Appreciative Inquiry : การขอให้ลองทำดูก่อน

สวัสดีครับ... พ่อแม่พี่น้องชาว G2K ทุกท่าน ^^

ต้องขออภัยครับ ที่เมื่อวานโดดงานไป 1 วัน พอดีติดลมบน

กับการเชียร์ทีมรักครับ Liverpool เล่นดีแบบผิดหูผิดตา

สามารถเอาชนะทีมท้ายตารางอย่าง Pompe ไปสบายๆ 4-1 ดีใจมากมายครับ

ผ่านพ้นไปสำหรับเรื่องดีๆ แฮปปี้ๆ... วันนี้เลยขอชดเชยความผิดด้วยการอัพไวนิดส์นึง

เรื่องราวในวันนี้ผมได้ยินมาจาก Class Creativity ครับ เรื่องราวจะเป็นยังไงนั้น ตามมาผมครับ ^^



วันนี้ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรม World Cafe อาจารย์โย ได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับประวัติของตู้ ATM ซึ่งน่าสนใจมากมายครับ

ผมเลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟัง อาจารย์เล่าว่า "ตอนแรกก่อนที่ ATM จะเกิดนี้ ธนาคารได้ออกแบบสอบถามลูกค้าเกี่ยวกับ ATM ครับ

ว่าต้องการตู้ ATM ไหม โดยบอกไปว่าถ้ามีเจ้าเครื่องนี้ คุณจะสามารถถอนเงิน โอนเงินได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องรอธนาคารเปิด

พอแจกแบบสอบถามไป ปรากฎว่า ผู้บริโภคส่วนใหญ่ไม่เอาครับ บอกว่าการได้ไปต่อแถวในธนาคาร ทำให้รู้สึกเป็นกันเองมากกว่า

ทีนี้ธนาคารดังกล่าวได้ลองเอาตู้ ATM มาติดตั้ง เพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้ดูครับ ทิ้งไว้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง แล้วลองแจกแบบสอบถามอีกครั้ง

ปรากฎว่า ลูกค้าต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวครับกันว่า "น่าจะเอามาติดตั้งนานแล้ว" สะดวกดี ไม่เสียเวลาด้วย"



ตัดมาที่จุดนี้ครับ... มาดูกันครับว่า "จิตวิทยาการขอ" อยากจะบอกอะไรกับคุณเกี่ยวกับเคสนี้... ตามมาครับ ^^

จะเห็นได้ว่า... ในตอนแรกเคสนี้ได้ทำการแจก "แบบสอบถาม" เกี่ยวกับความคิดเห็นในการที่ธนาคารจะเอาตู้ ATM มาติดตั้ง

ซึ่งลูกค้าส่วนมากไม่เห็นด้วย เพราะคิดว่าแบบเก่านั้น "มันเป็นกันเองมากกว่า" แต่หลังจากธนาคารติดตู้ ATM ให้ลูกค้าลองใช้

แล้วแจกแบบสอบถามอีกครั้ง ปรากฎว่า ลูกค้ากลับชอบ แถมยังบอกอีกว่า "น่าจะเอามาติดตั้งนานแล้ว"... เห็นอะไรไหมครับ

สิ่งที่ผมอยากจะบอกก็คือ "อย่าเชื่อแบบสอบถามมากนัก" โดยเฉพาะกับสิ่งที่ลูกค้ายังไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อย่างในเคสนี้

เจ้าของธนาคารแห่งนั้นไม่เชื่อแบบสอบถามครับ แถมยัง"ลอง"เอาตู้ ATM มาติดตั้งดูก่อน ปรากฏว่า มัน Work ครับ ลูกค้าชอบ

ลองคิดดูครับว่า ถ้าธนาคารแห่งนั้น "เชื่อแบบสอบถาม" นวัตกรรมอย่างตู้ ATM คงจะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน... จริงไหมครับ



เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... กับ "การขอให้ลองทำดูก่อน" เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีครับ ว่าบางครั้งเราจะไปเชื่อแบบสอบถาม

อย่างเดียวไม่ได้
โดยเฉพาะกับอะไรที่ใหม่มากๆ ที่ลูกค้าไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน อย่างพวกนวัตกรรมอะไรแบบนี้

เมื่อเราค้นพบอะไรที่เรารู้สึก(เชื่อ)ว่ามันน่าจะ Work เป็นสิ่งที่ "ใหม่,เป็นประโยชน์,เป็นไปได้" เราต้อง"ลองทำดูก่อน"ครับ

ให้ลูกค้ามีประสบการณ์กับเจ้าสิ่งนั้นดูสักระยะ แล้ววัดผล เราถึงจะรู้ได้ว่ามัน Work หรือไม่ Work เพราะสิ่งต่างๆ

เหล่านี้ต้องใช้ประสบการณ์ของลูกค้าเป็นตัววัดครับ แบบสอบถามอาจจะไม่ใช่คำตอบสุดท้ายเสมอไป... ลองนำไปปรับใช้กันดูครับ

ผมว่า Process แบบ ( คิด >>> ลองทำ >>> วัดผล ) นี้ น่าจะ Work กว่าแบบ ( คิด >>> วัดผล >>> ลองทำ ) เป็นไหนๆ



แล้วคุณละคิดยังไง ^^

 

ท่านที่สนใจจะอ่านเคส"จิตวิทยาการขอ"ที่เกี่ยวกับ ธุรกิจเพิ่มเติ่ม

สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ >>> AI-Positive Psychology For Business ( จิตวิทยาการขอสำหรับธุรกิจ ) <<<