ท่านอาจารย์ James Borg ตีพิมพ์เรื่อง 'How to lie and not look as though you are lying' = "หลอก (โกหก) อย่างไร และ (ทำให้) ดูเหมือนไม่หลอก" = "หลอกอย่างไรให้คนอื่นจับไม่ได้" [ Telegraph ]

บล็อกของเราส่งเสริมให้คนไม่โกหก ไม่ส่งเสริมการหลอกลวง ทั้งการโกหกที่ไม่ได้เป็นไปเพื่ออาชีพ (มุสาวาท) และการโกหกที่เป็นไปเพื่ออาชีพ (มิจฉาอาชีวะ), จึงขอนำเรื่องนี้มาเล่า เพื่อส่งเสริมการดูลักษณะคนโกหกแทนครับ

...

ตอนผู้ัเขียนเรียนโทบริหาร, อาจารย์ท่านหนึ่งเล่าวิธีสังเกตของนัึกศึกษาท่านหนึ่งที่เป็นศุลกากร ท่านสังเกตว่า คนที่โกหกจะกลืนน้ำลายทันทีที่เห็นหน้าศุลกากร

เพราะฉะนั้นถ้าศุลกากรเห็นใครกลืนน้ำลายจะรีบตรวจทันที... วิธีนี้ก็ดี แต่น่าจะดีสู้การตรวจเอกซเรย์กระเป๋าทุกรายไม่ได้ (ยกเว้นมีการวิจัยสนับสนุนมากพอ)

...

วิธีสังเกตคนโกหกที่อาจารย์เจมส์ บอร์กแนะนำอย่างแรก คือ ให้สังเกตกิริยาท่าทาง (manners) [ Telegraph ]

ท่าทางที่เ็ด็กโกหกใช้บ่อย คือ การนำมือหรือนิ้วมือใส่ไปในปากก่อนโกหก (lie) หรือมีท่าทางพิรุธต่างๆ ซึ่งจับได้ง่ายกว่าผู้ใหญ่มาก, ส่วนผู้ใหญ่มักจะมีภาษาท่าทาง (body language) ในการโกหกดังต่อไปนี้

...

(1). Are you just nervous? = คุณเพิ่งจะเครียดหรือดูประสาทๆ หรือเปล่า?

อาการโกหก (lying) มักจะมีส่วนคล้ายความวิตกกังวล (anxiety) หลายอย่าง เช่น ลุกลี้ลุกลน อยู่ไม่สุข ฯลฯ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะต้องหาทางปกปิด (cover up) เพื่อปกปิดความผิด (mistakes) บางอย่าง

...

ถ้าเรารู้จักว่า คนอื่นมีพื้นฐาน (baseline) อย่างไร แล้วอยู่ๆ ก็เปลี่ยนไป หรือไม่ก็มีความแปรปรวน - ไม่เหมือนเดิม (deviation)

ตัวอย่างเช่น เดิมเคยนิ่งดี... อยู่ก็กระพริบตาบ่อย กลอกตาไปมาเร็ว เลียริมฝีปากบ่อย ยกมือขึ้นแตะใบหน้า ฯลฯ แบบนี้มีสิทธิ์โกหกมากขึ้น

...

อย่างไรก็ตาม, ไม่มีอะไร 100% ในเรื่องภาษาท่าทาง เช่น คนบางคนปากแห้ง-ปากแตก-ปากอักเสบอยู่ก็อาจจะเลียริมฝีปากบ่อยได้เช่นกัน ฯลฯ

เพราะฉะนั้นถ้าจะไปสมัครงาน หรือสัมภาษณ์ที่ไหน, ให้ดูปากดูคอให้ดี ถ้าปากแห้งอาจต้องทาลิปมันกันปากแห้ง-ปากแตก หรือไม่ก็ทาสีผึ้ง (ขี้ผึ้งทาปากสำหรับคนรุ่นเก่า) จะได้ไม่ไปเลียริมฝีปากต่อหน้าคณะกรรมการสัมภาษณ์

...

(2). Covering up = กำลังปกปิด

คนที่โกหกมักจะหาอะไรไปบังใบหน้าหรือร่างกายมากขึ้น รูปแบบที่พบบ่อยคือ ยกมือขึ้นแตะจมูก, ท่านี้เป็นท่าที่คล้ายการยกมือขึ้นการ์ด ป้องกันหมัดหรืออันตรายจากฝ่ายตรงข้าม

...

ผู้เชี่ยวชาญสังเกตว่า นักการเมืองระดับยอดของสหรัฐฯ ท่านหนึ่งเปิดเผยเรื่องความสัมพันธ์ชู้สาวต่อหน้าคณะลูกขุนด้วยท่าทางสบายๆ 

ทว่า... เมื่อถูกซักมากๆ เข้า กลับแตะจมูกทุกๆ 4 นาที รวมแล้วแตะจมูก 26 ครั้งในระหว่างการถูกซักอันแสนเครียด

...

(3). Excessing fidgeting = เคลื่อนไหวไปมา หรือกระวนกระวายมากเกินไป

คนที่โกหกมักจะใช้นิ้วมือถูไถ หรือไม่ก็ิบิดไปบิดมากับของใกล้ตัว เช่น เสื้อผ้า ฯลฯ, กล่าวกันว่า คนโกหกที่น่ากลัว คือ คนโกหกหน้าตาย หรือคนที่โกหกได้ทั้งๆ ที่ดูนิ่ง

...

(4). Smiling through = ยิ้มไปยิ้มมา

ภาษาอังกฤษมีสำนวนที่ใช้เรียกคนโกหกหน้ายิ้ม คือ 'grinning liar' = คนโกหกยิ้มแฉ่ง หรือคนโกหกหน้าระรื่น (ยิ้มปากกว้าง)

...

ทว่า... การศึกษาหลายรายงานกลับพบว่า คนเรายิ้มบ่อยกว่าเวลาพูดจริงมากกว่าโกหก, คนโกหกส่วนใหญ่จะยิ้มกว้างน้อยลง

อย่างไรก็ตาม, เรื่องนี้ไม่ใช่มีข้อยกเว้น เพราะนักโกหกมืออาชีพนั่นบทจะนิ่งก็ดูนิ่ง บทจะยิ้มก็ยิ้มแฉ่งได้คล้ายสำนวนที่ว่า คนที่ขาดความละอายมีความเป็นอยู่ง่าย คือ คนที่เลวมากจริงๆ จะไม่อาย ทำอะไรก็ได้คล้ายกับชีวิตนี้เป็นละคร (และมักจะไม่รู้สึกผิดอะไรด้วย)

...

(5). Trust your instinct = เชื่อสัญชาตญาณของคุณ

ประสบการณ์ทั่้วโลกพบว่า การจับโกหกโดยใช้สัญชาตญาณหรือใช้ความรู้สึกมีโอกาสถูกไม่น้อยไปกว่าใช้วิธี การทางวิทยาศาสตร์ หรือการวิจัยสมัยใหม่

...

กลไกที่เป็นไปได้ คือ นักโกหกอาชีพก็ช่างแสวงหาความรู้แบบฉลาดแกมโกงไม่น้อยไปกว่าคนดีเลย เพราะฉะนั้น... ถ้าคุณสงสัยว่า ใครกำลังจะโกหก, คุณมีสิทธิ์เดาถูกมากทีเดียว

อาจารย์หมอท่านหนึ่งให้ข้อสังเกตไว้ว่า คนเรามักจะทำอะไรโดยมีจุดมุ่งหมายเสมอ เพราะฉะนั้นการฝึกมองอะไรหลายๆ มุมไว้มีแนวโน้มจะปลอดภัยกว่าการมองอะไรเพียงมุมเดียว

...

ตัวอย่างเช่น ถ้าเราจะคบหรือไว้ใจใครสักคน... เราควรฝึกมองคนใกล้ๆ ไว้ให้ได้ทั้งสองด้าน คือ คนๆ นี้มีดีอะไร (ฝึกคิดให้ได้หลายๆ ข้อ) และมีเีสียตรงไหน (ฝึกคิดให้ได้หลายๆ ข้อเช่นกัน)

ถ้าเราเริ่มจะมองใครในด้านดีหรือร้ายได้ด้าน เดียวแบบสุดๆ... ตรงนี้บอกว่า เรากำลังจะเสี่ยงต่อความลำเอียง และความลำเอียงนี้อาจทำให้ตา หรือสัญชาตญาณแห่งความปลอดภัยของเรามืดบอดไปอย่างน้อยก็ชั่วคราวทีเดียว

...

ถึงตรงนี้... ขอให้ท่านผู้อ่านมีสุขภาพดีไปนานๆ ครับ

...

ภาษาอังกฤษสบายๆ สไตล์ เรา                                

คลิกลิ้งค์ > คลิกลำโพง-ธงชาติ > ฟัง-ออกเสียงตามเจ้าของภาษา 3 รอบ เพื่อให้จำศัพท์ได้ถูกต้องและเร็ว

ย้ำเสียงหนัก (accent) ที่พยางค์แต้มสี กรณีมีตำแหน่งย้ำเสียง 2 ตำแหน่ง, ตำแหน่งที่ย้ำเสียงหนักกว่า คือ พยางค์ที่ใช้ตัวอักษรตัวหนา

...

@ [ fidget ] > [ ] > http://www.thefreedictionary.com/fidget > verb = กระวนกระวาย อยู่ไม่สุข อยู่ไม่นิ่ง; noun = คนที่กระวนกระวาย; 

@ [ the fidgets ] > noun = ความกระวนกระวาย; คำนี้มาจากภาษาสแกนดิเนเวียน หรือยุโรปเหนือโบราณ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุที่ทำให้ออกเสียงไม่ตรงกับสระในภาษาอังกฤษ

...

# They are fidgets. = พวกเขา (พวกเธอ) เป็นคนกระวนกระวาย.

# They have the fidgets. = พวกเขา (พวกเธอ) มีความกระวนกระวาย.

...

# Look! The professional thieves are calm. They do not fidget. = ดูสิ! พวกขโมยมืออาชีพเหล่านั้นดูสงบ (นิ่ง). พวกเขา (พวกเธอ) ไม่กระวนกระวาย.

# Stop fidgeting while our professor is talking to you! = หยุดทำตัวลุกลี้ลุกลนเวลาศาสตราจารย์ของเรากำลังพูดกับคุณ!

...

@ [ grin ] > [ กริ้น ] > http://www.thefreedictionary.com/grin > verb = ยิ้มกว้าง ยิ้มยิงฟัน ยิ้มแฉ่ง ยิ้มอย่างเปิดเผย

ขอให้สังเกตว่า เสียง "กริ้น" ฟังดูคล้ายๆ คำว่า "ปลิ้น (ปล้อนหลอกลวง)" ในภาษาไทย เพราะฉะนั้นไปไหนมาไหนก็อย่าลืมวิธีจับโกหก 5 ข้อนี้ให้ดีทีเดียว เพราะนักโกหกอาชีพมักจะ "กริ้น (ยิ้มแฉ่ง)" เก่งกว่าที่คิดเสมอ

...

# The child grinned happily for their kind grandmother. = เด็กคนนั้นยิ้มแฉ่งอย่างมีความสุขกับคุณยายที่ใจดี.

# You have to grin and pretend to bear your boss. = คุณต้องยิ้มให้กว้าง และแสร้ง (pretend = เสแสร้ง) ทำเป็นอดทนเจ้านายของคุณ (ให้ได้). 

...

# That baby's grin is very impressive. = รอยยิ้มกว้างของทารกคนนั้น (ดู) น่าประทับใจมาก.

...

 ติดตามบล็อกของเราได้ทางทวิตเตอร์ > [ Twitter ]

ที่ มา                                                         

  • Thank [ Telegraph ] //
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ รพ.ห้างฉัตร ลำปาง สงวนลิขสิทธิ์ ยินดีให้นำไปเผยแพร่โดยอ้างอิงที่มาได้. > 4 มีนาคม 2553.
  • ข้อมูลทั้งหมดเป็นไปเพื่อ การส่งเสริมสุขภาพ ไม่ใช่วินิจฉัยหรือรักษาโรค ท่านที่มีโรคประจำตัวหรือความเสี่ยงต่อโรคสูงจำเป็นต้องปรึกษาหมอที่ดูแล ท่านก่อนนำข้อมูลไปใช้.