การเรียนรู้ "กับ"ธรรมชาติ
เป็นตอนต่อจาก "การเรียนรู้โดย/อย่าง/กับ ธรรมชาติ" ที่ได้มาตอนไปประชุม HA Forum ครั้งที่ 11 ที่ผ่านมา
ในเมื่องานที่เราทำนั้น เป็นงานที่ทำกับ "มนุษย์" เป็นหลัก มากกว่างานในสาขาอื่นๆ ความละเอียดอ่อน และศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เป็นอะไรที่ "มีชีวิต" นั่นคือสามารถ evolve หรือ "วิวัฒน์" ได้ และเป็น "องค์รวม" นั่นคือ ผลลัพธ์มากกว่าผลรวมของส่วนย่อย เนื่องจากมันจะมีปฏิสัมพันธ์กับสิ่งแวดล้อม ทั้งภายในและภายนอกอย่างซับซ้อนตลอดเวลา model ที่อาจจะ work ดี ในบริบท business model หรือการบริหารจัดการวัตถุอุปกรณ์ จะต้องขยายมุมมองและมุมการรับรู้คู่ขนานไปให้เท่าทันกับชีิิวิตให้ได้ด้วย
อาจารย์ประพนธ์เปรียบเทียบน่าฟังในเรื่องราวที่เกี่ยวกับขงจื๊อ และเหล่าจื๊อ สองปรมาจารย์ที่มีอิทธิพลต่อวัฒนธรรมจีนที่ปัจจุบันมีประชากรถึงหนึ่งในสี่ของโลกนี้ ขงจื๊อนั้นมี "มาตรฐาน" เยอะ ขนบธรรมเนียม ประเพณี code of conducts การเคารพผู้ใหญ่ การเชื่อฟังครูหรือผู้รู้ ฯลฯ ต่างๆ เป็นหลัก เป็นรากฐานลึกล้ำยั่งยืนจวบจนปัจจุบันนี้ในหลายๆประเทศที่มีชาวจีนอาศัยอยู่ ส่วนเหล่าจื๊อ ผู้เป็นต้นตำหรับเขียนตำราเต๋าเต็กเก็ง หรือเต๋าเต๋อจิง ก็จะออกไปทางลัทธิธรรมชาติ กลมกลืนชีวิตกับสิ่งแวดล้อม เปรียบได้กับหยางกับหยินก็ได้ ใน HA ช่วงแรกๆ ที่นำเข้า เพื่อให้มีอะไรให้ "เกาะ" เราก็อาศัยมาตรฐานเยอะหน่อย เพราะมีเรื่องมาตรฐานแล้ว จะสื่อง่าย สอนง่าย ถ่ายทอดง่ายต่อคนเยอะๆ จนพอเริ่มคุ้นชิน ก็มี SHA เข้ามาจับกับ HA และ SPA เป็นเหมือนกับหยินมาสมดุลกับหยาง
เรื่องธรรมชาติที่พวกเราในวงการบริการสุขภาพต้่องเรียนก็คือ "ธรรมชาติของมนุษย์" ซึ่งที่จริงแล้ว เราก็ไม่บังควรแบ่งแยกระหว่างธรรมชาติของมนุษย์และธรรมชาติของสิ่งแวดล้อม (หรือ "อมนุษย์") แต่ควรจะเรียนจนเห็นความกลมกลืน ความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องเชื่อมโยงของสรรพสิ่งต่างๆ
ยกตัวอย่างเช่น "การทำโรงพยาบาลเปรียบเสมือนบ้าน" ถ้าใช้มาตรฐานจับ เราก็จะไปค้นหาว่าบ้านต้องมีอะไรเป็นบ้าน บางทีก็จะมีปัญหาแล้วจะหาญาติที่ไหนมาประกอบเป็นครอบครัว แต่พอเอา "หัวใจของบ้าน" เข้ามาจับ จะพบว่าคำว่าบ้านนั้น ไม่ได้เป็นแค่ปัญญาฐานกายอย่างเดียว หรือเน้นว่า function ของบ้านคือที่อยู่อาศัย ที่ซุกหัวนอนอย่างเดียว แต่มีความหมายทีี่ลึกซึ้่ง นั่นคือ House is not the same as "Home" นั่นเอง จะต้องมีส่วนของปัญญาฐานใจ และปัญญาฐานความคิดที่ให้ความหมายจำเพาะของบ้านได้ด้วย ก็จะเกิดจินตนาการขึ้นมาทันที
เราเคยไปเที่ยวที่ไหน แล้วรู้สึกสบายใจ อบอุ่นใจ เหมือน "อยู่บ้่าน" ไหม? บางทีจะพบว่าสิ่งที่ทำให้รู้สึกเช่นนั้น อาจจะเป็นภาพเขียน ต้นไม้ ปลอกหมอน หรือคนที่เราอยู่ด้วย คำว่า "บ้่าน" ในการทำโรงพยาบาลให้เหมือนบ้านก็คือความหมายเช่นนี้้ อาทิ เราอนุญาตให้คนไข้ได้ "ตกแต่ง" เตียงตนเองตามประมาณ ไม่ว่าจะเป็นการเอารูปมาวาง เอาอะไรมาแขวน และที่สำคัญ มีเก้าอี้ ที่เนื้อที่ ที่คนใกล่้ชิดจะสามารถมาอยู่ มาคุย มาปรนนิบัติ รวมๆกันเหล่านี้บ้านที่แท้ในใจของคนไข้จึงจะผุดปรากฏขึ้นมา คำว่า "ญาติ" ก็เช่นกัน ญาติในที่นี้ไม่จำเป็นต้องเป็น biological relatives หรือญาติทางสายเลือดก็ได้ แต่เป็น "วิสาสา ปรมา ญาติ หรือ ความคุ้นเคยเป็นญาติอย่างยิ่ง" พยาบาลที่คุ้นหน้าคุ้นตา หมอที่คุ้นหน้าคุ้่นตา เสมียน ward ที่คุ้นหน้าคุ้นตา ก็กลายเป็น "ญาติอย่างยิ่ง" ได้ ถ้าเราทำให้เกิด "วิสาสา" ขึ้นในกระบวนการดูแลคนไข้
สิ่งเหล่านี้คือกระบวนการหล่อหลอม "สิ่งแวดล้อมภายใน" ให้เกิดเสมือนบ้านโดยผ่านทางการกระทำ และความสัมพันธ์
เรายังสามารถทำผ่านสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วย เพื่อเสริมพลังงานเบื้องต้น อาทิ ถ้าเราเน้นที่ปัญญาฐานกายของโรงพยาบาล มันก็จะเต็มไปด้วยการออกแบบเพื่อกิจกรรมในโรงพยาบาล อาทิ จ่ายยา ผ่าตัด ความสะอาด ฯลฯ จนบางทีเกิดการรับรู้่ถึง "ความเจ็บไข้ได้ป่วย" ไปตั้งแต่เหยียบย่างกรายเข้าโรงพยาบาลเลยทีเดียว ใครเคย admit หรือนอน รพ.ก็จะรู้ สิ่งแรกที่เรารู้ตัวก็คือ อดใส่ชุดที่เราชอบ ต้องไปใส่ชุดคนไข้ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษคือ ใครใส่ปุ๊บต่อให้ไม่ป่วย ก็จะรู้สึกตนเองป่วยขึ้นมาทันที ผ้าปูที่นอนปลอกหมอนที่เราซื้อมาใช้ที่บ้าน ใช้เวลาเลือกสองชั่วโมง อบกลิ่นลาเวนเดอร์พิเศษทุกอาทิตย์ก็หมดปัญหา อดใช้ไปแน่นอน ต้องใช้ผ้าปูที่เต็มไปด้วยชื่อโรงพยาบาลนั้นๆแทบจะทุกตารางนิ้ว (นัยว่าใครตัดไปใช้ ก็ต้องตัดได้แค่ 2-3 ตารางนิ้วเท่านั้น จึงจะไม่มีชื่อติดไป)
การเห็นอะไรที่ "เติบโต เปลี่ยนแปลง" ก็จะมีผลกระทบต่อความรู้สึกได้อย่างแนบเนียน ผมมีโอกาสเจอพี่ภักดี ผอ. รพ.ด่านซ้าย ซึ่งนับว่าโชคดีมาก เพราะเคยได้ยินชื่อพี่ภักดีจากวรวุฒิ ผอ.สันทราย มานานแล้ว พี่ภักดีเป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของคนที่เกิดมาเป็น coach เพราะเวลาแกพูดถึงกิจกรรม แกจะบอกว่าชอบสอนเด็กว่ายน้ำมาก แล้วยิ่งได้เห็นเด็กที่สอนว่ายน้ำเป็นขึ้นมา มันเป็นอะไรที่เป็นความสุขมากๆ นี่แหละคือ energy ที่แท้ของ coach หรือผู้หล่อเลี้ยง คือมีดวงจิตที่หฤหรรษ์เบิกบานเมื่อเห็นอะไรก็ตามเติบโต งอกงาม และเรียนรู้ เป็น mentality ที่หลุดจากอัตตา เป็นจิตใหญ่เพื่อผู้อื่นตลอดเวลา ดังนั้นไม่แปลกอะไรที่บางที แค่เราเอาต้นไม้มาวาง หรือให้มีวิวทิวทัศน์เห็นต้นไม้ ก็เกิดกระบวนการเยียวยาเกิดขึ้น เพราะอะไรก็ตามที่ grow งอกงามได้ มันทำให้เกิดความสุขสงบในสัจธรรมอันนี้อย่างบอกไม่ถูกทั้งสิ้น
การรับรู้แบบนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน และค่อนข้างจะ individual คือ คนเราให้ความหมายสิ่งต่างๆไม่เหมือนกัน อย่างผมนี่ เห็นต้นบอนไซแล้วแทนที่จะนึกสวยงาม เป็นศิลป เป็นเซ็น เป็นอะไรนั่น ผมกลับสงสารต้นไม้ ที่แทนที่จะโตไปตามธรรมชาติ แต่ก็ถูกดัด ถูกตัด มัด ริด ยัน ค้ำ โดยคน แล้วบอกว่าอย่างนี้ถึงจะดี ถึงจะสวย ผมคิดว่าแบบนี้ก็เป็น coach เหมือนกัน แต่เป็น coach ที่เข้าไปก้าวก่ายยุ่งขิงกับชีวิตคนอื่นเยอะ ไม่ได้เป็น coach ที่ empower คนอื่น และสามารถมองเห็นความงดงามแบบเขาได้ มีแต่แบบเราที่จะเรียกว่างดงาม (นี่อาจจะเป็นเพราะผมยังไม่ลึกซึ้งเข้าใจในศิลปบอนไซอย่างแท้จริงก็ได้ ขออภัยถ้า offend ผู้ไปโดยไม่เจตนา) หรือถ้าเราแขวนต้นอะไรที่โตเร็ว ตายเร็ว ประเดี๋ยวคนไข้อาจจะได้ทำมรณานุสติไปโดยไม่รู้ตัวก็เป็นได้
เรื่องนี้ไปถึงสัตว์เลี้ยงเช่นกัน เต่า หรือ ปลาหางนกยูง ก็จะให้อารมณ์ความรู้สึกแตกต่างกัน สุนัข แมว จิ้งจก กิ้งก่า ฯลฯ
แต่ที่สำคัญที่สุดเลย เพราะในมิติอื่นๆ อาชีพอื่นก็จะเห็นไม่แพ้เรา แต่สำหรับงานหมอ งานพยาบาล สิ่งที่เรามีอภิสิทธิ์ได้มาเผชิญจริงๆทุกวัน ไม่เว้นตะละวัน ก็คือ "เทวฑูตทั้งสี่" นั่นเอง ได้แก่ "เกิด แก่ เจ็บ และตาย" ซึ่งเป็น "ธรรมชาติ" และเป็น "สัจจธรรม" ที่สุด
ทำไมเราจึงได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องเหล่านี้ ในปริมาณขนาดนี้ ในขณะที่คนอื่นๆเขาไม่มีโอกาส ถ้าสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นอะไรที่เกิดจากเหตุปัจจัยนำมาถึงตรงนี้ มันมีความหมายว่าอย่างไร?
อืม..พูดไม่ออกค่ะ อยู่ ๆ น้ำตามันก็ไหลออกมาเองโดยไม่รู้ตัว
เหมือนดวงวิญญาณของตัวเองกำลังจะกลับมาเกิดใหม่อีกครั้ง..รึเปล่า !!
ขอบพระคุณท่านอาจารย์มากค่ะ...
สวัสดียามเช้าค่ะ..แป่ว ๆ ...^_^
ต้นปรงญี่ปุ่นที่บ้านค่ะ เกือบตายมา 1 รอบ เพราะถูกเพื้ย หนอนทำลาย ตอนนี้กำลังแตกยอดใหม่ สวยงามมาก ๆ ค่ะ...
...HA forum ครั้งนี้ดีจริง ๆ ค่ะ
แม้ว่าจะไม่ได้ไปร่วมงาน แต่ ได้อ่าน และเรียนรู้จาก G2K แห่งนี้ก็สุดยอดแล้วค่ะ
ขอบพระคุณท่านอาจารย์อีกครั้งค่ะ...^_^