พระพุทธองค์ทรงเป็นแบบอย่างให้เราหลายด้าน รวมไปถึงเรื่องการอยู่ร่วมกันอย่างสันติแม้ความคิดจะต่าง

ทรงเน้นสันติมาแต่ต้น สังเกตได้จากโอวาทปาติโมกข์ (ปาฎิโมกข์)ที่ทรงประทานแก่พระอรหันต์ทั้ง 1,250 รูป ตามที่บันทึกไว้แล้วในบันทึก 5 เหตุการณ์สำคัญในวันมาฆะบูชา

ซึ่งเสถียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ให้ความเห็นว่า กล่าวถึงเทคนิควิธีการเผยแพร่ศาสนาคือ ไม่ว่าร้ายผู้อื่น ไม่เบียดเบียนผู้อื่น ใช้สันติวิธีในการเผยแพร่ รู้จักประสานผลประโยชน์

และทรงใช้หลักไม่ติเตียนผู้อื่นเสมอมา ดังจะเห็นว่าทรงไม่หักล้างความเชื่อดั้งเดิมของบุคคล ไม่ทรงกล่าวตำหนิว่าของเดิมไม่ถูกต้อง แต่ทรงใช้วิธีเสนอหลักธรรมหรือเหตุผลอีกแนวหนึ่งให้พิจารณา และตัดสินใจยอมรับด้วยตัวบุคคลเอง

หรือเมื่อบุคคลตัดสินใจมายอมรับธรรมที่พระองค์ค้นพบ หากผู้นั้นเป็นบุคคลมีชื่อเสียง ยังทรงกระตุ้นให้พิจารณาให้ดีเพื่อป้องกันความขัดแย้งที่จะตามมา ดังเช่นกรณีของอุบาลีเศรษฐีเป็นต้น

ท่านอุบาลีนั้นเดิมเป็นสาวกของนิครนถ์นาถบุตร ศาสดาแห่งศาสนาเชน ท้าแข่งขันโต้วาทะกับพระพุทธองค์ แม้ว่าศิษย์รุ่นพี่นาม ทีฆปัสสี ทักท้วง ว่าพระพุทธองค์มี มนต์กลับใจ ใครไปโต้วาทีด้วยเป็นต้องแพ้ และหันไปนับถือศาสนาพุทธทุกราย แต่ท่านอุบาลียังดึงดันด้วยถือดีว่าตนเป็นพหูสูต

เมื่อผลปรากฏว่าท่านอุบาลีแพ้ ท่านจึงยอมรับขอรับเอาพระรัตนตรัยเป็นสรณะ

พระพุทธองค์ถึงกับตรัสปรามถึงสามครั้งว่า อุบาลี คนมีชื่อเสียงอย่างท่านจะทำอะไรขอให้คิดให้ดีก่อน

แต่เมื่อท่านอุบาลียืนยันหนักแน่น จึงทรงขอให้คงการอุปถัมภ์แก่ลัทธิดั้งเดิมไปด้วย เพราะท่านเป็นอู่ข้าวอู่น้ำของศาสนาเดิม (ไม่อยากใช้คำว่าท่อน้ำเลี้ยงเลยค่ะ)

จะเห็นว่าพระองค์เปี่ยมด้วยพระเมตตา ทรงหาทางออกในทุกเรื่องด้วยสันติวิธีเสมอ

เรามีแบบอย่างอยู่ แต่อาจจะลืมเลือน

เลยมานึกถึงตัวเอง ช่างเกะกะระราน เห็นใครเชื่อไม่ตรงกับตนก็ว่าเค้าตรงๆ ผลก็คือไม่มีการพูดหาเหตุผลกันถึงเรื่องนั้นๆอีก

เสียแรงเป็นพุทธศาสนิกชนเสียจริงๆ

.......................................................................

อ้างอิง

เสถียรพงษ์ วรรปก ราชบัณฑิต สิ่งแรกในพระพุทธศาสนา กองทุนอริยมรรค กรุงเทพพ.ศ.2548