แกะรอยภาพเก่า 

 

ภาพถ่ายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ อีกทั้งยังให้ความเพลิดเพลินในการศึกษาอย่างยิ่ง หากนักเรียนไม่เคยเห็นภาพของเรื่องราวในอดีตมาก่อน เขาก็จะไม่มีข้อมูล ความรู้ ที่จะใช้เปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างอดีตและปัจจุบันได้ ในฐานแกะรอยภาพเก่านี้ นักเรียนจะได้เลือกภาพที่ตนประทับใจจากสมุดภาพ กรุงเทพฯ ในอดีต กรุงเทพฯ สมัยคุณปู่  และหนังสืออื่นๆ ซึ่งมีลักษณะเป็นภาพประกอบคำบรรยาย และ เมื่อพลิกดูภาพแล้วรู้สึกสนใจภาพไหน ก็จะหยุดเรียนรู้ภาพนั้นกันให้ละเอียด เพื่อระบุว่าได้เรียนรู้อะไรจากภาพนั้น

 

 

เสียงรัตนโกสินทร์

ฐานนี้ครูพานักเรียนฟังเพลง "บุหลันลอยเลื่อน" หรือ "บุหลัน (เลื่อน) ลอยฟ้า" หรือบางทีก็เรียกว่า "เพลงทรงพระสุบิน" อันเป็นเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย และเพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ตามแต่นักเรียนจะเลือกมาฟังเปรียบเทียบกัน

เพลงพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ ๒ แม้จะเป็นเพลงบรรเลง แต่ก็สามารถบ่งบอกถึงความเป็นไทยได้ตั้งแต่แรกได้ยิน เพราะเครื่องดนตรีที่ใช้บรรเลง ท่วงทำนองที่ได้ฟังนั้นเป็นเพลงไทย ที่ปัจจุบันเรียกกันว่าเพลงไทยเดิม

แต่เพลงพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบันนั้น หากฟังดูจะไม่รู้ว่าเป็นเพลงไทย เพราะบรรเลงด้วยเครื่องดนตรีสากล ในท่วงทำนองที่เป็นสากล จนกระทั่งทุกคนได้ยินคำร้องที่เป็นภาษาไทย จึงจะระบุได้ว่าเป็นเพลงไทย ที่ปัจจุบันเรียกว่ากันว่าเพลงไทยสากล

 กิจกรรมนี้พานักเรียนไปสู่ความเข้าใจว่า ถึงแม้ยุคสมัย และการรับวัฒนธรรมต่างชาติเข้ามา จะพาให้วัฒนธรรม (เพลง)ไทย ต้องปรับตัวไปแค่ไหนก็ตาม แต่สิ่งสุดท้ายที่มีความสำคัญ และแสดงถึงความเป็นไทยได้แจ่มชัดก็คือ “ภาษาไทย” นั่นเอง  

 

เพลงก็แสดงความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ได้ และตัวเพลงเองก็เป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ได้

 

ก่อนนี้เพลงไทยในยุคต้นรัตนโกสินทร์จะมีธรรมเนียมของตั้งชื่อเพลงเพื่อการบอกที่มาว่าเพลงนั้นๆ นำสำเนียงเพลง หน้าทับ และท่วงทำนองมาจากชนชาติใด เช่น ลาวเจริญศรี เขมรไทรโยค อันแสดงถึงความเข้มแข็ง และความสามารถในการเลือกรับวัฒนธรรมจากต่างชาติต่างภาษา อย่างที่เราเองยังสามารถคงความเป็นไทยเอาไว้ได้ และในความเป็นไทยนั้นก็มีความหลากหลายของไทยต่างถิ่น อันแสดงถึงความร่ำรวยทางวัฒนธรรมที่เรามีอยู่แต่เดิม