นักบริหารการศึกษามืออาชีพ

นักบริหารการศึกษามืออาชีพ

 ความหมายของนักบริหารการศึกษามืออาชีพ

                คำว่า นักบริหารการศึกษามืออาชีพ  มีความหมายที่ลึกซึ้งและสมบูรณ์ในตัวเองเกินกว่าที่จะอธิบายความหมายอย่างครอบคลุม (จำลอง  นักฟ้อน, 2548)  เพราะคำว่า มืออาชีพ  นี้แสดงถึงพฤติกรรมของผู้บริหารที่สามารถบริหารงานให้บรรลุเป้าหมาย  ได้ผลลัพธ์ของงานที่ยอดเยี่ยม และได้ผลลัพธ์ที่เป็นผลผลิตที่มีคุณภาพ  การที่จะระบุว่าผู้บริหารที่มีประสิทธิภาพอย่างแท้จริงควรจะมีศักยภาพเช่นไรนั้นอาจจะทำไม่ได้  เนื่องจากมีองค์ประกอบจากหลายมุมมองของนักวิชาการที่มีชื่อเสียงด้านการบริหาร  ซึ่งต่างก็มีความเชื่อและมุ่งเน้นในศักยภาพของผู้บริหารตามแนวคิดของตนเองในด้านใดด้านหนึ่ง

                ธงชัย  สันติวงษ์ (2546)  กล่าวว่า  นักบริหารมืออาชีพ  หมายถึงบุคคลที่มีคุณลักษณะหลักๆ คือ  มีการศึกษาดี  มีประสบการณ์กว้างจากงานหลายด้าน  และมีความสามารถในการแก้ไขปัญหาอย่างชาญฉลาด  โดยกระทำอย่างเป็นระบบ  มีลำดับขั้นตอน  เป็นระเบียบและมีแบบแผน

คุณสมบัติของนักบริหารการศึกษามืออาชีพ

                พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542  และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.  2545  มาตรา 53  กำหนดให้ผู้บริหารสถานศึกษาและสถานศึกษา  พ.ศ.  2546  มาตรา 43  ได้กำหนดให้วิชาชีพทางการศึกษาเป็นวิชาชีพควบคุม  ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาระดับเขตพื้นที่การศึกษา  จึงจำเป็นต้องมีความรู้  ความสามารถ  หรือคุณลักษณะเฉพาะหลายประการ เพื่อยกระดับมาตรฐานวิชาชีพให้สูงขึ้น

                คุณลักษณะของนักบริหารการศึกษามืออาชีพสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ส่วน  ส่วนแรก เป็นคุณสมบัติโดยทั่วไป  ส่วนที่สอง เป็นคุณสมบัติเฉพาะที่ผู้บริหารจำเป็นต้องมี  ดังต่อไปนี้

               

ส่วนที่ 1  คุณสมบัติโดยทั่วไป  ในส่วนนี้มีผู้แสดงทัศนะและแนวคิดอย่างหลากหลายอาทิ

                คุณหญิงทิพาวดี  เมฆสวรรค์  (2545)  แสดงทัศนะว่า  การเป็นผู้บริหารที่ดีในยุคโลกาภิวัฒน์นี้ไม่ใช่เป็นของง่าย  เนื่องจากมีแรงกดดันและความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ  อย่างมากมาย  ที่แตกต่างจากการบริหารงานในยุคก่อนหน้านี้  ข้อมูลข่าวสารที่มากขึ้น  ความต้องการ  และข้อเรียกร้องจากผู้ที่เกี่ยวข้อง  ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสีย  มีมากและแย้งกัน  ประกอบกับความไม่แน่นอนยากแก่การเล็งเห็นผลมีสูงขึ้น  การเป็นนักบริหารจึงจำเป็นต้องมีทั้งความรู้ด้านเทคนิคการบริหารและประสบการณ์ในการปฏิสัมพันธ์กับบุคคลในระดับต่าง ๆ

                พลสัณห์  โพธิ์ศรีทอง  (2548)  กล่าวว่า  องค์ประกอบของการเป็นผู้บริหารสถานศึกษามืออาชีพ  มีอย่างน้อย  3  ประการ  ได้แก่

  1. มีความรู้อย่างแท้จริงในเรื่องที่ทำ  รู้หลักวิชา  รู้เหตุ  รู้ผล  ที่ไปที่มาของเรื่องที่ทำอย่างรอบด้าน  และสามารถคาดคะเนเพื่อหาแนวทางแก้ไขได้ในกรณีที่มีเหตุผิดปกติ
  2. มีความสามารถในการประยุกต์ความรู้ไปใช้ได้อย่างเหมาะสม  ความสามารถนี้จะเกิดขึ้นได้จากประสบการณ์  ไหวพริบปฏิภาณ  จนกลายเป็นความเชี่ยวชาญพิเศษที่คนทั่วไปไม่มี
  3. มีความสามารถในการประสานสัมพันธ์ที่ดีกับผู้รับบริการ  สื่อสารทำความเข้าใจได้ดี  มีการสนทนาที่สร้างสรรค์  รู้จักอดทน  อดกลั้น  เพื่อจะได้ทำผลงานที่ตอบสนองความต้องการได้ถูกต้อง

นอกจากองค์ประกอบ 3 ประการ แล้ว  ผู้บริหารยังต้องมีสมรรถนะ (Competency)  หรือมีความสามารถเพิ่มขึ้นอีกอย่างน้อย 3 เรื่อง  ทั้งนี้เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปสู่สังคมแห่งการเรียนรู้และบทบาทที่เปลี่ยนไปของภาครัฐ  ได้แก่

  1. สรรถนะในการใช้อุปกรณ์เทคโนโลยีสารสนเทศต่าง ๆ  เพื่อให้สามารถทำงานได้เบ็ดเสร็จด้วยตัวเอง  ทั้ง  Back office  และ  Front office  เช่น  รู้จักการใช้งานของโทรศัพท์  โทรสาร  เครื่องถ่ายเอกสาร  คอมพิวเตอร์  อินเตอร์เน็ต  เพื่อการติดต่อสื่อสารและนำเสนผลงานด้วยตัวเอง
  2. มีทักษะการใช้ภาษาต่างประเทศโดยเฉพาะภาษาอังกฤษ  ซึ่งเป็นภาษากลางในการสื่อสาร  และเป็นสื่อนำสู่แหล่งความรู้ที่สำคัญของโลกในปัจจุบัน
  3. มีทักษะการคิดวิเคราะห์จากการรับข่าวสารข้อมูลความเคลื่อนไหวทั่วโลก  ในเวลาอันรวดเร็ว  เพื่อสร้างทางเลือกเชิงนโยบายให้ทันกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป

ธีระ  รุณเจริญ  (2548)  กล่าวว่า  ลักษณะของนักบริหารการศึกษามืออาชีพที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในการบริหารและการจัดการศึกษา  จะต้องประกอบด้วย

  1. มีลักษณะพื้นฐานธรรมชาติเดิมเป็นทุน  ซึ่งหมายถึง  มีความถนัด  (Aptitude)  ในการเป็นผู้นำตามธรรมชาติ  และมีลักษณะนิสัยที่ดีในการร่วมกิจกรรมกับผู้อื่น
  2. มีการศึกษาที่ดี  หมายถึง  มีความรู้ทางการศึกษาในระดับปริญญาตรีขึ้นไป
  3. มีบุคลิกภาพที่น่าเชื่อถือ  หมายถึง  มีน้ำเสียงการพูดน่าฟัง  อารมณ์มั่นคง  เข้มแข็งแต่ถ่อมตน  กิริยามารยาทเป็นที่ยอมรับของสังคม  แต่งกายเหมาะสมกับกาลเทศะ
  4. มีคุณธรรม  จริยธรรม  และจรรยาบรรณของวิชาชีพ  หมายถึง  การมีวิสัยทัศน์ที่ก้าวหน้าทันต่อการเปลี่ยนแปลง  ยึดระบบคุณธรรมเป็นที่ตั้ง  ซื่อสัตย์  อดทน  อดกลั้น  รับทั้งผิดและคนดีของสังคม
  5. มีความสามารถและความชำนาญการ  เช่น  บริหารจัดการการศึกษาตามหลักวิชาและปฏิบัติ  นำองค์กรไปสู่เป้าหมายโดยยึดองค์คณะบุคคลมีส่วนร่วมส่งเสริมการทำงานเป็นทีม  ประสานงานเพื่อผลงานตามหน้าที่ความรับผิดชอบปรับเปลี่ยนเทคนิคเพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลง
  6. มีความรู้และรอบรู้  หมายถึง  มีความรอบรู้เกี่ยวกับการบริหารจัดการ  การจัดการศึกษา  ระเบียบกฎหมาย  บริบททางสังคม  การวิจัย  จิตวิทยาการบริหาร
  7. มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทางด้านการบริหาร  เพื่อเป็นหลักประกันการบริหารที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล  และเป็นการยกระดับมาตรฐานวิชาชีพ 

ส่วนที่ 2  คุณสมบัติเฉพาะ  ในส่วนที่ 2  นี้  จะขอกล่าวถึงคุณสมบัติเฉพาะตามข้อบังคับของคุรุสภา  และสมบัติเฉพาะที่กำหนดขึ้นโดยสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติเท่านั้นดังรายละเอียดดังต่อไปนี้

2.1  คุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานวิชาชีพของคุรุสภา

                คุรุสภาได้กำหนดข้อบังคับว่าด้วย  มาตรฐานวิชาชีพและจรรยาบรรณวิชาชีพ     พ.ศ.  2548  ของผู้บริหารการศึกษาและผู้บริหารสถานศึกษาไว้  3  ด้าน  คือ  1)  มาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  2)  มาตรฐานการปฏิบัติงาน และ 3)  มาตรฐานการปฏิบัติตน  โดยแต่ละมาตรฐานจะมีเนื้อหาสาระที่กำหนดไว้เฉพาะกลุ่ม  ซึ่งจะมีบางข้อเหมือนกันและบางข้อแตกต่างกันดังนี้

2.1.1 ด้านมาตรฐานความรู้และประสบการณ์วิชาชีพ  มาตรฐานข้อนี้แบ่งออกเป็น  2  ส่วน  คือ  ส่วนที่เป็น “มาตรฐานความรู้”  และส่วนที่เป็น  “ประสบการณ์วิชาชีพ”

(1)มาตรฐานความรู้  ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา  จะต้องมีคุณวุฒิไม่ต่ำกว่าปริญญาตรีทางการบริหารหรือเทียบเท่าหรือคุณวุฒิอื่นที่คุรุสภารับรอง  โดยมีความรู้ด้านการบริหารตามสาระการเรียนรู้ที่คุรุสภากำหนด (ดูตาราง 1.2)  และต้องผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรการบริหารสถานศึกษาที่คณะกรรมการคุรุสภารับรอง

ตารางที่ 1.2  สาระความรู้ตามมาตรฐานวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

 

ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารการศึกษา

1. หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา

1. หลักและกระบวนการบริหารการศึกษา

2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา

2. นโยบายและการวางแผนการศึกษา

3. การบริหารด้านวิชาการ

3. การบริหารจัดการการศึกษา

4. การบริหารด้านธุรการ การเงิน พัสดุ และอาคารสถานที่

4. การบริหารทรัพยากร

5. การบริหารงานบุคคล

5. การประกันคุณภาพการศึกษา

ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารการศึกษา

6. การบริหารกิจการนักเรียน

6. การนิเทศการศึกษา

7. การประกันคุณภาพการศึกษา

7. การพัฒนาหลักสูตร

8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ

8. การบริหารจัดการเทคโนโลยีสารสนเทศ

9. การบริหารการประชาสัมพันธ์และความสัมพันธ์ชุมชน

9. การวิจัยทางการศึกษา

10. คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา

10. คุณธรรมและจริยธรรมสำหรับผู้บริหารสถานศึกษา

 (2)  มาตรฐานประสบการณ์วิชาชีพ  ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาต้องมีประสบการณ์วิชาชีพตามที่ปรากฎในตารางที่ 1.3

ตารางที่ 1.3  ประสบการณ์วิชาชีพของผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษา

 

ผู้บริหารสถานศึกษา

ผู้บริหารการศึกษา

1. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

2. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนและต้องมีประสบการณ์ในตำแหน่ง หัวหน้าหมวด /  หัวหน้าสาย / หัวหน้างาน / ตำแหน่งบริหารอื่นในสถานศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 2 ปี

1. มีประสบการณ์ด้านการปฏิบัติการสอนมาแล้วไม่น้อยกว่า 8 ปี

2. มีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานมาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

3. ประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารนอกสถานศึกษาที่ไม่ต่ำกว่าระดับกองหรือเทียบเท่ากอง มาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี หรือ

4. มีประสบการณ์ในตำแหน่งบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอน  การนิเทศ และการ

บริหารการศึกษามาแล้วไม่น้อยกว่า 5 ปี

5. มีประสบการณ์ด้านปฏิบัติการสอน และมีประสบการณ์ในตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษาหรือผู้บริหารการศึกษาหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นที่ปฏิบัติงานเกี่ยวเนื่องกับการจัดกระบวนการเรียนการสอนการนิเทศและการ

บริหารการศึกษารวมกันมาแล้วไม่น้อยกว่า10 ปี

                2.1.2  มาตรฐานการปฏิบัติงาน  ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารการศึกษาจะต้องปฏิบัติงานในหน้าที่ให้เป็นไปตามมาตรฐาน 12 มาตรฐาน  ได้แก่

                มาตรฐานที่ 1  ปฏิบัติกิจกรรมทางวิชาการเกี่ยวกับการพัฒนาวิชาชีพการบริหารการศึกษา

                มาตรฐานที่ 2  ตัดสินใจปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ  โดยคำนึงถึงผลที่จะเกิดขึ้นกับการพัฒนาของบุคลากร  ผู้เรียน  และชุมชน

                มาตรฐานที่ 3  มุ่งมั่นพัฒนาผู้ร่วมงานให้สามารถปฏิบัติงานได้เต็มศักยภาพ

                มาตรฐานที่ 4  พัฒนาแผนงานขององค์กรให้สามารถปฏิบัติได้เกิดผลจริง

                มาตรฐานที่ 5  พัฒนาและใช้นวัตกรรมการบริหารจนเกิดผลงานที่มีคุณภาพสูงขึ้นเป็นลำดับ

                มาตรฐานที่ 6  ปฏิบัติงานขององค์กรโดยเน้นผลถาวร                

                มาตรฐานที่ 7  รายงานผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาได้อย่างมีระบบ

                มาตรฐานที่ 8  ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดี

                มาตรฐานที่ 9  ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นอย่างสร้างสรรค์

                มาตรฐานที่ 10 แสวงหาและใช้ข้อมูลข่าวสารในการพัฒนา

                มาตรฐานที่ 11 เป็นผู้นำและสร้างผู้นำ

                มาตรฐานที่ 12 สร้างโอกาสในการพัฒนาได้ทุกสถานการณ์

                2.1.3  มาตรฐานการปฏิบัติตน  เป็นข้อกำหนดเกี่ยวกับการประพฤติของผู้ประกอบวิชาชีพบริหารการศึกษา  โดยมีจรรยาบรรณของวิชาชีพเป็นแนวทางและข้อพึงระวังในการประพฤติปฏิบัติเพื่อดำรงไว้ซึ่งชื่อเสียง  ฐานะ  เกียรติ  และศักดิ์ศรีแห่งวิชาชีพ 

2.3      พฤติกรรมการทำงานของนักบริหารมืออาชีพ

ชมพูนุช  อัครเศรณี  (2547)  กล่าวว่า  การเป็นมืออาชีพไม่ได้ตัดสินเฉพาะองค์ประกอบเชิงรูปธรรม  อาทิ  ผลกำไรมหึมา  เงินเดือนสูงลิ่ว  ที่นั่งผู้โดยสารชั้นหนึ่ง  หรือชั้นธุรกิจยามเดินทางโดยเครื่องบินหรือเครื่องแต่งการชุดโก้เก๋  แต่คนเป็นมืออาชีพจะมีองค์ประกอบ  ลักษณะ  และการปฏิบัติบางประการอย่างแน่ชัดในเชิงรูปธรรมซึ่งจะมีความคล้ายคลึงกันที่เป็นสากล

                นักบริหารมืออาชีพจะมีพฤติกรรมการทำงานที่แสดงถึงความเก่งกล้าในการเป็นมืออาชีพ 10 ประการ  ได้แก่

                ประการแรก  ความเก่งกล้าในการรู้จักบทบาทและหน้าที่ของตนเองและผู้อื่น

                                ผู้บริหารมืออาชีพจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานที่เป็นความรับผิดชอบของผู้อื่น  ถ้าไม่ได้รับมอบหมายจากผู้มีอำนาจสั่งการหรือได้รับการร้องขอให้ช่วยเหลือ  การให้ความเห็นใจเข้าไปช่วยเหลืออาจนำผลเสียมาสู่องค์กรได้  และอาจจะกลายเป็นการก้าวก่ายการทำงานของผู้อื่น

               

ประการที่สอง  ความเก่งกล้าในการคิดเอง  ทำเองได้

                เมื่อมีงานที่ต้องบริหารจัดการให้สำเร็จ  ผู้บริหารมืออาชีพจะสามารถแสวงหาแนวทางในการดำเนินงานนั้นจนบรรลุเป้าหมายได้  โดยไม่ต้องให้มีการเป็นคำสั่งในแต่ละขั้นตอน  สามารถคิดเอง  ทำเองได้

                ประการที่สาม  ความเก่งกล้าในการรับผิด  รับชอบในสิ่งที่กระทำและผลที่จะได้รับ

                                ผู้บริหารมืออาชีพยอมรับความดีและความผิดพลาดที่เกิดขึ้นจากการทำงาน  ไม่โยนความผิดหรือคิดหาทางถ่ายเทปัญหาไปให้ผู้อื่น  ไม่ขยายความผิดพลาดให้แก่ผู้อื่นหรือทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตขึ้น  ไม่ปิดบังหรือกลบเกลื่อนความผิดของตนด้วยการให้ร้ายผู้อื่น  ไม่พูดแก้ตัวแต่จะขอโทษและขอโอกาสในการปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้น   

                ประการที่สี่  ความเก่งกล้าในการตัดสินใจ

                                เมื่อจำเป็นต้องตัดสินใจในระยะเวลาที่จำกัด  ไม่สามารถหาข้อมูลสนับสนุนให้เพียงพอหรือเมื่อมีความจำเป็นเร่งด่วน  ผู้บริหารมืออาชีพจะสามารถพิจารณาทางเลือกได้และไม่ลังเลที่จะตัดสินใจในทันที

                ประการที่ห้า  ความเก่งกล้าในการให้เกียรติผู้อื่น

                                ผู้บริหารมืออาชีพจำคำนึงถึงการปฏิบัติตนตามารยาททางธุรกิจและสังคม  รู้จักนับถือตนเองและผู้อื่น  แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชา 

                ประการที่หก  ความเก่งกล้าในการรักษาเกียรติของตนเอง

                                ผู้บริหารมืออาชีพจะไม่ทำในสิ่งที่ทำให้ตนเองมัวหมอง  และเสี่อมเสียเกียรติยศ  แม้จะพ่ายแพ้ก็ยังรักษาเกียรติยศของตนไว้ได้อย่างสง่างาม  มีน้ำใจเป็นนักกีฬา   ไม่คิดอาฆาตมาดร้ายต่อผู้ชนะ  ไม่อาละวาดหรือแสดงกิริยาวาจาที่ก้าวร้าว  เสียดสี  หรือแสดงความผิดหวังอย่างรุนแรงต่อหน้าผู้อื่น

                ประการที่เจ็ด  ความเก่งกล้าในการยอมรับการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี

                                ผู้บริหารมืออาชีพจะเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกและสังคม  จึงสามารถปรับตัวให้ยอมรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว

                ประการที่แปด  ความเก่งกล้าในความยืดหยุ่น

                                ผู้บริหารมืออาชีพจะไม่ยึดติดกับสิ่งที่เป็นกฎเกณฑ์มากเกินความจำเป็น  เพราะเข้าใจเป็นอย่างดีว่าไม่มีสิ่งใดที่ถูกต้องและผิดพลาดเสมอในทุกโอกาส

                ประการที่เก้า  ความเก่งกล้าในการบริหารเสน่ห์

                                ผู้บริหารมืออาชีพจะปฏิบัติตนให้น่าเชื่อถือและเป็นที่ไว้วางใจจากองค์กร  ทำให้ผู้ร่วมงานมีความสุขในการทำงาน

                 ประการที่สิบ  ความเก่งกล้าในเรื่องมนุษยธรรมกับการทำงาน

                                ในโลกของธุรกิจ  ผลกำไรที่ได้รับคือเงินตรา  แต่ผลกำไรทางธุรกิจการศึกษา  คือประสิทธิภาพของผลผลิตซึ่งได้แก่นักเรียน  ดังนั้น  ผู้บริหารมืออาชีพจึงต้องมีมนุษยธรรมในการบริหารจัดการ  ไม่มุ่งหวัง  หรือเรียกร้องผลประโยชน์จากศิษย์และผู้ปกครองของนักเรียน

                กล่าวโดยสรุป  คำว่า  นักบริหารการศึกษามืออาชีพ  จะมีความหมายที่แตกต่างไปจาก นักบริหารมืออาชีพ (Professional  manager)  ซึ่งอาจเป็นเพราะวัฒนธรรมความเป็นมาของการเข้าสู่งานบริหารทางด้านการศึกษามีความแตกต่างกัน  ผู้บริหารการศึกษาเป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกมาจากนักการศึกษาหรือนักวิชาการที่มีความรู้  ความสามารถ  และความชำนาญการในการจัดการเรียนรู้มาก่อน  แต่โดยหลักบริหารทั่วไปนั้น   ผู้บริหารทุกอาชีพจำเป็นต้องรู้ศาสตร์และมีศิลปะในการบริหารด้านการวางแผนงาน  งบประมาณ  และทรัพยากรของสถานศึกษา  ซึ่งรวมไปถึงบุคลากรด้วย  ดังนั้น  การเข้าสู่การเป็นนักบริหารการศึกษามืออาชีพจึงต้องเรียนรู้ทั้งหลักการและงานด้านการบริหาร  ตลอดจนทักษะของความเป็นผู้นำทางการศึกษา  ซึ่งเป็นความรู้ใหม่ที่ต้องเพิ่มเติมจากความชำนาญการที่มีอยู่เดิม