๑
เราได้มาพบกันอีกครั้งแล้วนะเพื่อน
เราได้มาพบกันแล้วจริงๆ ไม่ได้ฝันไป
สวัสดีครับ ฉันเองไง เป็นอย่างไรบ้าง……………
นั่นเธอเป็นแม่ไก่อีกแล้วนะ กำลังถักไหมพรมเหมือนแม่ไก่ในการ์ตูน
มานั่งหลบอยู่คนเดียวอีกแล้ว มีสมุดบันทึกเล่มเล็กๆวางข้างๆ สงสัยจะเขียนบทกวี
“นั่น เธอ จริงๆเหรอ เหมือนฝันไป อยู่ๆก็โผล่มา”
เธอบอกว่า นานจังเลยที่ฉันไม่ได้เห็นหน้าเธอ
ฉันก็คิดอย่างนั้น นานแล้วนะนานจริงๆด้วย
แล้วเราจะคุยกันได้นานไหม เย็นมากแล้ว นกร้องแดดอ่อนแรงลง ฉันเดินทางมาตั้งแต่เช้า
ตากแดดตากลมมาบนถนนสีเทายาวไกล เดินมาบ้าง โบกขออาศัยติดท้ายรถกระบะเขามาบ้าง
หลายต่อหลายคันรับฉันมาถึงที่นี่ มาเจอหน้าเธอก็เย็นพอดี
ไม่เป็นไร ไปเดินเล่นกันเถอะ เราจะเดินคุยกันไปเรื่อยๆตามทาง เดินไปด้วยกันบนถนนที่สองข้างมีป่าเล็กๆ
มีนกมีต้นไม้ใบหญ้าร่วงโรย
ในหน้าแล้ง ต้นไม้ข้างทางอาจจะแห้งๆเหี่ยวๆ
แต่ก็สดชื่นนะเราไม่เหี่ยว เพราะเราได้มาพบกันแล้วอีกครั้งในวันนี้
เราคุยกันเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้สดชื่นให้หายคิดถึง
เดินไปเรื่อยๆไกลๆ ให้แดดอ่อนลงมากๆก่อน
ริบหรี่ลงก่อนนะ ให้อากาศเริ่มหนาวลมพัดโบก
เราเดินไปไกล แล้วค่อยย้อนผ่านทางเก่า
ผ่านลมหนาวที่พาเราเดินคุยกันไปไกลกลับมา….
มานั่ง ค่ำแล้ว มีน้อง มีพี่ มีน้า มานั่งด้วยกัน
สมาชิกอาจล้ออาจแซวเธอบ้าง
ที่อยู่ๆก็มีหนุ่มน้อยเด็กเร่ร่อนมอมแมมจากแดนไกลมาเที่ยวหา
แต่เราสองคนก็รู้ว่า………………ธรรมดาจริงๆ
ที่โล่งๆ อากาศหนาว ใส่เสื้อกันหนาวไม่หนาพอ
ฉันตัวสั่น ปากสั่นกึกๆ คุยไม่ค่อยออกได้แต่ยิ้มๆ เธอก็เลยให้ยืมเสื้อกันหนาวหนาๆ
เลยนั่งคุยกันต่อได้กลางน้ำค้างเย็นชื่นใจ ไม่สั่นกึกๆ
ไม่หนาวแล้วล่ะ………………
บนฟ้ามืดกว้าง มีดาวน้อยๆมากมาย เหมือนดวงตาแวววาวของเธอ ดาวน้อยๆยิ้มแย้มกับเรา
หัวเราะในเรื่องตลกที่เราคุยกัน แล้วดาวน้อยที่น่ารักทั้งหลายก็ยิ้มหวานในสิ่งดีๆ ที่ฉันและเธอนึกถึงพร้อมกัน
สิ่งดีๆที่เรารักและจะทำต่อไปเพื่อเพื่อนทุกคนของเรา
………………………………..………
ให้ดึกขึ้นเรื่อยๆ น้ำค้างเริ่มเย็นเฉียบ ดาวน้อยน่ารัก
ทั้งหลายก็พรมน้ำค้างตกลงมาให้เราสดชื่นมากขึ้นอีก
เราไม่ร้อนหรอกดาวน้อย พอได้ไหมจ้ะ
“………………………………………………”
ไม่หรอก ดาวน้อยเตือนสติเรา มาถึงวันนี้เธอมาพบกัน และวันนี้ก็จบลงแล้ว ดึกแล้วถึงเวลาควรพักผ่อน
พรุ่งนี้พวกเธอต้องเดินทางต่อไปตามทาง ต่อไปอีกไกล
และในเวลาดึกที่สุด เราก็แยกย้ายกันไปนอนหลับ
รอเวลาตอนเช้า ให้เรามายิ้มให้กันอีกครั้ง
ก่อนที่จะต้องร่ำลากันไป เป็นธรรมดา แบบคนธรรมดา
เช้าแล้ว อากาศหนาวมีหมอกนิดๆ แต่ก็มีแดดออกมาให้เราอบอุ่น เราพูดออกมาเป็นควันไอน้ำ
“สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ”
“……………………………..”
ใส่บาตรกันเถอะ วันนี้ ฉันทำกับข้าวเองนะ
“มานี่เถอะ พระมาแล้ว ถอดรองเท้าด้วยค่ะ”
เราใส่บาตร พระให้พร เราอาจแปลไม่ออก แต่ถ้าจะให้ฉันแปลกำหนดความหมายตอนนั้นก็คือ
ขอให้มีความสุข ดูแลความรักความเมตตาปรารถนาดีต่อเพื่อนของเธอ เพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตายของเธอ
ให้ดีที่สุดเทอญ
และก็พระเตือนสติเราในใจเหมือนอย่างที่ดาวน้อยบอกเราเมื่อคืนนี้ ถึงเวลาเดินทางแล้วโยม
การเดินทางย่อมมีเพียงสัมภาระที่จำเป็น………
เช้าตรู่วันนี้
ก่อนจะจากกัน กินข้าวก่อนนะ แล้วค่อยไปต่อ
เช้านี้กินข้าวอิ่มแล้ว เธอมีนมกล่อง มีขนมหลายอย่างใส่กระเป๋าให้ฉันไว้
กระเป๋าใบเก่าๆของฉันมีขนมไว้กินแล้วนะ สบายแล้ว
เตรียมของเตรียมขนมเสร็จ ก็ยิ้มให้กัน
อย่าลืมสิ่งดีๆที่เรานึกถึงพร้อมกันเข้าใจกันตลอดมา
“สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ”
โชคดีนะเพื่อน
ไปล่ะนะ เป็นเด็กดีนะคนสวย
โบกมือกระโดดขึ้นรถบรรทุกผ่าน
โบกมือลาก่อน โบกมือลาก่อน มองจุดที่เธอยืนอยู่จนสุดสายตา เมื่อสุดสายตาแล้ว
ฉันก็หันกลับขึ้นมองไปข้างหน้า ให้ลมเย็นโต้ปะทะใบหน้า………
รถบรรทุกเก่าๆ
วิ่งไปตามถนนขรุขระกลางป่ากลางเขาหน้าแล้ง
“สวัสดีครับ” “สวัสดีค่ะ”