ชีวิต/การศึกษา/ศาสนา/วัฒนธรรม

ปกครอง จังหวัดร้อยเอ็ด กัน ชาวนา 3 อำเภอไม่ให้เข้าศาลากลาง ที่มาชุมนุมเรียกร้องราคาข้าวและฝนแล้ง เพราะกลัวจะแอบแฝงมาปิดล้อมศาลากลาง ซึ่งตั้งตัวแทน 30 คนที่ เข้าพบรอง ผวจ.ยืนยันว่าพวกตนเดือดร้อนจริง

เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 16 มี.ค.2553 เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองของจังหวัดร้อยเอ็ด ได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ อ.ส.กว่า 100 นาย ทำการปิดประตูเข้า-ออก ศาลากลางจังหวัดร้อยเอ็ด ทั้ง 2 ประตู และตรวจสอบรถเข้า-ออกทุกคัน หลังจากทราบข่าวล่วงหน้าว่าจะมีม๊อปกลุ่มเกษตรกรจะเดินทางมาชุมนุมที่หน้าศาลากลางจังหวัด  และก็ได้สั่งให้กันม๊อบเกษตรกร กลุ่มเครือข่ายเกษตรกรผู้ทำนาปรังลุ่มน้ำชี ในพื้นที่ อ.เสลภูมิ,อ.ทุ่งเขาหลวงและ อ.ธวัชบุรี จ.ร้อยเอ็ด ประมาณ 200 คน โดยการนำของนายศิริศักดิ์ สะดวก นางอมรรัตน์ วิเศษหวาน ให้ไปหน้าสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด จากนั้นให้ตั้งตัวแทน 30 คน ซึ่งส่วนหนึ่งสวมเสื้อแดง เดินทางเข้าพบนายพิทยา สุนทรวิภาต รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ที่ห้องประชุม 4 ศาลากลางจังหวัด ซึ่งแกนนำชาวบ้าน ยืนยันว่าพวกตนไม่เกี่ยวกับคนเสื้อแดง แต่มายื่นหนังสือผ่านไปยังรัฐบาล เพื่อให้แก้ปัญหาความเดือดร้อน ทั้งนี้เนื่องจากพวกตน เป็นผู้มีอาชีพทำนาเป็นหลักทั้งนาปรัง - นาปี โดยเฉพาะปี 2553 ได้รับผลกระทบจาก 2 ปัญหา  คือการประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่ใช้ราคาเดียวกันทั่วประเทศ น่าจะไม่ใช่ความชอบธรรม  และไม่เป็นธรรม  เนื่องจากแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ต้นทุนการผลิตแตกต่างกัน โดยเฉพาะอย่ายิ่งต้นทุนการผลิตของชาวนาอีสาน มีปัญหามากว่า ทำให้ต้นทุนการผลิตสูงกว่า จึงควรที่จะได้ราคาที่สูงกว่า และอีกทั้งในปีนี้ เกษตรกรส่วนใหญ่ได้ขยายพื้นที่การทำนาเพิ่มขึ้นเท่าตัว ได้รับผลกระทบจากภัย  ทำให้การจัดสรรน้ำของกรมชลประทาน ไม่เพียงพอต่อความต้องการ ซึ่งเป็น เป็นวิกฤตของชาวนา  จึงมายื่นร้องขอความช่วยเหลือผ่านจังหวัดไปยังรัฐบาลให้ช่วยเหลือแก้ปัญหาด้านประกันราคาข้าวให้สูงขึ้นและช่วยเหลือด้านการแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำให้เหมาะสม

นายพิทยา สุนทรวิภาต รองผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า ปัญหาด้านราคาข้าวเกินอำนาจที่จังหวัดจะกำหนดให้ตามความต้องการของเกษตรกรได้  ซึ่งจะเสนอเรื่องนี้ไปคณะกรรมการนโยบายข้างของรัฐบาลเป็นผู้กำหนดและตัดสินใจที่จะดำเนินการให้ ส่วนปัญหาการขาดแคลนน้ำทำนาปรังนั้น ทางจังหวัดมีการเตือนเรื่องนี้มาตั้งแต่ต้นว่า  จังหวัดมีต้นทุนน้ำเพื่อการทำนาปรังได้ไม่เกิน 2 แสนไร่ และมีการประชาสัมพันธ์เตือนเกษตรกรอย่างต่อเนื่องไม่ให้ทำนาปรังเกินพื้นที่ซึ่งกำหนดไว้ แต่ปรากฏว่าเพราะราคาข้าวดี ทำให้เกษตรกรเกิดการดื้อแพ่ง ไม่ฟังคำเตือน มีการทำนาปรังกว่า 4 แสน 2 หมื่นไร่ ทำให้กลายเป็นปัญหาและความเดือด ร้อน ซึ่งทางจังหวัดกำลังพยายามที่จะแก้ปัญหา  ซึ่งก็เป็นเรื่องยากเนื่องจากแหล่งน้ำต้นทุนมีไม่เพียงพอ ต่อความต้อง  

 

 

 

 
                                                     /////////////////

 

วัชรินทร์  เขจรวงศ์/101