จับผิดแผนที่
เนื่องจากฐานการเรียนรู้ทุกฐานที่จัดขึ้น เป็นฐานที่ผู้เรียนเลือกเข้าก่อน-หลัง ตามความสมัครใจ ซึ่งมีข้อดีคือทำให้ครูได้เห็นฉันทะ หรือความโน้มเอียงว่าผู้เรียนแต่ละคนมีความสนใจในเรื่องใดได้ชัดเจน
จากชื่อฐานที่ใช้คำว่า “จับผิดแผนที่” และตลอดจนภาพแผนที่ที่ติดเรียงรายอยู่บนบอร์ด ได้เชื้อเชิญให้เด็กผู้ชายก้าวเท้าเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว ในฐานนี้ผู้เรียนจะได้ “เรียนผิด” นั่นคือ ได้ค้นหาว่าแผนที่ทั้ง ๑๖ แผ่นนั้น มีความครบถ้วนตามหลักการเขียนแผนที่สากลมากน้อยแค่ไหน แผ่นไหนขาดอะไร
โดยที่ในบอร์ดเดียวกันนั้น จะมีแผนที่แผ่นใหญ่ที่แสดงองค์ประกอบของแผนที่เอาไว้ให้เห็นอย่างครบครัน ตั้งแต่ ชื่อของแผนที่ สัญลักษณ์ เครื่องหมายแสดงทิศ และมาตราส่วน เพื่อให้ได้ “เรียนถูก” ก่อนที่จะไป “จับผิด” แผนที่แผ่นอื่นๆ ต่อไป ซึ่งแผนที่เหล่านั้นก็คือแผนที่เกาะรัตนโกสินทร์ ที่เด็กเห็นกันมาจนเริ่มจะชินตากันแล้ว และได้เพิ่มแผนที่ที่แสดงการขยายตัวของกรุงเทพฯ สมัยต่างๆ เข้าไปด้วย เพื่อให้ได้เรียนรู้เรื่องการขยายตัวของเมืองเพิ่มขึ้นไปพร้อมกับการเรียนเรื่องของแผนที่ไปด้วย
บันทึกประวัติศาสตร์
เป็นการนำพาให้ผู้เรียนได้คลุกคลีกับหลักฐานชั้นต้นที่เรียกว่า “จดหมายเหตุ” ด้วยการนำจดหมายเหตุชนิดต่างๆ อาทิ จดหมายเหตุลาลูแบร์ ราชอาณาจักรสยาม ที่บันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยาไว้โดยชาวฝรั่งเศสที่มีชื่อเดียวกันกับชื่อหนังสือ จดหมายเหตุรายวันของของสมเด็จพระบรมราชปิตุลาธิบดี เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิศ จดหมายเหตุการอนุรักษ์กรุงรัตนโกสินทร์ ที่กรมศิลปากรจัดพิมพ์ขึ้น เมื่อครั้งกรุงรัตนโกสินทร์มีอายุครบ ๒๐๐ ปี และ จดหมายเหตุดนตรี ๕ รัชกาล มาจัดวางไว้บนโต๊ะให้นักเรียนได้ลองเปิดอ่าน เพื่อหาข้อสรุปว่าจดหมายเหตุเหล่านั้นมีลักษณะเช่นไร อะไรคือลักษณะของบันทึกชนิดนี้ที่พบร่วมกัน
จากนั้นจึงนำข้อสังเกตเหล่านั้นมาสู่ข้อสรุปของความเข้าใจที่ว่า เพราะเหตุว่าจดหมายเหตุเหล่านั้น บันทึกโดยผู้ที่มีชีวิตอยู่ในสมัยเดียวกันกับเหตุการณ์ ที่มีการระบุว่าใครเป็นผู้บันทึก และมี วัน เดือน ปี ระบุเอาไว้อย่างชัดเจน จึงเป็นหลักฐานที่มีความน่าเชื่อถือ ดังนั้น นักประวัติศาสตร์จึงจัดว่าเอกสารประเภทจดหมายเหตุเป็นหลักฐานชั้นต้น ด้วยประการฉะนี้
สวัสดีค่ะ
* แวะมาทักทายชาวเพลินพัฒนาค่ะ
* สุขกายสุขใจนะคะ
สวัสดีค่ะ
ปีหน้าจะได้สอนจริงๆ จังๆ เป็นครูวิทย์มานานจนเป็นโลโก้ของเด็กๆ ไปแล้ว
สวัสดีค่ะอ.พรรณา และอ.แจ่มใส ขอบพระคุณที่แวะเข้ามาให้พร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นค่ะ...
ถ้าครูวิทย์สอนวิทยาศาสตร์แล้วพาไปให้เห็นบริบททางสังคมของยุคสมัย และผลที่เกิดขึ้นกับสังคมเมื่อมีสิ่งนั้นเกิดขึ้นบนโลกได้ก็คงจะดีนะคะ อย่างไอน์สไตน์ที่พอรู้ว่าความคิดของเขากลายเป็นภัยร้ายแรงต่อเพื่อนมนุษย์ เขาก็ไม่มีความสุขเลย
ขอบคุณค่ะ
อาจารย์ขจิตคะ ตอนต่อไปวางแผงแล้วค่ะ :)
สวัสดีครับคุณครูใหม่
การสอนภูมิศาสตร์ และประวัติศาสตร์ของโรงเรียนคุณครูสุดยอดมากเลยงเรียน
ขนาดโรงเรียนมัธยมอย่างของผมยังไปไม่ถึงสิ่งที่คุณครูสอนเลย
สอนแล้วเด็กสามารถเรียนรู้ได้อย่างมีความสุขดีมากใช่ไหมครับ
ขอบคุณที่นำมาแบ่งปันครับ