GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ขอชื่นชมให้ทำดีต่อไปเรื่อย ๆ

บทความคอลัมน์ "ทางกลับคือการเดินทางต่อ" หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นไทยนิวส์ ประจำเดือนมืถุนายน 2549

เมื่อวันศุกร์ที่ 9 มิถุนายน 2549 ได้รับการจารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทยเราอีกวันหนึ่งว่า เป็นวันที่คนไทยทั้งประเทศได้แสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้อย่างกึกก้องเกรียงไกรไปทั่วโลก ภาพของคนไทยที่มาชุมนุมกันอยู่ ณ บริเวณหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม, ลานพระบรมรูปทรงม้า และอาณาบริเวณใกล้เคียงกันอย่างเนืองแน่น ถึงแม้ว่าจะต้องประสบกับความยากลำบากในการเดินทางมาเฝ้ารอตั้งแต่ยามเย็นของวันก่อนหน้า แต่เพื่อในหลวงทุกคนมาร่วมในมหาสมาคมนี้ด้วยจิตใจแห่งการน้อมถวายความจงรักภักดีต่อพระองค์ท่าน และเมื่อมหาชนเปล่งเสียง ...ทรงพระเจริญ ๆ ๆ ๆ ... ออกมาพร้อม ๆ กัน ภาพและเสียงแห่งปรากฏการณ์เรียกหยาดน้ำตาแห่งความปลื้มปิติออกมาจากจิตใจของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ว่าจะอยู่ ณ แห่งหนตำบลใด ขอเพียงได้เห็นภาพจากหน้าจอโทรทัศน์และได้ฟังพระสุรเสียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สำนึกแห่งความจงรักภักดีก็ปลุกเร้าจิตใจของคนไทยทุกคนให้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน ตั้งมั่นในอุดมคติที่จะร่วมกันทำความดีถวายในหลวง

ผมได้พูดคุยกับผู้ใหญ่หลายท่าน บางท่านบอกว่าต้องหลบไปดูทีวีอยู่คนเดียวในห้องนอนเพราะรู้สึกอายลูกหลานที่คุณย่า, คุณยาย มานั่งร้องไห้ให้ลูกหลานได้เห็น แต่เมื่อเหตุการณ์ผ่านไปออกมาจากห้องถึงได้ทราบว่าลูกหลานที่นั่งดูทีวีอยู่ข้างนอกก็ร้องไห้กันทุกคน เรียกรอยยิ้มและเสียงหัวเราะแห่งความปลื้มปิติของครอบครัวออกมาได้อย่างไม่ต้องมาเขินอายกัน

ช่วงบ่ายโมงกว่า ๆ ของวันนั้น ผมได้มีโอกาสพาแพทย์หญิงนิภา ธนภัทร ไปสัมภาษณ์รายการวิทยุ อสมท.เพื่อชุมชน เพราะทราบว่าท่านเป็นคนหนึ่งที่สื่อมวลชนในจังหวัดชุมพรได้มาถ่ายทำสกู๊ปพิเศษ เป็นการตามหาบุคคลในอดีตที่ได้ถ่ายภาพขณะถวายการต้อนรับแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา เมื่อครั้งที่พระองค์ท่านเสด็จมาจังหวัดชุมพรในวันที่ 20 มิถุนายน 2541 และทรงแวะเยี่ยมโรงพยาบาลชุมพร ที่ประสบอุทกภัยพายุโซนร้อนซีตาร์ สร้างความเสียหายมากมายหลายประการในช่วงปี 2540

คุณหมอนิภาเล่าเหตุการณ์ในอดีตและถ่ายทอดความรู้สึกห่วงใยต่อพสกนิกรชาวชุมพรของพระองค์ท่านทั้ง 2 พระองค์ ได้อย่างชัดเจน สร้างความรู้สึกปลื้มปิติในพระมหากรุณาธิคุณรับรู้ได้จากการพูดคุยกันในวันนั้นทั้งผู้เล่าคือคุณหมอนิภา ผมและผู้ดำเนินรายการ คุณกนกรัตน์ รังคะกนก ดูเหมือนว่าจะมีน้ำเสียงสั่นเครือในตอนท้าย ๆ เพราะเต็มตื้นในอารมณ์และความรู้สึก ทราบว่าผู้ฟังทางบ้านที่มีโอกาสรับฟังบางท่านได้มาบอกกับคุณหมอนิภาว่า หนูร้องเลยพี่หมอ...

จึงไม่น่าแปลกใจที่เมื่อถึงเวลาเย็นของวันที่ 9 มิถุนายน 2549 ชาวชุมพรทุกหมู่เหล่าจำนวนมากเป็นพิเศษได้ออกมาร่วมเดินเทิดพระเกียรติและจุดเทียนชัยถวายพระพรโดยพร้อมเพรียงกัน มีการตั้งขบวน 3-4 จุดทั่วเมืองชุมพร และเมื่อแต่ละขบวนเริ่มออกเดินการประสานงานกันอย่างเข้มข้นเพื่อจัดการให้ทุกขบวนเคลื่อนผ่านไปอย่างต่อเนื่องด้วยความเรียบร้อย ทุกฝ่ายทำงานหนักเพื่อการนี้โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยาก ทั้งผู้มาร่วมเดินและผู้ที่มีหน้าที่จัดการในส่วนต่าง ๆ อย่างไรก็ตามงานใหญ่คนมากย่อมมีข้อขัดข้องบ้างเป็นธรรมดา ผมเห็นเป็นประโยชน์ที่เราควรจะนำมาถอดบทเรียนเพื่อปรับปรุงรูปแบบการจัดการให้ดีขึ้นในโอกาสต่อไป ดังนี้ครับ

ในช่วงของการตั้งขบวนมีการแยกประธานของหมู่เหล่าและผู้มีหน้าที่ถวายพานพุ่มออกจากขบวนของตัวเอง เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย อันนี้เป็นความแปลกใหม่ที่ได้พบเห็นในลำดับแรก มีเสียงสะท้อนนิดหน่อยว่ามันเสียความเป็นเอกภาพ เพราะแต่ละขบวนแต่งตัวกันมาเป็นเทพบุตร-เทพธิดาก็ต้องการเดินอยู่ในหมู่เหล่าของตนเอง จริงหรือไม่จริงมีเหตุผลประการใดที่จำเป็นและดีกว่า รบกวนเฉลยให้ทราบกันบ้างนะครับ

ขบวนทุกขบวนทั้งเด็กและผู้ใหญ่มีเป้าประสงค์ตรงกันที่จะเคลื่อนเข้าสู่บริเวณพิธีหน้าเทศบาลเมืองชุมพร เพื่อร่วมกิจกรรมให้ครบทุกขั้นตอน แต่ด้วยความแออัดทำให้การจัดการ ณ จุดปลายทางขาดความชัดเจนในกิจกรรมต่อเนื่องเมื่อขบวนมาถึง ก็ได้รับการบอกต่อ ๆ กันว่า ให้สลายขบวนเพื่อไปร่วมในกิจกรรมเปิดเมืองกินฟรี หรือจะเดินดูนิทรรศการที่จัดอยู่ ณ บริเวณที่เคยเป็นที่ตั้งของสำนักงานที่ดินจังหวัด หรือจะคอยดูน้ำพุดนตรี, ดูการตกแต่งสถานที่, ไปสักการะศาลหลักเมือง ฯลฯ ก็ว่ากันตามอัธยาศัย

ตรงนี้เป็นความแปลกใหม่อีกอย่างหนึ่ง เพราะที่ผ่านมาทุกขบวนจะเดินเข้าสู่สนามหน้าเวทีและการรวมตัวเป็นกลุ่มก้อนยังคงมีอยู่จนเสร็จสิ้นพิธีการ  ภาพที่เกิดขึ้นก็คือความงง ๆ ของผู้มาร่วมงาน หลายครอบครัวทั้งพ่อแม่ลูกมากันทั้งบ้าน เดินอยู่ในขบวนตามหมู่เหล่าของตนเอง นัดหมายกันว่าเมื่อเสร็จสิ้นพิธีการก็จะมาพบกัน ณ จุดนั้นจุดนี้ ถึงตอนนี้ทราบทางโทรศัพท์มือถือว่า ขบวนของโรงเรียนที่ลูก ๆ มาร่วมเดินเปลี่ยนแผน อาทิ ขบวนของโรงเรียนศรียาภัยอาจจะเกรงว่าการสลายตัว ณ จุดปลายทางจะไม่สามารถดูแลนักเรียนได้อย่างทั่วถึง จึงเปลี่ยนเป้าหมายให้ส่วนหนึ่งอันประกอบด้วยวงดุริยางค์, คณะครูอาจารย์และนักเรียนส่วนหนึ่งเดินเข้าสู่บริเวณพิธี แยกออกจากขบวนนักเรียนส่วนใหญ่เดินตรงกลับไปที่โรงเรียนแล้วสลายขบวนตรงนั้น ขบวนของโรงเรียนสอาดเผดิมวิทยา เดินอ้อมจากหน้าโรงเรียนผ่านไปทางสนามกีฬาแล้วลัดเลาะออกมาทางถนนสายชุมพร-ปากน้ำ เมื่อเดินมุ่งตรงมาถึงสามแยกโชคอนันต์ (หรือสี่แยกซอยโพธารส ...ไม่แน่ใจว่าชื่อเป็นทางการเรียกว่าอย่างไร ขอโทษด้วยครับ) ก็ได้รับคำสั่งให้สลายตัวตรงนั้น แยกย้ายกันกลับบ้านได้ตามอัธยาศัย ฯลฯ ถึงตอนนี้สภาพเหตุการณ์ของการตามหากันระหว่าง พ่อ-แม่-ลูก ก็เกิดขึ้น สับสนวุ่นวายเล็ก ๆ แบบไม่เป็นไร เพื่อในหลวง...เราทนได้

Anti-Climax แบบตามหาลูกครบจนกลับไปถึงบ้านหาข้าวหาปลาให้กินกันแล้วก็ไม่ค่อยสบายใจสักเท่าไร เพราะสามัญสำนึกมันบอกว่า เรายังทำให้ในหลวงไม่ครบถ้วนพิธีการ หลายคนเดินทางกลับไปหน้าเวทีเพื่อร่วมกิจกรรมก็พบว่า ยังมีผู้คนอยู่อย่างเนืองแน่น พิธีการสามารถดำเนินต่อไปได้เสร็จสิ้นเรียบร้อยตามขั้นตอน และการแสดงมหรสพสมโภชต่าง ๆ รวมทั้งการจุดพลุ, น้ำพุดนตรี ฯลฯ ก็ได้รับความสนใจด้วยดี แต่จะสรุปว่า ทุกอย่างสำเร็จได้ผล 100% เกินความคาดหมาย ก็รู้สึกว่า...มันมากไป...ช่วยคิดกันต่ออีกสักนิดเพื่อมาตรฐานที่สูงขึ้นของบ้านเมืองของเรานะครับ.

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 34403
เขียน:
แก้ไข:
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (0)