พนักงานใหม่ ครูใหม่ ต้องตามดูแลใกล้ชิด

ครูใหม่ พนักงานใหม่ เหมือนไม้อ่อน จะดัดก็รีบดัด ก่อนจะแก่เกินไป

1) วันนี้ ไปบรรยายที่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง  เขาจะทำ LO & KM กัน

ผมสอนเสร็จ   ตอนเย็น  ก็มี ครูใหม่ คนหนึ่ง เดินมาหาผม บอกว่า "หนูจะลาออกพรุ่งนี้ค่ะ  แต่พอฟังบรรยาย(ของผม)แล้ว เปลี่ยนใจ ขออยู่ต่อ" (ชักมัน กับการทำ LO & KM)

ที่จะออก เพราะ แม้ว่าเจ้าตัวจะชอบสอนมาก  แต่ สังคมที่นี่  ตัวใครตัวมัน   ท้อแท้ นินทา  ไม่ใฝ่รู้  และต่อต้านการเรียนรู้  ไม่ค่อยคุยกัน แบ่งพวก แยกย้ายไปรับลูก ไปทำกับข้าว ไปสอนพิเศษ  ไม่มีการสอนงาน  ครูขี้หลีก็เยอะ   เจ้านายศักดินา ไร้charisma  ฯลฯ  สอนในห้องก็ยากอยู่แล้ว เด็กเกือบครึ่งร้อย  ซนอีกต่างหาก ฯลฯ  ท้อแท้   ขอออกไปทำ อาชีพอื่นดีกว่า  เพราะ จบมาทาง วิทยาศาสตร์   ไปหาที่ทำงานที่ไหนก็ไม่ยากอะไร

2) ผมจึงบอกผู้บริหารว่า  ระบบบริหารโรงเรียนแบบไทย  ไม่ค่อยจะมี ฝ่าย HRD ที่ชัดเจน  ถึงมี ก็ยัง ไม่มืออาชีพ  ไม่รอบจัด ไม่มีประสบการณ์มากนัก

การจัดการกับระบบครูใหม่  สำคัญมากๆ    อย่ารีบร้อนออกไป ตกม้าตายในห้องเรียนเร็วเกินไป

ระบบ coaching แบบ group เช่นการทำ reflection สำคัญมากๆ  ครูใหม่ เก่า  ล้อมวง เป็นแบบเวทีชาวบ้าน  ช่วยประคองใจครูใหม่  ลปรร  ลูกเล่น เทคนิค  ฯลฯ 

ระบบพี่เลี้ยงที่เข้มแข็ง   เป็นพี่เลี้ยงที่ผ่าน ค่าย constructionism learning มาแล้วยิ่งดีใหญ่เลย

ผู้บริหารก็ควร เจอครูใหม่ ทานข้าวด้วยทุกสัปดาห์  เป็นอย่างน้อย  นี่แหละเป็นการสร้าง charisma ให้ตนเองด้วย

อย่าชุ่ยๆ กับ ครูใหม่  เพราะ เป็นไม้อ่อนดัดง่าย  ถ้าปล่อยไปตาม ยถากรรมแบบนี้ ครูเขี้ยวทำตัวอย่างไม่ดีให้เห็น  ก็จะเจริญ(ลง) ตามๆกันไป

เรื่อง ครูใหม่ พนักงานใหม่ เป็นเรื่อง สำคัญ ต้องมี ระบบ มีขั้นตอน กระบวนการ    ที่ไม่ ฟลุ๊ค ครับ  

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน Living company

คำสำคัญ (Tags)#hrd#coaching#ครูใหม่#พนักงานใหม่#ระบบพี่เลี้ยง#charisma

หมายเลขบันทึก: 34290, เขียน: 16 Jun 2006 @ 07:36 (), แก้ไข: 19 Jun 2012 @ 12:51 (), สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 12, อ่าน: คลิก


ความเห็น (12)

Ping
เขียนเมื่อ 

มีระบบพี่เลี้ยงที่เข้มแข็งแล้ว จะทำให้เนียนไปกับงานอย่างไรคะ เพราะพี่เลี้ยงก็ต้องดูแลเลี้ยงใจตนเองให้รอดเหมือนกัน

  • เห็นด้วยกับอาจารย์ครับ
  • แต่ผู้บริหารต้องมีวิสัยทัศน์
  • ระบบครูพี่เลี้ยงที่มีคุณภาพ ช่วยเหลือกันแบบกัลยาณมิตร

มีพี่เลี้ยงของพี่เลี้ยงอีกทีครับ

ตัวพี่เลี้ยง  ก็ต้อง ผ่าน  การดูจิต  ผ่านความซาบซึ้งในการเป็นพี่เลี้ยง

 

เรียก พี่เลี้ยง มา Show & share เฉพาะ กลุ่มพี่เลี้ยง เป็นระยะ ๆ

พี่เลี้ยงของพี่เลี้ยง  หรือ Faci of faci  คือ วิทยากร และ top management 

 

ทุกวิชาบริหาร ตอบตรงกันครับ  Top mgt ถ้าไม่ลงมา ศรัทธา และ ทุ่มเท    ไม่ว่า จะ ลงระบบอะไร กิจกรรมอะไร  ทำอะไร   ก็ไปไม่รอดครับ

 

อัจฉรา
IP: xxx.121.109.231
เขียนเมื่อ 

อาจารย์กรุณาแนะนำการบริหาร middle     manager   ให้ด้วยค่ะ

  • ขอบคุณมากครับอาจารย์
พัชรา
IP: xxx.121.37.29
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณค่ะ

บริหารระดับกลาง  เน้น การสื่อสารที่ดี

เช่น

1  show & share บ่อยๆ

2  reflection หรือ Hansei เป็นระยะๆ

3  ฝึก การลดอัตตา   การพาไปวัด   การรู้จัก พูดจา เสวนา แบบ dialogue คือ  "สงวนจุดต่าง แสวงจุดร่วม"

เน้น U theory

4 อาจจะมี ระบบ Sucessor plan   อบรม วิธีจะขึ้นไปบริหาร   โดยใช้cases ต่างๆ จ่ก เวที show &share

มีระบบพัฒนา sucessor พวกนี้  อย่าเป็นเรื่องเป็นราว  เช่น  วิชาหลัก   กิจกรรมร่วม   พบวิทยากรประหลาดๆ  เข้าค่ายสุดสัปดาห์กับ top mgt ทั้งของเราและรับเชิญ   ค่ายสุขภาพ  มีพี่เลี้ยง  ฯลฯ  

อ่าน 1001 วิธีกระตุ้นพนักงาน

 

ทำทั้งหมดที่กล่าว  แล้วจะคุยกันรู้เรื่องมากขึ้น 

 

พิมพ์ผิด  อีกแล้ว

ระบบ sucessor แบบจริงจังครับ

คนดอย(ปูนแก่งคอย)
IP: xxx.130.144.32
เขียนเมื่อ 

เรียน เสริมฯด้วยความเคารพครับ

อย่ารอ ให้ทุกอย่างเป็นตามที่เราคาดหวัง ไม่ว่าจะเป็น Top down หรือ Bottom up บางทีModel อาจจะออกจากแถวกลางๆ ทั้งขึ้นบนและลงล่าง นั่นคือFacilitator ที่มีทักษะ จะเป็นคนประสานที่ดี หนึ่งใน ทศพักตร์ ของคุณอำนวย สร้างPilot project สร้างความเชื่อ และศรัทธา Do it Now!! บางคนมัวแต่รอ เลยไม่ลงมือทำสักที

นักวิจัยใหม่ ก็เช่นกัน  ต้องมี พี่เลี้ยง

มีการพูดคุย  มีเวทีเสวนา  แลกเปลี่ยนทั้งวิชาการ  และ เรื่อง จิตใจ  ด้วย

นักวิจัย ถ้ามี นิสัย อยู่ในกรอบมากไป  จะวิจัยได้ น้อย ไม่เต็มศักยภาพ ครับ

นักวิจัย ต้องออกไปเจอ คนเก่งกว่า ผู้รู้  ภูมิปัญญาชาวบ้าน  ศึกษาธรรมชาติ   ฝึกสมอง  ขี้เล่น สอดรู้สอดเห็น  ลองผิดลองถูก ฯลฯ

ไม่ใช่ อยู่ในกฏในเกณฑ์   ยิ่ง มาทำ  ISO  ทำ BSC / KPI  ยิ่ง ยุ่งกันใหญ่  

 

 

เสมา
IP: xxx.172.33.159
เขียนเมื่อ 

นักวิจัย ถ้ามี นิสัย อยู่ในกรอบมากไป  จะวิจัยได้ น้อย ไม่เต็มศักยภาพ ครับ

  • จากที่อาจารย์เขียนด้านบน บางที่ผู้บริหารมักอ้างเรื่องความปลอดภัย ( ประสบการณ์จากโรงงานปิโตรเคมี) ห้าม พนง. ทั้งเก่า ใหม่ คิดนอกกรอบ เพราะมันจะไม่ปลอดภัย ให้ทำตามวืธีการที่เขียนใว้ก็เพียงพอ แต่อีกมุมหนึ่งต้องการ Improvement ในงาน...รู้สึกมันขัดกันอยู่เหมือนกันนะครับ ขอคำปรึกษา อ. หน่อยครับว่าพอมีช่องทางไหน ในการพัฒนางานตัวเองได้บ้างครับในสถานการณ์แบบนี้
ผกาพันธ์
IP: xxx.120.62.6
เขียนเมื่อ 

เรียนท่านอาจารย์

เรื่องครูใหม่ พนักงานใหม่ เป็นเรื่อง สำคัญ ต้องมี ระบบ มีขั้นตอน กระบวนการ ขอท่านอาจารย์ชี้แนะว่าในฐานนะโรงเรียนเป็นผู้รับมอบภาระในการพัฒนาอาจารย์หลังจากบรรจุเข้ามาสถาบัญการศึกษาจะต้องมีระบบการพัฒนาอย่างไรเร่มตังแต่เดินเข้าโรงเรียนมานะคะ      ขอบคุณคะ