ความเชื่อที่ว่าครอบครัวใดที่ได้ลูกฝาแฝดผิดฝา(ชาย-หญิง)จะต้องจับลูกฝาแฝดแต่งกันเพื่อหลอกผีแก้เคล็ดไม่อยากสูญเสียลูกสุดที่รักตามผู้เฒ่าผู้แก่ชื่อกันมาตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษ
เมื่อวันศุกร์ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2553 ได้รับการ์ดแต่งงาน ของผู้ปกครองนักเรียนชั้นประถม ศึกษาปีที่ 4 (เด็กอายุ 9 ขวบ จะแต่งงาน เป็นไปได้หรือ?) อ่านชื่อคู่บ่าวสาว อ้าว. สองคนพี่น้องเป็นลูกแฝดกัน สร้างความประหลาดใจมากมายให้กับคณะครู
“การแต่งงานลูกแฝด” เป็นการจัดงานแบบสมรส ฝ่ายเจ้าบ่าว ..เด็กชายเกียรติศักดิ์ วิทกำจร และ เจ้าสาว เด็กหญิงณิชนันท์ วิทย์กำจร ทั้งคู่แต่งกายชุดบ่าวสาว
ได้ถามแม่ของบ่าว-สาว ถึงสาเหตุที่ได้จัดงานแต่งให้กับลูกของเขาทั้งสองคน เขาเล่าให้ฟังว่า เป็นความเชื่อว่าครอบครัวใดที่ได้ลูกฝาแฝดผิดฝา(ชาย-หญิง)จะต้องจับลูกฝาแฝดแต่งกันเพื่อหลอกผีแก้เคล็ด เขาและสามีกลัวว่าลูกคนใดคนหนึ่งจะต้องตายไป หรือลูกทั้งสองคนจะมีชีวิตไม่ยืนยาวเพราะตนเชื่อว่าการที่มีลูกแฝดหากไม่ทำพิธีอย่างใดอย่างหนึ่งครอบครัวจะอยู่ไม่เป็นสุข เพราะเป็นความเชื่อของชาวบ้านในพื้นที่ว่าการมีลูกแฝดชายหญิงอาจทำให้คนใดคนหนึ่งมีอันเป็นไป หรือที่เรียกกันว่า “ผีขอคืน” ตนกับสามีเกิดความกลัวว่าต้องสูญเสียลูกจึงปรึกษากับญาติผู้ใหญ่ แล้วมีผู้แนะนำให้จัดงานแต่งงานขึ้นมาเพื่อเป็นการหลอกผีว่าเด็กทั้งคู่ไม่ใช่พี่น้องกัน
บรรยากาศการแต่งงานลูกแฝดผิดฝาเป็นไปด้วยความยินดีปรีดา ช่วงเช้าเจ้าบ่าวตั้งขบวนขันหมากที่บ้านญาติบ่าวสาว บ้านอยู่ใกล้เคียงแห่มายังบ้านเจ้าสาว ต่อจากนั้นจึงประกอบพิธีแต่งงานอย่างถูกต้องขั้นตอนและประเพณีทุกประการ ตั้งแต่การสู่ขอ การหมั้น การมอบสินสอดตามประเพณี การกล่าวคำอวยพรจากญาติผู้ใหญ่ หลังจากนั้นก็มีการจัดเลี้ยงโต๊ะอาหารจีนแขกที่มาร่วมงานจำนวน 50 โต๊ะ นอกจากนี้ยังมีการแสดงดนตรีตลอดงานทั้งตอนกลางวันและตอนกลางคืน
ปิดท้ายด้วยการเลี้ยงฉลองของบรรดาญาติๆทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว(ซึ่งก็ฝ่ายเดียวกันนั่นหล่ะ). แม่เขาได้ขอบคุณแขก และพูดว่า พิธีกรรมนี้ไม่ใช่เรื่องยากในฐานะคนเป็นพ่อแม่ที่จะทำตามความเชื่อที่เขาว่ากันมาแต่โบราณ ไม่อยากเพิกเฉยกับสิ่งที่หลายๆคนทักทวงและเชื่อถือมาแต่โบราณกาล.. หากถ้าทำแล้วรู้สึกว่าดี และสบายใจ..คงไม่ผิดอะไรที่เราคนเป็นพ่อแม่จะทำเพื่อลูก..ลูก..............
นำรูปน่ารักๆของคู่บ่าวสาว มาฝากค่ะ

เพื่อนสนิทของเจ้าสาว



ขบวนของเจ้าบ่าว ที่ตั้งขันหมากบ้านญาติๆใกล้บ้านเจ้าสาว

พ่อแม่ และคู่บ่าวสาว



บ่าวสาว ขอบคุณแขก (รับซอง-แจกของชำร่วย)

ญาติพี่น้องที่มาช่วยงาน (กำลังสำคัญของงาน )
เพิ่งเคยได้ยินเรื่องนี้ค่ะ ... หากแต่ไม่เชื่อ อย่าลบหลู่ นะคะ ก็ไม่เสียหายอะไรค่ะ
ว่าไปเป็นเรื่องที่น่ารักดี ว่าแต่น้องๆ ทั้งสองเค้าคิด และรู้สึกอย่างไรบ้างคะ
เจ้าบ่าวน้อยยิ้มแก้มปริเลยนะคะ ภาพขี่คอเหมือนงานบวชเลย ขอบคุณค่ะพี่ดาวเรือง
สวัสดีค่ะอาจารย์
ครูใจดีก็มีลูกแฝด แต่เป็นแฝดหญิง.... แม่ของครูใจดีก็เป็นแฝดค่ะ แปลกในดหมือนกันค่ะว่า ทำมันรุ่นครูใจดีถึงมี แฝด ซึ่งน่าจะเป็นรุ่นลูก...
ผู้เฒ่าผู้แก่ บอกเหมือนกันว่า ถ้าลูกแฝด เป็นชายกับหญิง ต้องทำพิธีแต่งานให้ แต่ก็ไม่เคยเห็นสักที ฮืม พึ่งเห็นวิธีการในบันทึกของอาจารย์นี้แหละค่ะ ต้องขอบคุณมากๆ เลยที่นำมาเล่าสู่กันฟัง เค้าเหมือนแต่งงานกันจริงๆ เลยนะคะ... น่ารักดีค่ะ
* วันนี้ตั้งใจนะมาส่งข่าวด้วยว่า ช่วงนี้ ครูใจดี คงหายไปสักพัก เพราะมีภารพงานเรื่องการทำหลักสูตร และต้องออกเก็บข้อมูลวิจัย ให้ ม. ราชภัฎ คงไม่ค่อยได้มาเยี่ยมอาจารย์ได้บ่อยนัก....
* แต่คิดถึงเสมอค่ะ อาจารย์ก็อย่าพึ่งลืมครูใจดีนะคะ แวะไปให้กำลังใจกันบ้าง ยามเหนื่อยจะแว๊บๆ เข้ามารับกำลังใจค่ะ...
* ฝากความคิดถึงให้ลูกสาวคนเก่งด้วยค่ะ ถือโอกาสส่งรูปของลูกๆ มาให้อาจารย์ดูด้วยค่ะ... และฝากให้พี่กานต์ดูด้วยนะคะ น้องทั้ง 3 คน จะเป็นกำลังใจให้พี่กานต์มีสุขภาพแข็งแรง หายเร็วๆ ค่ะ
* ระลึกถึง และรักบวกห่วงใยน้องกานต์เสมอค่ะ
พี่เคยได้ยินแต่เรื่องเล่าเพิ่งไปร่วมงานก็ครั้งนี้
แปลกจริง ๆ
พี่ครูดาวเรืองคะ แปลกค่ะ
เป็นความรู้ใหม่เลยค่ะ
น่ารักดีค่ะ
ประสบการณ์ตรงเลยนะคะพี่สอน..เห็นจริง รู้จริง..สัมผัสบรรยากาศของงานได้จริงๆ..
คุณดาวเรือง สวัสดีค่ะ
...เรื่องความเชื่อ ที่เล่าบอกต่อๆกันมา แต่โบราณ
...ถ้าทำตามได้ ไม่หนักหนา และเพื่อความสบายใจของแม่ พ่อ ก็ควรทำตามนะคะ
...ถ้าปิ่นธิดา เป็นพ่อแม่ ของลูกแฝดหญิงชาย ก็ยอมค่ะ
...ขอบคุณบันทึกน่ารักๆนะคะ
เคยได้ยินแล้เคยดูจากในข่าวค่ะ แต่ยังไม่มีโอกาสไปร่วมงานหรือเป็นงานของคนรู้จัก
เป็นความเชื่อ เชื่อแล้วทำให้สบายใจก็ทำไปเถอะค่ะ มีความสุขทางใจ**
สวัสดีค่ะ หนูก็เคยเห็นเขาในทีวีค่ะ..แต่ดูเจ้าสาวงานนี้ไม่ยิ้มเลย..ตรงข้ามกับเจ้าบ่าว..
ตามมาโม้ว่า น้ำตกแถวลานสกา หนูเคยไปแล้ว แต่จำชื่อไม่ค่อยได้..มีอยู่น้ำตกนึง..แบบว่ามันมีสไลด์เดอร์น่ะค่ะ..เพื่อนบอกว่าให้นุ่งกางเกงยีนส์..แต่ขอโทษเถอะ กางเกงยีนส์ก็ยีนส์เถอะ..วานขาดถึงเนื้อใน..อุ้ย!..นึกได้บ้างแล้วชื่อน้ำตกในเขียว กะโรม เขาหลวง และคีรีวงค์ ..ช ช ่าย แล้ว..สาวเหอ..555++
อ๋อ..ทวนความหลังอีกเรื่อง..หนูไปล้มรถที่น้ำตกกะโรมด้วย..ถูกท่อไอเสีย เลย ขาเสียโฉม มาถึงทุกวันนี้..มะงั้น..หนูได้แสดงหนังช่องเจ็ดแล้ว..

แปลกดีค่ะ ขอบคุณที่นำเรื่องดีดีมาให้อ่านค่ะ
คุณครูมีลูกสาวแฝด ต้องหาลูกเขยก่อนค่ะ
55555555555555
ถือเป็นความเชื่อของคนในแต่ละท้องถิ่นค่ะ
ขอบคุณค่ะที่มาแลกเปลี่ยนความคิดค่ะ
คงไม่เสี่ยงกับความไม่สบายใจของทุกคน
ทำได้ สนุกสนานอีกด้วย
สวัสดีค่ะ พี่ดาวเรือง
มาชม ก็แปลกดีนะ
ไม่เคยเห็น 5555555555555555