูกจ้างพอใจมาก (ผลจากการสำรวจ) และเห็นว่าโครงการนี้ประสบ     ผลสำเร็จระดับหนึ่ง  เนื่องจากเข้าถึงผู้รับสิทธิจริงๆ และจะดำเนินการดังกล่าวต่อไป เพื่อช่วยเหลือลูกจ้างให้ได้สิทธิตามกฎหมายอย่างครบถ้วน