ต่อจากการบันทึกครั้งที่ 1 โดยลูกศิษย์หลวงตาตะปะสี
เขาคิชฌกูฏ ตั้งชื่อตามเขาคิชฌกูฎที่ในสมัยพุทธกาลเป็นที่ตั้งของกุฏีพระพุทธเจ้า ตั้งอยู่ที่กรุงราชคฤห์ แคว้นมคธ เป็นยอดเขาที่มีแนวเขาล้อมดดยรอบ เพราะสภาพภูมิประเทศคล้ายคลึงและบนยอดเขามีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เกี่ยวกับพุทธองค์คือ รอยพระพุทธบาท และหินลูกบาตร ที่ตั้งข้างรอยพระพุทธบาท ฝั่งตรงข้ามหินลูกบาตร มีรอยพระหัตถ์ไปรับก้อนหินนี้ และในหินก้อนนี้ ตรงข้ามกับรอยพระหัตถ์ มีรูปรอยเท้าใหญ่ (รอยพญามาร) ใต้พระบาทมีถ้ำตาฤาษี
พื้นที่จุดที่มีความสำคัญที่นักแสวงบุญต้องผ่านคือ
จุดที่ 1 ที่วัดพลวง เราต้องจอดรถกันแถวนี้ บริเวณนี้มีสันเขื่อน อ่างเก็บน้ำพลวง ซึ่งรถต้องวิ่งผ่านจุดนี้เพื่อไปยังจุดจอดรถเจดีย์หิน (นับว่าเป็นช่วงที่ 1 เสียค่าโดยสารรถ ชนิดพิเศษ เวี่ยง โยก ลุ้นๆๆๆๆๆๆๆๆ เพียง 50 บาทต่อคนเท่านั้น มันส์กว่าสวนสนุกเสียอีก)
จุดที่ 2 ลานจอดรถเจดีย์หิน สำหรับสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์มากมาย และมีพระสงห์ท่านคอยแนะนำการสักการะ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และเราต้องซื้อตั๋วโดยสารต่อในช่วงที่ 2 ที่นี่ ซึ่งช่วงที่ 2 วิ่งลุ้นนนนนนนนน กว่าช่วงที่ 1 เสีย อีก นับถือการขับรถที่ทำให้ผู้โดยสารทุกๆๆๆๆคนขมิบก้นโดยไม่ได้นัดหมายจริงๆ เสีย 50 บาทเท่าช่วงแรกแม้ว่าจะมันส์กว่ากัน
จุดที่ 3 ลานพระนอน (พระสิวลี) เป็นทั้งจุดรอพักทีม จุดทำใจเริ่มการเดินเท้า มีการขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ มีพระท่านให้คำแนะนำในการเช่าวัตถุมงคล มีไม้เท้าให้เช่า 3 อัน 20 ได้แบบมีหัวไม้เท้า ถ้า อันละ 5 บาท ไม้ไผ่ธรรมดา เป็นไม้เท้าได้ สำหรับคนที่ต้องการผ่อนแรง โดยมี 3 ขา ซึ่งการเดินทาง จะฮึดเป็นช่วงๆ ต้องภาวนาขึ้นไป จะไม่เหนื่อย เพราะไม่ได้ทันคิดเรื่องอื่นๆ อยู่แต่กับการก้าว และการหายใจ เท่านั้น
จุดที่ 4 มีศูนย์บริการของอุทยานแห่งชาติเขาคิชฌกูฎ ไว้ช่วยเหลือ แต่ส่วนใหญ่ไม่มีใครให้ช่วยอะไร ในระหว่างทาง เราพบทั้ง คนแบกของรับจ้าง คนแบกคนเพื่อไปสักการะรอยพระพุทธบาท คนหอบเหนื่อย คนนั่งพัก คนไม่อยากพูดกับใคร มันเหนื่อย คนหลากหลายวัย ตั้งแต่ยังเดินไม่ได้ พ่อแม่พามาอุ้มใส่อกมา กับ ที่จูงกันมาเพราะอายุมากแล้ว คนจู้จี้กันแสดงความหวานชื่นท่ามกลางเหงื่อ
แล้วเราก็พบถ้ำปู่ฤาษีนารอด นารายณ์ ตาไฟ และพ่อปู่อื่นๆ หลายพระนาม
หมอกเมฆ และความสูงตรงนี้ทำให้หายเหนื่อยกันมากๆ แล้วก็เดินทางต่อไปเพื่อสักการะรอยพระบาท
จุดที่ 5 สักการะรอยพระพุทธบาท และศาลาปฏิบัติธรรม ที่สุดของการเดินทาง บางคนถอดใจตรงนี้ไม่ไปต่ออีกแล้ว เพราะไม่ไหว บางคน รอท่านพ่อเขียน พระครูธรรมสรคุณ โปรดญาติโยม ใกล้ลานพระพุทธบาท และหินลูกบาตร ซึ่งลอยอยู่ เอาสายสินณ์ลากผ่านไปได้โดยไม่ติดพื้น
ตรงนี้มีการหุงน้ำมันว่าน ที่สามารถอ้าปากรับประทานจากที่พระท่านป้อนเข้าปากได้เลย น้ำมันเดือดๆ เข้าปากเราแค่อุ่นๆเท่านั้น แต่ว่ารถมันๆๆๆๆๆๆมากๆนะคะ บางคนลบูชากลับบ้านได้ด้วย ตรงนี้คนแน่นมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ยิ่งถ้าเป็นเสาร์ อาทิตย์ไม่ต้องห่วง มากจริงๆๆ
จุดที่ 6 ลานอินทร์ สถานที่พระครูประดิษฐ์ศาสนการ (ท่านพ่อนงค์) ทางผ่านไปสู่ผ้าแดง ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดการเดินทาง ตรงนี้มีทั้งเทพเทวา พรหม อินทร์ทั้งหมด และแก้วสารพัดนึกด้วย ก่อนไปถึงผ้าแดง จะผ่านบาตรท่านอานนท์ บาตรท่านสิวลี บาตรท่านโมคลานะ และสะพานที่สุดยอดความงามธรมชาติ ลานแข่งขันท่านพระอินทร์
ผ้าแดงเป็นสัญญลักษณ์ ของการสุดเขตปลอดภัย และต่างคนต่างเขียนข้อความเพื่อขอพร ได้ 1 ข้อ
หากใครได้มีโอกาสไปกราบไหว้สถานที่ศักดิ์สิทธิ์ โดยไม่ลบหลู่ จะเป็นมหากุศลกับชีวิต ท่านพ่อเขียนท่านว่า หาใครไม่ศัรทธาจะถูกรุกเทวดาที่รักษาปกปักรอยพระพุทธบาทอยู่ลงโทษ
ท่านพ่อเขียน (พระครูสรณคุณ) ได้สอนว่า "เท้าของพระพุทธองค์ แม้ประดิษฐานอยู่แห่งหนตำบลใดก็ตาม ถ้าเรามีความเชื่อมั่น เคารพกราบไหว้ด้วยใจ อธิฐานแล้ว ย่อมเกิดผลสำเร็จกับผู้นั้น และเป็นสิริมงคลตลอดไป
สาธุๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
สำหรับปีนี้ เขาปิดแล้ว เมื่อ 16 มีนาคม 2553
เขาคิชกูฎที่เมืองไทยยังไม่เคยไปเลยค่ะ...น่าสนุกนะคะ
จะหาโอกาสมาให้ได้ค่ะ...ขอบคุณข้อมูลดีๆนะคะ
ครูกระเเต
ขอบคุณนะคะ อ.ดร.กระแต ที่เขามาทักทาย เชิญชวนให้ไปปีหน้าคะ เพราะปีนี้เขาปิดแล้ว เมื่อ 16 มี.ค.53
ไปมาเเล้วสนุกมากยิ่งตอนนั่งรดไป ได้ไปกราบไหว้พระพุทธบาท
เเล้วเหมือนได้ไปเที่ยวด้วยค่ะ ใครได้ไปก้อนับว่าเป็นบุญจริงๆ