บทเพลงที่ ชอบมานาแล้ว

๒๓.๕๙ น.  วันเสาร์ที่ ๑๓ มีนาคม  ๒๕๕๓

            ต้องรีบจรดปลายนิ้ว กลม ๆ ลงบนแป้นพิมพ์ของโน้ตบุ๊ค  ก่อนที่ตัวเลขบอกเวลาที่อยู่ตรงมุมล่างขวา  ของหน้าจอจะเปลี่ยนเป็น ๐.๐๐ น.  ซึ่งนั่นก็หมายถึงวันใหม่ได้ย่างกรายเหยียบย่ำ  วันเก่าให้หมดไปเสียแล้ว แม้จะเป็นเพียงนาทีสุดท้ายของของชั่วโมงที่ยี่สิบสี่ของวัน  แต่มันก็เป็นหนึ่งนาทีที่มีความหมายเอามาก ๆ เลยทีเดียว  นั่นก็คือถ้าปล่อยให้นาทีนี้ผ่านไป  ก็เท่ากับว่าวันนี้พลาดโอกาสที่จะเขียนบันทึก  ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องทำ ฉะนั้นแล้วอย่าปล่อยให้หนึ่งนาทีลอยนวล...

            วันนี้วันเสาร์  เป็นวันที่ไม่ได้รีบร้อนอะไรมาก  หลังจากตื่นมาทำภารกิจในตอนเช้า  ก็นั่งทำ ปพ.๖ ของนักเรียนในชั้น  ทำตั้งแต่เช้ายันเที่ยงเลยไปถึงบ่ายอ่อน ๆ จากนั้นก็ได้รับโทรศัพท์จากพี่ปุ๊กให้เข้าไปทำเอกสาร ปพ.๑ ที่โรงเรียน  จนกระทั่งเวลาเกือบจะหกโมงเย็นจึงกลับที่พัก

            เดินทางไปบ้านพี่วุฒิ  เพื่อไปบ้านครูเปิ้ลต่อ  ที่บ้านพี่วุฒิสมาชิกมาเกือบหมดแล้ว  รอครูเป้ที่มาช้ากว่าเพื่อน  กว่าจะได้ออกเดินทางก็ทุ่มครึ่งครับพี่น้อง  ถึงบ้านครูเปิ้ลหลวงพ่อเดินทางกลับวัดเรียบร้อยแล้ว  ก็เป็นอันว่าไปไม่ทันฟังสวดพระอภิธรรม  ก็พากันไปกราบเคารพศพ  คุณพ่อบุญรอด (ขนาดชื่อบุญรอดครับยังไม่รอดเลย) เขตนอก  อายุ ๕๘ ปี จากนั้นก็ร่วมรับประทานอาหาร  ร่วมใส่ซองเพื่อเป็นการช่วยเหลืองาน  คุยกันอยู่ที่บ้านครูเปิ้ลนานพอสมควร  จึงเดินทางกลับและแยกย้ายกันไป  นัดหมายเจอกันอีกครั้งเที่ยงวันที่บ้านพี่วุฒิ  เพื่อไปร่วมงานฌาปณกิจในวันพรุ่ง

           กลับมาถึงที่พักอาบน้ำและนั่งทำงานต่อจนกระทั่งข้ามวันมาถึงวันนี้  ตอนนี้ ๐.๑๔ น.  เลขหนึ่งสี่หลังเลขศูนย์บอกเป็นความนัยให้รู้ว่าตอนนี้วันที่ ๑๔ แล้วนะ  และอีกนัยหนึ่งก็เป็นการตอกย้ำให้รู้ว่า  วันนี้เป็นวันเกิดของน้องชายสุดที่รัก (เคยทำงานร่วมกันที่โรงเรียน) อโศก  ภักดีวุฒิ  ตอนนี้ไปบรรจุที่จังหวัดสระแก้วแล้ว  น้องแกเป็นครูสอนภาษาอังกฤษ  เป็นคนจริงใจ  เปิดเผย ตรง ๆ โผงผาง  แต่รักกันจริง  เมื่อก่อนตอนสอนด้วยกัน  มักจะไปไหนมาไหนด้วยกัน  จนเค้าให้ฉายาว่าเป็นคู่หูดูโอ้ ขนาดว่าเคยออกอัลบั้มเพลง (ทำกันเอง กีต้าร์ตัวเดียว) ด้วยกันมาแล้ว  ส่วนมากเพลงที่นำมาร้องก็จะเป็นเพลงเพื่อชีวิตที่พวกเรา "ชอบมานานแล้ว"  อีกสองอย่างของน้องแกก็คือวาดรูปเหมือนได้เหมือนมาก เมื่อก่อนก็เคยเป็นนายแบบให้วาดอยู่หลายครั้ง  เท่านั้นยังไม่พอน้องแกก็พยายามจะปลุกปั้นให้ฝึกวาดภาพ  ไอ้เราก็วาดเป็นซะที่ไหนละ แต่ก็เออนะลองฝึกซะหน่อย  เคยพยายามนั่งวาดจนดึกดื่นอยู่ครั้งหนึ่ง  ตั้งชื่อภาพที่วาดว่า "ห้องที่ว่างเปล่า"  ก็ได้รับคำชมและให้กำลังใจมาจนทุกวันนี้ยังไม่เคยลืมเลยขอบอก  อย่างสุดท้ายของน้อง อโศก  หรือ อโศกา  ผู้ที่เต็มไปด้วยอารมณ์ขันและเสียงหัวเราะก็คือ  ความสามารถในการเล่นกีต้าร์นั่นเอง  เรียกได้ว่าไปเที่ยวที่ไหนก็ต้องพกไปด้วย  เพื่อสร้างสรรค์ความบันเทิงแก่คณะ

             วันนี้  ๑๔ มีนาคม  แล้วก็ขอให้น้อง อโศก  ภักดีวุฒิ  มีสุขภาพร่างกาย(สำคัญที่สุด) สมบูรณ์  แข็ง...  แรง...ดี...และมีความสุขกับชีวิตตลอดกาลและตลอดไป  Happy  Birthday  to  You.