ค่าย English Through Thai Cultures ของโรงเรียนกำแพงเพชรพิทยาคมที่จังหวัดกาญจนบุรี

  ผู้เขียนอยู่ที่มหาวิทยาลัยครับ ช่วงนี้ไม่ได้เขียนบันทึกเลยครับ คุมสอบกับตรวจให้คะแนนการเขียนภาษาอังกฤษของนิสิต ตาลาย ขอเขียนต่อจากบันทึกนี้นะครับ

  หลังจากมีกิจกรรมการแสดงตอนกลางคืนเสร็จ ตอนเช้าครูและนักเรียนถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน  เมื่อทานข้าวเช้าเสร็จ ผู้เขียนก็เริ่มรายการด้วย running dictation ข้อความที่นักเรียนเขียนเป็นข้อความที่เอามาจากครูชาวฟิลิปปินส์ เป็นเรื่องของวัฒนธรรมไทย

 

  ออกไปที่สนามครูชาวจีน(น่ารักมากๆๆๆ) ชื่อหวัง...อะไรสักอย่าง (ผู้เขียนความจำสั้น แต่ความคิดถึงยาว (ฮา)ทำกิจกรรมให้นักเรียนวิ่งแข่งสามขา

  ชาวฟิลิปินส์สองคนให้ทำกิจกรรมทรงตัวและการลำเรียงของ(ทำยากน่าดู) รุ่นพี่นักเรียนให้ส่งต่อยางวง ฮาตรงให้กินขนมก่อน ปรากฏว่ามีนักเรียนหลายคนกินไปเยอะมาก เลยส่งลำบากแบบในภาพ(ฮาเลย) มีกิจกรรมthe baby, knight, the king ของผู้เขียนด้วย แต่ผู้เขียนลืมถ่ายภาพมาให้ดู

 

  เข้ามาในห้องประชุมใหญ่ผู้เขียนให้นักเรียนเขียนสรุปกิจกรรมและเขียนแสดงความรู้สึก

   เดินทางต่อมาที่สถานีรถไฟถ้ำกระแซ ปรากฏว่ารถไฟกว่าจะมามานานมาก มีขบวนขึ้นไปน้ำตก แต่คนแน่น เลยนั่งรถไปต่อกันที้ถ้ำกระแซ น้ำไหลเชี่ยวจนน่ากลัว

  แล้วผู้เขียนเห็นเหลือบไปเห็นชาวญี่ปุ่นสามคนยืนอยู่ริมทางรถไฟ  ได้แต่นึกปลงในใจว่าสงครามทำให้คนโหดร้ายขนาดนั้น(ว่าจะผลักคนญี่ปุ่น ให้ตกน้ำไปเพื่อแก้แค้น ให้ทหารสัมพันธมิตร ก็ดูโหดไปนะครับ ฮา)

  ดูเหมือนว่านักเรียนจะชอบสะพานข้ามแม่น้ำแคว ปัจจุบันมีรถรางข้ามไปด้วย เผลอหน่อยเดียวนักเรียนก็นั่งเรือข้ามฟากมา (สมัยตอนผู้เขียนเด็กๆๆชอบกระโดดน้ำจากสะพานลงน้ำ ปัจจุบันน้ำอยู่ลึกลงไปมาก ถ้ากระโดดลงไปคงจุกตายก่อน) เนี่ยถ้าไม่เป็นครู รับจ้างเป็นไกด์อธิบายเรื่องสะพานข้ามแม่น้ำแคว น่าจะรุ่ง ฮ่าๆๆ

  สถานที่สุดท้ายที่นักเรียนไปคือ สุสานสหประชาชาติ อยู่ในตัวเมืองกาญจนบุรี ( ไกลจากบ้านผู้เขียนประมาณ 1 กิโลเมตร)

 

  นักเรียนคงไม่ได้นึกอะไร เวลาเดินดูรายชื่อ แต่ผู้เขียนคิดถึงความโหดร้ายของสงคราม ( เพราะได้อ่านเรื่องสงครามโลกครั้งที่สองมาตั้งแต่เด็ก ที่วัดที่ผู้เขียนเคยอยู่ตอนเด็กๆๆชื่อวัดไชยชุมพลชนะสงคราม(วัดใต้) มีสถานที่จำลองเหมือนที่นอนทหารเฉลยศึก มีอยู่ครั้งหนึ่ง มีชาวญี่ป่นมาบวช นัยว่าเคยเป็นทหาร มาบวชเพื่ออุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้ล่วงลับไปในสมัยสงคราม)

  ผู้เขียนแยกกับนักเรียนเพื่อส่งพี่ครู Pually ไปกรุงเทพฯ ตัวผู้เขียนเองกลับมามหาวิทยาลัย  ขอบคุณคุณครูและนักเรียนทุกๆๆคนที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี…ขอบคุณผู้อ่านทุกๆๆท่านที่ติดตามอ่านอย่างสม่ำเสมอครับ…