คนเราจงเป็นตัวของตัวเองแล้วทุกสิ่งจะมากระทบเป็นเพียงมายาภาพ

 

ยามเช้าวันนี้ก่อน 8 โมงครึ่งยูมิลงจากรถที่บ้านขับไปส่งในกลางเมืองหาดใหญ่ด้วยไม่ต้องการจอดรถข้างทางที่มีคนเยอะและเป็นแหล่งชุมชุนเมือง  เดินไปกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นที่ 8 ของโรงแรมลีการ์เดนส์พลาซ่าพอออกไป...เจ้าภาพงานมา...สวัสดีคะอาจารย์เชิญทางนี้คะ...ไปนั่งโต๊ะ V.I.P.

เออเรานี่มานั่งแถวหน้าเลยนะนี่...แล้วที่มานั่งร่วมมีอาจารย์สายคณิตศาสตร์  สายคอม  สายภาษาจีน  สายภาษาอังกฤษ  เออ...โต๊ะนี้สายนานาชาติเลยนะนี่...ได้คุยกันเรื่องคณิตคิดเร็วเริ่มมาจากเมืองญี่ปุ่นประเภทดีดลูกคิดให้ดูเลยละ...

 ส่วนสายคอมก็บอกว่าเราต้องตามโลกให้ทัน  ช่วงนี้ทุกอย่างข่าวสารฉับไวมาก...ทุกอย่างมีการแข่งขันกันตลอด...แม้แต่ตนเองยังแข่งขันกับตนเองเลย...หันไปทักทายเซฮะโหลกับแหม่ม 2 คนมาจากนิวซิแลนด์และอังกฤษเขาบอกว่าตอนนี้ประเทศเขาหนาวมาก ๆ ...

กำลังจะบอกว่า...วันนี้ทางโรงเรียนทวีรัตน์เป็นโรงเรียนเอกชนได้จัดให้เด็ก ๆ อนุบาล 3 และ ป. 6 ได้รับปริญญามีรูปแบบเหมือนทางมหาวิทยาลัยจัดดำเนินการเลยละ...รูปแบบเหมือนแกะกล่องทำนองเดียวกัน...ตามแบบอย่างกันมองแง่ดีคือเด็ก ๆ เวลาโตไปเรียนจบ ป. ตรีแล้วไม่ต้องซ้อมรับปริญญาเอาเลยละ...

เห็นพ่อแม่ของหนู ๆ ทั้งหลายมากันเต็มเป็นค่านิยมสมัยปัจจุบันที่ทำกันอย่างนี้ พอหลังเที่ยงเลิกงานมีสายเข้ามาเป็นลูกศิษย์อยากมาพบพอเจอลูกศิษย์นำเพื่อน ๆ มาอีก 2 คน มาขายของแบบขายตรง ๆ ...ก็เป็นการหาเงินอีกรูปแบบหนึ่ง 

แต่ยูมิก็ได้แต่ฟังแผนการขายร่ายยาวไปไม่ได้ตัดสินใจอะไร เพราะในใจลึก ๆ ของยูมิไม่สนใจเอาทีเดียวเรื่องพันอย่างนี้ฟังแล้วก็แล้วกันไปนั้นคือเรื่องเล่าที่มาเกี่ยวกันวันนี้ละ...

แง่คิดวันนี้คือ...คนเราจงเป็นตัวของตัวเองแล้วทุกสิ่งจะมากระทบเป็นเพียงมายาภาพ...