วิถีชีวิตของฉันแม้ว่าเป็นไปอย่างเรียบง่าย แบบบ้าน ๆ ตลอดเวลาได้พบกับความชื่นชมสมหวัง ประทับใจและไม่ประทับใจมามากมาย บางเรื่องก็ลืมเลือนไปกับกาลเวลา บางเรื่องก็หวลคิดขึ้นมาเป็นครั้งคราว ถ่ายทอดให้เพื่อน ๆ ฟังบ้างเฉพาะเรื่องที่น่าเล่า ส่วนเรื่องที่ไม่น่าเล่าก็ปล่อยให้ผ่านไป
การเล่าประสบการณ์มีเจตนาไปตามอารมณ์ บางเรื่องเล่าเพราะตลกขบขัน บางเรื่องเป็นความเศร้าเสียใจหรือเรื่องที่เป็นปัญหาเล่าเพราะต้องการความเห็นใจ บางเรื่องเล่าเพราะความโกรธแค้นจะได้หายคับข้องใจ และบางเรื่องก็เล่าเพราะความสะใจตนเอง
วันเวลาผ่านไป พฤติกรรมการเล่าก็เปลี่ยนไปจากเดิม การเล่าตามอารมณ์นั้นน่าจะหมดไป เพราะวัยสูงมากขึ้นนั่นเอง และหลังจากที่ได้มาแลกเปลี่ยนใน GotoKnow การเล่าเรื่องต่าง ๆ ก็กลายเป็นการแลกเปลี่ยนเป็นสำคัญ ...
สถานการณ์ที่ ๑ เมื่อวันอาทิตย์ ฉันไปตลาดสดและกำลังจะเลือกซื้อปลาสด บังเอิญรู้สึกคล้าย ๆ "หาวจึงใช้มือปิดปาก รวมทั้งน้ำตาทำท่าจะไหลเพราะอาการหาว แต่ไม่ง่วง และอยากจะดื่มน้ำอัดลมเย็น ๆ" แม่ค้าขายผักคนหนึ่งที่อยู่ใกล้ ๆร้านขายปลาพูดแบบกันเองว่า "ท่าทางจะลมจับเพราะข้าวเหนียวมะม่วงเล่นงานใช่ไหมแม่คุณ หน้านี้จะมีอะไรและอย่าได้ไปทานน้ำอัดลม หรือน้ำหวาน ๆ นะจ๊ะให้ดื่มน้ำธรรมดามาก ๆ แล้วอาการจะดีขึ้นค่ะ" ฉันได้ขอขอบคุณแม่ค้าและนึกชื่นชมที่เธอมีน้ำใจอาศัยประสบการณ์ทางภูมิปัญญา ฉันได้ทำตามคำแนะนำก็รู้สึกดี เพราะฉันทานข้าวเหนียวมะม่วงจริง ๆ
สถานการณ์ที่ ๒ มีเหตุการณ์น่าขัน เมื่อฉันไปเสียภาษีที่สรรพากรอำเภอ เพราะขับรถผ่านไปแถวนั้น ปกติเสียที่เคาน์เตอร์ตามห้างและเสียทางเน็ต เรื่องมีอยู่ว่า ...บังเอิญได้รู้จักกับเจ้าหน้าที่สรรพากรจึงพูดเย้าหยอกว่า "น้องนิดช่วยคำนวณภาษีเงินได้ให้พี่คิมหน่อย ถ้ามีเงินพอเสียก็จะเสียในวันนี้ ถ้าหากเงินไม่พอเสียก็จะขอกลับบ้านก่อนแล้วมายื่นเสียทีหลังได้ไหมคะ" เสียงของฉันทำให้ "แม่สาวงามรูปร่างสวยหน้าตาดีคนหนึ่งที่นั่งข้าง ๆ และเป็นผู้ไปติดต่อเช่นกัน เธอถึงกับตะลึงหันมามองฉันแบบตาโต ไม่กระพริบ พร้อมกับทำท่าขยะแขยงแกมสมเพช มองฉันตั้งแต่หัวจรดเท้า" ฉันรู้สึกขบขันและยิ้มได้ตลอดทั้งวัน เพราะอะไรก็ไม่เข้าใจตัวเอง
สถานการณ์ที่ ๓ วันนี้ไปติดต่อสถานที่ราชการแห่งหนึ่ง ก่อนการไปติดต่อนั้นฉันหาข้อมูลไปเรียบร้อย ผู้ใหญ่ในหน่วยงานแนะนำขั้นตอนมาก่อนแล้ว แต่ขณะที่เข้าไปในสำนักงานฉันเจอเจ้าหน้าที่หัวหน้าหน่วยงาน "พูดให้ข้อมูลไม่ตรงกับที่ผู้ใหญ่ชี้แจงไว้ แถมขู่และบอกปฏิเสธโดยอ้อม ทำให้เจ้าหน้าที่สุภาพสตรีท่านหนึ่งทนไม่ได้ลุกมาบอกว่าเรื่องนี้เจ้านายทราบแล้วและบอกให้ทำแบบนี้..." ฉันรู้สึกโล่งใจว่าปัญหาได้คลี่คลายไป ๑ ขั้นตอน
ขั้นตอนที่ ๒ หลังจากที่ไปดำเนินการตามที่เจ้าหน้าที่สุภาพสตรีได้แนะนำแล้ว ต้องกลับมาที่ห้องเดิมอีกครั้ง มีเจ้าหน้าที่นั่งเรียงแถวกันอยู่ ๓ ท่าน ฉันยกมือไหว้ทุกท่านคนละครั้ง แม้ว่าแต่ละท่านอาจมีวัยรุ่นลูก รุ่นหลานก็ตาม เพราะฉันมาขอรับบริการ สองท่านแรกเป็นสุภาพสตรี คนท้ายสุดเป็นสุภาพบุรุษ ท่าทางจะเป็นหัวหน้า (ผู้รู้เรื่องดี) ของสองคนหน้า
สุภาพสตรีคนแรก รับเอกสารไปจากฉันแล้ววางลงไปที่ตะกร้าของคนข้างหลังเธอ ฉันหาที่นั่งคอยแต่เธอก้มหน้ากดโทรศัพท์ไม่ได้บอกว่าฉันควรทำอย่างไรอีก คนที่สองรับเอกสารไปดูและพูดกับบุรุษคนหลังสุด
บุรุษคนหลังสุด....พูดขึ้นมาแบบงึมงัมเหมือนบ่น คล้ายกับว่าฉันไปทำให้เขาหนักใจในการทำงานเพิ่มขึ้น ฉันยังไม่กล้าลุกไปชี้แจงเพราะกลัวเสียมารยาท ทำเป็นนั่งนิ่งแบบ "รักตัวกลัวตายสุด ๆ " ประมาณนั้น ฉันพยายามมองว่าควรจะเป็นโอกาสใดหนอที่จะชี้แจงหรือถามไถ่ข้อสงสัย
เมื่อนานเกินรอเห็นเขาทำท่าว่าง ๆ แล้ว "ฉันจึงขออนุญาตเข้าไปที่ข้าง ๆโต๊ะของบุรุษท่านนั้น และพยายามชี้แจงเหตุผลให้เขาทราบ เช่นเดียวกับหัวหน้าหน่วยงาน คืออ้างกรอบระเบียบ และเหมือนดูถูกว่าฉันไม่รู้อะไรเลย โดยที่นั่งขาไขว่ห้างหัวแม่เท้าชิดขอบโต๊ะทำงาน" ฉันยกมือไหว้เขาและลากลับ พร้อมกับลาสุภาพสตรีสองคนด้วย ...ฉันคิดในใจ "เขาจะรู้สึกไหมหนอว่าเขาเป็นใครและทำหน้าที่อะไร"
เมื่อฉันเดินมาที่จอดรถ ฉันได้พบกับผู้อำนวยการฯ ท่านให้ความอนุเคราะห์ช่วยเหลือว่าทุกอย่างไม่เป็นปัญหา และได้พบกับรองผู้อำนวยการฯ อีกท่าน..ท่านพูดเช่นเดียวกับที่ท่านได้แนะนำฉันมาแล้วนั่นเอง
แม่ค้าท่านแรกที่ฉันกล่าวถึง ทำหน้าที่หาเลี้ยงปากท้องด้วยการขายผักบุ้ง ผักพื้นบ้านที่เธอไปหามาตามท้องนา แต่งตัวปกติธรรมดา แต่อัธยาศรัยไมตรี มีน้ำใจงาม พูดแนะนำให้กับฉันที่ไม่เคยรู้จักด้วยน้ำใสใจจริง คนสวยแต่งตัวหรูหุ่นดีไม่เคยสัมผัสความจนคนมีเงินน้อย และคนนั่งทำงานในห้องแอร์เรียกขานอาชีพของตนเองว่า "ข้าราชการ" ขอขอบพระคุณท่านผู้อ่านด้วยจิตคารวะค่ะ

http://images.google.co.th/imglanding?q
ข้าราชการคือผู้ที่ทำงานให้ประชาชนชื่นใจ การแข่งขันในอนาคตจะเน้นที่คุณภาพและการบริการ
เห็นเขากำหนดเวลาการให้บริการนี่ครับ เช่นขอรับหนังสือรับรองความรู้ ใช้เวลาไม่เกิน 30 นาที
สรรพกรที่พี่ไปติดต่อเขาคงเลิกแล้วกระมังครับ
คำกล่าวที่ว่าคนสวย สวยที่ใจ ใช่ใบหน้านี่เรื่องจริงเน๊าะพี่ครูคิม...
สวัสดีค่ะ ผอ.พรชัย
สวัสดีค่ะน้องอ้อยเล็ก
สวัสดีค่ะ
น่าจะร้องเรียนให้เขารู้สึกตัวบ้างหรือคนประเภทนี้พูดไปก็เท่านั้น เดี่ยวนี้ ข้าราชการบางหน่วยงานบริการประชาชนอย่างประทับใจมีก็มากแต่ก็มีมากอีกเช่นกันที่ไม่ได้เรื่อง จนเขาดูถูกข้าราชการ และชอบใช้คำว่า เช้าชาม เย็นชาม คนที่ดูและมอง ตัดสินจากการมองภายนอกก่อนแล้วดูอย่างผิดๆคนเหล่านี้เขาได้รับกรรมแน่นอน เขาก็จะโดนเหมือนที่เขามองและทำกับคนอื่นเช่นกันค่ะ
www.welovethai.in.th
ขนาดคุณครูคิมซึ่งเป็นข้าราชการด้วยกันยังเจอแบบเนี่ย และ ไอ้คนหาเช้ากินเช้า แต่งตัวเชยๆอย่างพวกฉัน จะให้เขาต้อนรับอย่างไงเนี่ยะ...อย่างเนี่ยแหละคนไทยจึงอยากให้ลูกเป็นเจ้าคนนายคน..จะได้ไว้แอ๊ค..คอแข็ง
หน่วยงานสมัยนี้ต้องพัฒนาในการให้บริการ และจะต้องบอกวิธี ขั้นตอนให้ชัดเจนเพื่อประชาชนที่ไปติดต่อจะได้ไม่เสียโอกาส ผมอยากให้ทุกหน่วยงานมีเจ้าหน้าที่ไว้สำหรับแนะนำให้ผู้รับบริการให้ทราบในส่วนที่เกี่ยวข้อง หรือแนะนำขั้นตอนอย่างน้อยหน่วยงานสัก 1 คน ซึ่งเป็นผู้ตอนรับเบื้องต้นจะดีมากเลย
สวัสดีค่ะน้องดากานดา น้ำมันมะพร้าว
สวัสดีค่ะคุณ...คนของแผ่นดิน
ความรู้ไม่ได้มาพร้อมกิริยามารยาทนะครับ
บ่อยครั้งคนไม่มีความรู้ แต่จริงใจ ไม่ยกตนข่มทาน
ผิดกับบางท่านที่มีหน้าที่การงานดี
แต่อวดรู้ พองตัวยังกับอึ่งอ่าง
ไม่กลัวตัวเองระเบิดบ้างหรือไง
ขอบพระคุณสำหรับบทเรียนครับ
คอมเม้นท์ไปจิตชักออกอาการอกุศลแล้วครับ พอดีกว่าครับ...
พฤติกรรมที่แสดงออกมา..
สะท้อนสิ่งที่อยู่ข้างใน..จริงๆนะคะ"คุณครูพี่คิม"
เคยเจอเหมือนกัน..ก็จะแผ่เมตตาให้..
สาธุ สาธุ
สวัสดีค่ะครูคิม
แป้งก็เป็นคนหนึ่งค่ะที่เวลาไปติดต่องานราชการแล้วก็ไม่ค่อยได้รับการปฏิบัติที่ดีค่ะ
เวลาเราไปถามข้อมูลก็มักจะตอบแบบขอไปที
พอทำตามที่เค้าบอกไปส่งให้อีกคน ก็ทำเสียงหงุดหงิดบอกว่าทำผิดค่ะ
แต่ก็มีหลายหน่วยงานนะค่ะที่ตอนนี้กำลังมีการพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการ
เพื่อให้ดูแลประชาชนด้วยความเต็มใจและทั่วถึงค่ะ
โชคร้ายนะค่ะที่ไปเจอคนประเภทนั้น เดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันแล้วนะค่ะ...แบบนี้ยังเหลืออีกรึ
สวัสดีค่ะน้องบุษรา
สวัสดีค่ะคุณเดชา
สวัสดีค่ะน้องPhornphon
สวัสดีค่ะคุณระพี
สวัสดีค่ะน้อง~*_PangJung_*~
สวัสดีค่ะคุณปริมปราง