VOAnews ภาคภาษาไทยตีพิมพ์เรื่องเกี่ยวกับพฤติกรรมของคน เราที่มักจะกล้าทำอะไรไม่ดีในที่มืด ผู้เขียนขอนำมาเล่าสู่กันฟังกันครับ [ VOAnews ]

ไอเดียจากเรื่องนี้อาจนำไปใช้ในการออกแบบ อาคารบ้านเรือนได้ คือ ออกแบบอาคารบ้านเรือน หรือห้องน้ำให้สว่าง หรือโปร่งใสไว้ก่อนน่าจะดี

...

ผู้่เขียนมีประสบการณ์ไปกับหน่วยรับบริจาคเลือดที่ โรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งออกแบบห้องน้ำให้มีผนังด้านหนึ่งเป็นตะแกรงโปร่งคล้ายสนามเทนนิส เข้าใจว่า เพื่อป้องกันนักเรียนแอบสูบบุหรี่ เสพยาบ้า หรือทำร้ายกัน

มีหลายตำบลในอำเภอนั้นที่เป็นเขตยาบ้า วัยรุ่นติดยาบ้าเกือบทุกคน ซึ่งหลังยุคปราบยาบ้าพบว่า ผู้คนจากตำบลดังกล่าวไม่ค่อยเป็นคนเต็มคน (เพี้ยน) กันมากมาย (คนที่เสพยาบ้ามาก่อนมีโอกาสเป็นโรคจิตหวาดระแวง หรือพฤติกรรมแปรปรวนสูงมาก)

...

การที่โรงเรียนแห่งนั้นทำห้องน้ำ "โปร่งใส" นับเป็นไอเดียที่ดีมาก... ห้างสรรพสินค้าหรือสถานที่สาธารณะควรนำไอเดียนี้ไปใช้ในการปรับปรุงห้องน้ำ

อย่าให้ห้องน้ำเป็นที่รโหฐาน (= ที่ลับ) มากเกินไป ซึ่งทำให้เสี่ยงต่อการทำอะไรที่ไม่ดี

...

ถ้าท่านได้รับสาระบันเทิงจากเรื่องนี้... ขอความกรุณาแวะไปเยี่ยมชมเว็บไซต์ 'VOAnews ภาคภาษาไทย' ซึ่งมีทั้งข่าว สาระบันเทิง ทั้งในรูปตัวอักษรและ MP3 ให้ดาวน์โหลดกันครับ

ขอขอบพระคุณบทความจาก '[ VOAnews ]'

...

นักวิจัยชี้ แสงสลัวในห้องมืดๆ อาจเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรม ในทางที่ไม่ดี

04/03/2010

                เคย มีรายงานก่อนหน้านี้ระบุไว้ว่า การที่ใครสักคน สามารถทำอะไรได้อย่างซ่อนเร้น ไม่มีคนรู้เห็น คนคนนั้นมีโอกาสก่ออาชญากรรม หรือกระทำผิดได้ง่ายกว่าปกติ

แต่รายงานชิ้นใหม่ศึกษาไปไกลกว่านั้น และพบว่าแสงสลัวๆ และห้องมืดๆ ยิ่งเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดพฤติกรรมในทางไม่ดีมากขึ้นด้วย

...

นักวิจัยผู้จัด ทำรายงานชิ้นนี้บอกว่า หากใครสักคน นั่งอยู่คนเดียวแล้วคุยผ่านอีเมลล์กับคนแปลกหน้า มีโอกาสสูงมากที่ใครคนนั้น จะโกหกออนไลน์

เพราะอีกฝ่ายหนึ่งไม่รู้ว่าคนที่คุยด้วยคือใคร โดยไม่จำเป็นว่าไฟในห้องนั้น จะมืดแค่ไหน แต่ในขณะเดียวกัน หากใครคนนั้นไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่ปกปิดซุกซ่อน และสามารถมองเห็นคนอื่นๆ ได้ แต่กลับรู้สึกว่าตนเองหลบเร้นจากสายตาของคนทั่วไป

...

เช่น ใต้แสงไฟ สลัวๆ หรือในห้องที่มืดๆ ก็เป็นสถานการณ์หรือสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการกระทำความผิดได้ง่ายเช่น กัน ซึ่งนักวิจัยอธิบายพฤติกรรมนี้ว่า

เป็นไปในลักษณะเดียวกับเด็กเล็กๆ ที่ปิดตาตัวเองแล้วคิดว่าคนอื่นๆ จะมองไม่เห็นตนนั่นเอง หรืออาจเรียกได้ว่าเป็นการเล่นซ่อนแอบแบบผู้ใหญ่

...

นักวิจัย Chen Bo Zhong แห่งมหาวิทยาลัย Toronto และเพื่อนร่วมงานทำการทดสอบความซื่อสัตย์ของกลุ่มตัวอย่าง 2 กลุ่ม

โดยให้กลุ่มแรก อยู่ในห้องที่มีแสงไฟระดับปกติ และอีกห้องหนึ่งเปิดไฟสลัวๆ พบว่า กลุ่มที่อยู่ในห้องมืดกว่า มีโอกาสโกหกมากกว่าอีกห้องหนึ่ง

...

ในขณะเดียวกัน จากการทดลองให้เด็กนักเรียนกลุ่มหนึ่ง เล่นเกมจับผิดทางการเงิน โดยให้มีเด็กบางคนสวมแว่นดำ และบางคนสวมแว่นตาธรรมดา พบว่า

เด็กที่สวมแว่นตาดำจะมีพฤติกรรมเห็นแก่ตัวมากกว่าปกติ และยังมีพฤติกรรมซ่อนเร้น มากกว่าเด็กที่สวมแว่นตาธรรมดาอีกด้วย

...

ดังจะเห็นได้ จากคำตอบในแบบสอบถามที่เด็กสวมแว่นตาดำมักจะเชื่อว่า ไม่มีใครสังเกตุเห็นว่าตนกำลังทำอะไรระหว่างการวิจัยหรือการเล่นเกมดังกล่าว โดยผลการวิจัยเรื่องนี้ตีพิมพ์อยู่ในวารสาร Psychological Science

...

ขอขอบพระคุณบท ความจาก '[ VOAnews ]