Appreciative Inquiry

เรื่องนี้ต่อจากตอนก่อนนะครับ ว่าปัจจัยที่จะทำให้ โครงการ หรือเครือข่ายนั้น Work มีหลายประเด็นครับ จริงแล้วผมเองก็ถือว่าอยู่ระหว่างการพัฒนาเครือข่าย และความรู้ของตนเอง และชาวชุมชนอยู่ครับ แต่ก็จะเล่าเพื่อเป็นการทบทวนตนเอง และเป็นองค์ความรู้สะสมสำหรับพวกเราครับ

"ผมเคยอยู่โรงงานรถยนต์ครับ ปรากฏว่าก็ต้องแปลกใจกับเจ้าหน้าที่กลุ่มหนึ่งที่ต้องผลัดกันขับรถกลับบ้าน รถนี้เป็นรถรุ่นใหม่สุดครับ โดยเฉพาะพวกบ้านไกลๆ แถมบริษัทยังให้รถเอาไปเที่ยวในช่วงสุดสัปดาห์ด้วย ก็จะมีพวกชอบไปเที่ยวแคมปิ้งตามป่าเขา นี่แหละครับที่ชอบยืมไป บริษัทก็ชอบเพราะได้เอารถไปทดสอบในสนามโหดๆ ของจริง เหตุผลง่ายๆคือ ต้องการขับให้ได้แสนกิโล ในทุกสภาพ ก่อนลูกค้าคนไหนจะขับถึงก่อน เผื่อเจอปัญหาด้านคุณภาพ จะได้ตรวจเจอล่วงหน้าครับ"

วันนี้ผมขอเสนอว่า "AI Practitioner ต้องฝึกตัวเองให้มีทักษะก่อนครับ เป็นทักษะทั้งการตั้งคำถาม การทำจริง เรียกว่าฝึกจนชำนาญ เห็นอะไร work ไม่ work เยอะพอครับ ประมาณว่าถ้า AI เป็นรถ คุณต้องขับให้ได้แสนกิโลก่อนนักเรียนของคุณครับ"

"แนวทางฝึกคือ ทดลองแหลกครับ ไม่ต้องครบ 4-D ก็ได้ครับ เอาแค่ Discovery แล้ว Do เลย ขยายผล วัดผลจริงๆ ติดตามงานของตนเองไปนานๆ" 

หรือ

"ฝึกมองอะไรเป็น AI คล้ายๆ AAR ครับ แต่ AAR จะหาทั้ง work ไม่ work แต่ AI คือหาอะไรที่ work กว่าแล้วทำมากๆครับ"

AI คือการค้นหาสิ่งลึกลับที่ work ที่ซ่อนเร้นอยู่ในระบบ ยกตัวอย่างนะครับ เช่นผมค้นพบว่านั่งอยู่ในห้องสมุด MBA โอกาสจะได้คุยได้ฝึกนักศึกษามีมากกว่า (ห้องสมุด MBA เป็นห้องคอมในตัว นักศึกษาเลยเข้ามาบ่อยๆ) ที่จะนั่งอยู่ในห้องที่ไกลออกไป ซึ่งนักศึกษาจะเดินไปก็ต้องเมื่อต้องการถาม

นี่พออยู่ห้องสมุดก็มีเรื่องได้คุยกันทุกวัน ทำให้มีโอกาสปรึกษาหารือกันสนุกไปเลยครับ  ผมก็ได้ความรู้แง่มุมแปลกๆในด้านการบริหาร จากการที่นักศึกษาผลัดเปลี่ยนเวียนกัน มาเล่าให้ฟังทุกวันนี่แหละครับ

เมื่อพบอะไรอย่างนี้ก็ขยายผลเลยครับ วิธีการทำคือย้ายไปนั่งห้องสมุดเลย ก็พบว่าดีกว่าจริงๆครับ

บางเรื่องเราจับสัญญาณก็พอไม่ต้องวัดผลกัน serious มากครับ เดี๋ยวหมดสนุก

เจออะไร work กว่าทำไปเลยครับ เดือนหนึ่งทำสองสามเรื่อง หรือมากกว่านั้นก็ได้ แล้วทักษะของคุณจะดีขึ้นเอง

ตรงนี้จะช่วยลดปัญหาการทำ AI Project แล้วไม่ work ครับ คุณจะมีเรื่องเล่าที่เกิดจากประสบการณ์จริงของคุณเอง คุณจะมั่นใจมากขึ้นครับ เพราะองค์ความรู้ที่คุณสังเกตเจอ แล้วเอาไปทำนั้น รับรองไม่เชยครับ จะเป็นอะไรที่สุดๆ อยู่บ่อยๆ ดีกว่าเอาตำรา Text book มากางแล้วทำอีกครับ ไม่ค่อย work หรอกครับ

สุขสันต์วันอาทิตย์ครับ