เดินเข้ามาในห้อง Grand Diamond ในเช้า (สาย) วันนี้ ตั้งใจว่าจะมาถ่ายรูปเวทีที่จัดไว้อย่างสวยงามมาก (เห็นมาตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่ไม่มีโอกาสได้เข้าไป) แล้วก็สะดุดกับคำพูดของท่านวิทยากรที่กำลังพูดอยู่ (เนื่องจากโปรแกรมหดลงทำให้เรากะไม่ถูกว่าตอนนี้ถึงเรื่องอะไรแล้ว) ด้วยข้อคิดที่เราเชื่อมาตลอดว่า ถ้าเราอยากให้เกิดสิ่งดีๆ เราต้องปฏิบัติด้วยตัวเราเอง ชื่นชมผู้ที่ทำ ทำซ้ำๆแล้วความดีที่เราอยากเห็นก็จะซึมซับเข้าไปภายในและเกิดขึ้นจริงๆ ทำให้ใช้กล้องซูมดู ได้เห็นว่าท่านวิทยากรเป็นพระ ยืนฟังอยู่สักครู่ก็ตัดสินใจว่า ปักหลักฟังท่านคงดีแน่ หัวข้อนี้ก็คือ "สู่ความยั่งยืนด้วยวิถีพุทธ" โดย พระครรชิต คุณวโร จากวัดญาณเวศกวัน

มีข้อคิดดีๆในการใช้ชีวิต ในการทำงาน ที่ทำให้เราเข้าใจได้ว่าทำไมตัวเราจึงมีความสุขในการทำงาน และเชื่อว่าหลายๆท่านที่ทำอยู่แล้วด้วยจิตวิญญาณคงเข้าใจได้ในทันที มีความสุขที่ได้รับการยืนยันว่า มุมมองที่ท่านพูดถึงนั้นคือสิ่งที่เราคิดและทำอยู่แล้ว คนที่มีความสุขในการทำงานอยู่แล้วในปัจจุบันน่าจะเข้าใจได้ในทันทีและรู้สึกปิติในใจเหมือนที่เรากำลังเป็นอยู่ แต่ก่อนเคยคิดว่าเราทำ เราเป็น เรารู้สึกของเราเองก็พอแล้ว ใครไม่เข้าใจ ไม่ทำ ก็ช่างเขาไม่เกี่ยวกับเรา แต่พออายุมากขึ้น สังคมกว้างขึ้นก็รู้ว่า เราควรจะช่วยให้แนวคิดของเราแผ่ขยายออกไปจะดีกว่า เพราะความสุข ความกระตือรือร้นที่เรามีนั้นกระตุ้นให้เกิดได้ แต่ต้องใช้เวลา ใช้ตัวอย่าง ใช้แรงจูงใจ และเมื่อใครได้สัมผัส ได้รู้สึกก็จะมีความสุขไปกับเราด้วย ดีใจที่ท่านพระครรชิต คุณวโร นำสิ่งเหล่านี้มาวิเคราะห์ เป็นแนวปฏิบัติที่เห็นจริง สัมผัสได้จริง ฟังแล้วเกิดความปิติ อิ่มเอม จนถึงช่วงสุดท้ายที่ท่านฝากแนวคิดเอาไว้ว่า ให้เรา
มองให้กว้าง คิดให้ไกล ใฝ่ให้สูง
มองให้กว้างกว่าสิ่งรอบตัวเรา มองให้เห็นถึงประโยชน์ส่วนรวม ซึ่งในที่สุดแล้ว ตัวเราเองก็จะได้รับประโยชน์นั้นไปด้วยแน่นอน
คิดให้ไกล คิดให้รอบด้านไปถึงวงสังคมทั้งหมด
ใฝ่ให้สูง คือตั้งเป้าหมายถึงประโยชน์ที่มีต่อส่วนรวม ไม่ใช่เฉพาะส่วนตัว
สรุปแล้วก็คือ มีความสุขในการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม ทำงานให้ดี ทำงานด้วยใจ สิ่งตอบแทนที่เป็นวัตถุเป็นเพียงสินน้ำใจไม่ใช่เรื่องหลัก ฟังดูเหมือนเป็นอะไรที่ช่างดีเกินจริงไปสำหรับโลกนี้ แต่ใครที่ทำได้ พยายามทำแล้ว ขอบอกว่า ทำได้จริง รู้สึกได้จริง และต้องทำด้วยตัวเองเท่านั้นเราจึงจะรับรู้ถึงความสุขแบบยั่งยืนนี้ได้ แล้วทั้งตัวเราและสังคมรอบๆตัวเราก็จะสงบสุขได้
เขียนบันทึกถึงตรงนี้ ก็กำลังเป็นช่วงต่อไป เรื่องของ "มากกว่าความเป็นโรงพยาบาลที่ด่านซ้าย" ของโรงพยาบาลพระยุพราช ด่านซ้าย ที่จะว่าไปแล้วก็เป็นตัวอย่างของเรื่องราวที่ฟังในช่วงแรก ที่ได้เห็นคนที่ทำงานอย่างมีความสุข ผลที่เกิดขึ้นนั้นเกินกว่าจะบรรยาย เราผู้ฟังรับรู้ได้ถึงความสุขที่ได้ทำจากคำพูด หน้าตา ท่าทางของทีมงานจากโรงพยาบาล เป็นอีกกรณีที่ทำให้เราอิ่มเอม เป็นแรงบันดาลใจที่เสริมให้เราได้รู้ว่า โลกนี้ยังมีคนดีงาม มีความสวยงามอีกมากมายที่เราสร้างได้ในสังคมเล็กๆรอบๆตัวเรา อย่าให้เรื่องไม่สวยงามที่ห่างตัวเรามากมาบั่นทอนความสุขที่เราสร้างได้ จากการทำงาน ทำสิ่งดีๆให้สังคมรอบๆตัวเรา
ขอบคุณเรื่องราวดีๆที่ได้รับรู้จากงาน HA forum ครั้งนี้ ยังรู้สึกขอบคุณผู้ที่เล่าเรื่อง ให้ข้อคิดดีๆกับเรา รับรู้ได้ว่าทุกท่านมีความสุขจากสิ่งที่ทำอยู่แล้ว แต่ก็อยากช่วยยืนยันเพิ่มเติมว่า ท่านได้ช่วยส่งต่อแรงพลังสร้างสรรค์ให้เราผู้ฟังได้อย่างมากมายจริงๆ ไม่แปลกใจว่า ทำไมจึงมีคนอยากมาเติมพลังใจในงานนี้มากมายขนาดนี้
เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ"คุณโอ๋"
วันนั้นตั้งใจเข้าฟังห้องนี้โดยเฉพาะเลย..
สวัสดีค่ะ พี่โอ๋
น่าเสียดายจริงๆ ด้วยความประมาทในความคิดของหนูเองที่คิดว่า วิถีพุทธ คงเป็นเหมือนๆที่หนูได้รับฟังมาและเคยได้รับฟังแล้วในเวที ของ สรพ.ที่จัด แต่หนูลืมไปว่าเวลาเปลี่ยน คนเปลี่ยน เหตุการณ์เปลี่ยน หนูจึงพลาดไม่ได้เข้าห้องนี้ หนูเลือกไปฟังเรื่องเล่าจากพื้นที่ ก็ไม่ผิดหวังเช่นกันค่ะมีเรื่องราวดีๆมากมาย และคนดียังมีอยู่ในทุกพื้นที่ ไม่ทำให้หมดหวังหรือสิ้นหวังเสียทีเดียว โดยเฉพาะเรื่องราวของพี่น้องส 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้
ขอบคุณบันทึกนี้ทำให้ได้รับข้อคิดไปด้วยค่ะ
ขอบคุณค่ะ