เส้นทางที่ผ่านไปมีหลากหลายอารมณ์มีสายฝนตกลงมาพรำ ๆ ตลอดเส้นทาง...ช่วงที่ขึ้นไปบนยิดเขานั้น...

สวัสดีครับเพื่อน ๆ ช่วงนี้อากาศร้อนเอาการเอางานเลยละในเขตเมืองสงขลาได้ฟังข่าวว่าเกิดแผ่นดินไหวที่ประเทศชิลี ประมาณ 8 กว่า ๆ เกิดคลื่นสึนามิและมีคนตายไปเยอะเหมือนกันสำหรับในอาเจนติน่าแผ่นดินไหวอยู่ในระดับ 5 แสดงให้เห็นว่าถ้าคนเราไม่รักษาธรรมชาติไม่รักษาป่าอากาศคงบาย ๆ พวกเราและเกิดปั่นป่วนในอนาคแน่นอน...

สุเหร่านี้คือใจกลางเมืองใหม่ชื่อปุตราจายา

ประตูเข้าสุเหร่าใหญ่โตมาก ๆ

 

หันมาเล่าเรื่องเมืองมาเลเซียต่อจากตอนที่แล้ว เมื่อเราทานอาหารเที่ยงวันแล้วก็มุ่งหน้าลงสู้ภาคใต้ต่อไปอีกตรงไปยังเมืองปุตราจายาเป็นเมืองใหม่สร้างเมื่อ พ.ศ. 2540 นี้เองเป็นผลงานของนายกมหาเดย์ช่วงเป็นนายกรัฐมนตรีของมาเลเซีย  ได้ยินมาว่าเขาฟังความรอบข้างประเทศนั้น  ประเทศนี้   ก็จะสร้างเมืองใหม่เดิมคือเมืองมะละกาเทียบเท่ากับกรุงศรีอยุธยา

หน้าทำเนียบรัฐบาล

  ต่อมาเป็นกรุงกัวลาลัมเปอร์เทียบเท่ากับกรุงเทพ ฯ ประเทศไทยเรา  เขาเลยได้มุมคิดลงมือสร้างเมืองปุตราจายาเลยและมีสุเหร่าเป็นศูนย์กลางใจเมืองใหม่  มีสถานที่ราชการทุกกระทรวงทบวงกรมและให้สิทธิ์พิเศษแก่ข้าราชการที่ย้ายไปซื้อบ้านที่รัฐบาลสร้างไว้แบบพิเศษ 

ข้างหน้ามีธงประจำรัฐต่าง ๆ ในมาเลเซีย

 เนื่องจากเป็นช่วงบ่าย 3 โมงเศษ ๆ จึงร้อนเอาการที่นี้และเราก็เดินทางต่อไปโดยเข้าไปขึ้นขุนเขาทางภาคใต้ของมาเลเซียที่สูงที่สุดเป็นเมืองที่ชาวอังกฤษมาบุกเบิกทำเป็นบ้านพักตากอากาศอยู่ในแถบชนเผ่าซาไกและมีหมู่บ้านมนุษย์กินคนด้วยละในขุนเขาแห่งนี้

นั้นคือเรากำลังเดินทางไปคาเมร่อนไฮแลนด์ที่ขึ้นชื่อในความงามตามธรรมชาติตลอดปีมีผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษอากาศเย็น ๆ สบาย ๆ

 เราขึ้นขุนเขาตอนย่ำค่ำเห็นพระจันทร์วันเพ็ญเดือนมาฆบูชาสวยงามมากได้น้อมระลึกเป็นพุทธบูชา  ธรรมบูชา  และสังฆบูชาในระหว่างเส้นทางและมีสายฝนตกลงมาเย็นชุ่มฉ่ำใจด้วยละ 

 ที่เดินทางกลางคืนนั้นเพราะถ้าขึ้นขุนเขาในเส้นนี้ตอนกลางวันจะเมารถอ้วกกันมาเยอะแล้วเนื่องจากเส้นทางคดเคี้ยวหลายโค้งมากเราเดินทางไปถึงร้านอาหารก็ 3 ทุ่มแล้วเดินทางไปจนถึงโรงแรมที่พักปาเข้าไป 5 ทุ่มนั้นแล...