การศึกษาการติดเชื้อเอชไอวี-1 (HIV-1) ในผู้หญิงได้ข้อมูลสรุปจากการใช้ลิงเป็นแบบจำลอง โดยการฉีดไวรัสก่อภูมิคุ้มกันบกพร่องของลิง (SIV, simian immunodeficiency virus) ในปริมาณสูง (วันเดียวให้สองครั้งครั้งละสองโดสๆละ 105 TCID50) เข้าในช่องคลอดของลิง พบว่าภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมงไวรัสจะสามารถข้ามผ่านแนวขวางกั้นของชั้นเซลล์บุเยื่อเมือกไปได้ (เช่นตามรอยแยกรอยเปิดหรือถลอกของเยื่อ) แล้วไปเริ่มติดเชื้อเซลล์ในกลุ่มเล็กๆก่อน (founder population) ซึ่งส่วนมากเป็นเซลล์ซีดี-4 (ระยะพัก) 

จากนั้นจะเพิ่มจำนวนขึ้น แล้วแผ่ขยายเพิ่มจำนวนไปในบริเวณใกล้ๆ (local expansion) จนในที่สุดมีจำนวนไวรัสและเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสในปริมาณที่มากเพียงพอ (ขั้นตอนการเพิ่มจำนวนในบริเวณที่ติดเชื้อจึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญต่อการติดเชื้อทั้งร่างกาย) ที่จะแพร่กระจายสู่ต่อมน้ำเหลืองบริเวณใกล้เคียง ทั้งหมดนั้นเกิดในสัปดาห์แรกหลังจากได้รับเชื้อ

จากนั้นไวรัสเข้าสู่ระบบไหลเวียนเลือด เข้าสู่อวัยวะของระบบน้ำเหลืองอื่นเช่นม้าม , GALT, ต่อมน้ำเหลืองต่างๆ ในสัปดาห์ที่สองไวรัสจำลองเพิ่มจำนวนมากขึ้นและไปติดเชื้อเนื้อเยื่อต่างๆใกล้เคียง ระดับของไวรัสในเลือดและเนื้อเยื่อจะขึ้นสูงสุดเมื่อใกล้ปลายสัปดาห์ที่สอง แล้วก่อนจะครบสี่สัปดาห์ของการติดเชื้อระดับของไวรัสจะตกลงมาในระดับต่ำและคงระดับนั้นอย่างค่อนข้างคงที่ ถึงขั้นนี้เนื้อเยื่อน้ำเหลืองที่ติดเชื้อแล้วก็จะเป็นทั้งแหล่งหลบอาศัย (reservoir) และเพิ่มจำนวนโดยจะมีไวรัสที่อยู่ในรูปแฝงตัวอยู่ด้วย แหล่งหลบอาศัยเหล่านี้จะพร่องเซลล์ทีลิมโฟไซต์ชนิดซีดี-4 (massive depletion of gut lamina propria CD4+ T cells) และกระบวนการพยาธิสภาพจะเกิดขึ้นซึ่งในที่สุดเกิดเป็นโรคขึ้น

ในระหว่างติดเชื้อระบบภูมิคุ้มกันก็ถูกกระตุ้น แต่มีข้อเสียที่เกิดขึ้นคือ 1) เซลล์ T reg (T regulatory cells) ที่เกิดจากการกระตุ้นมีผลกดภูมิคุ้มกัน และ 2) เซลล์ทีลิมโฟไซต์ชนิดซีดี-4 ชนิดที่ถูกกระตุ้นจะเป็นแหล่งเซลล์สำหรับการติดเชื้อเพิ่มจำนวนของไวรัส แม้ว่า 3) จะมีเซลล์ทีลิมโฟไซต์ชนิดซีดี-8 ที่จำเพาะต่อไวรัสเกิดขึ้นแต่พบว่าเซลล์เหล่านี้มีปริมาณที่น้อยเกินและเกิดขึ้นมาช้าเกินกว่าที่จะป้องกันการขาดพร่องไปของเซลล์ทีลิมโฟไซต์ชนิดซีดี-4 ที่ทางเดินอาหาร และไม่สามารถที่จะกำจัดการติดเชื้อไปได้ คือพบว่ามีอัตราส่วนของ E:T น้อยกว่า 2 (E=effector cell คือเซลล์ทีลิมโฟไซต์ชนิดซีดี-8 ที่จำเพาะต่อไวรัส ส่วน T= target cells คือเซลล์ที่ติดเชื้อ SIV) แสดงว่าควบคุมการติดเชื้อ SIV นั้นได้บ้างบางส่วนเท่านั้น

ขั้นตอนที่ไวรัสกำลังผ่านเข้าแนวเยื่อเมือกและขั้นตอนการเพิ่มจำนวนไวรัสให้มากพอในบริเวณที่ติดเชื้อ เป็นขั้นตอนที่ควรจะโจมตีและทำลายไวรัสก่อนการติดเชื้อทั้งร่างกาย

....To be continued.

Reference & More info
Ashley T. Haase. Targeting early infection to prevent HIV-1
mucosal transmission. Vol 464j11 March 2010jdoi:10.1038/nature08757.