ชาวบ้านชนบททั่วไปมักมีผ้าเอนกประสงค์ติดตัวอยู่ผืนหนึ่ง ทราบมั๊ยครับมันคือผ้าอะไร

เมื่อวันที่ 23-24 ก.พ.ที่ผ่านมา สาขาวิชาชีพครูถูกเชิญให้ไปบรรยายเกี่ยวกับการออกแบบการจัดการเรียนรู้ที่โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามแห่งหนึ่งในจ.นครศรีธรรมราช ทีมงานก็เดินทางกันไป 4 ท่าน ดร.มูฮามัสสกรี,ว่าที่ดร.มะยูตี,ว่าที่ดร.จารุวัจน์ และผม(ว่าที่ของว่าที่อีกที..) สรุปวิทยากรเป็นคนพูดมลายู 2 ท่าน เป็นคนพูดภาษาใต้ 2 ท่าน(หลายๆท่านที่มหาวิทยาลัยไม่รู้นะเนี้ยะว่าผมเป็นคนพูดใต้ถ้าไม่ได้ยินด้วยตนเอง เขานึกว่าผมพูดมลายู...แต่ก็พอจะพูดต่อราคาของตามตลาดนัดได้อยู่...ฮา)

ไปถึงที่จ.นครฯได้สนทนากับคณะครูก็ทึ่งเล็กน้อยที่ครูบางท่านพูดมลายูสำเนียงปัตตานีชัดเจน บางท่านพูดออกสำเนียงมลายูสตูล แต่ทั้งหมดเป็นคนนครฯนี่แหละครับ แต่ก็พอจะทราบที่มาอยู่บ้าง สิ่งที่เขากังวลเกี่ยวกับภาษามลายูคือ รุ่นลูกๆพูดกันไม่ค่อยได้แล้ว จะพูดใต้กันเพียวๆเลย

พักกลางวันทานข้าวและละหมาดเสร็จ เขาก็เอาผ้าเอนกประสงค์มาปูแล้วยกมะม่วงน้ำปลาหวานมาทานกัน ทานกันไปสนทนากันไปอย่างเป็นกันเอง ตอนหนึ่งก็พูดถึงความเอนกประสงค์ของผ้าผืนที่ปูอยู่ด้านล่าง ทำนองว่าทำได้ทุกอย่างจริงๆ คนจะคลอดลูกหรือผูกเปลเป็นที่นอนของเด็กก็ยังได้

ดร.มูฮามัสสกรีของเราก็อยากจะพูดใต้ขึ้นมาบ้าง ไหนๆก็มานครฯทั้งที แต่ใส่เสียงวรรณยุกต์พลาดไปหน่อย จะบอกว่า "คนใต้ใช้ผ้านี้ทำโน่นทำนี่ได้หลายอย่าง" กลายเป็น "คนตายใช้ผ้านี้...".คนฟังเลยสะดุ้งเล็กน้อยถึงปานกลาง..ฮา

ผ้าที่พูดถึงนั้น ภาคกลางเรียกว่าผ้าขาวม้า หรือ ผ้าขะม้า นั่นเอง ที่นี้แต่ละถิ่นก็เรียกไอ้ผ้านี้ต่างกันไป ดังนั้นที่ไหนเรียกเป็นอย่างอื่นก็ช่วยแชร์ข้อมูลกันนะครับ

ภาษากลาง ภาษาสะกอมคำอ่านภาษามลายูคำอ่าน

ผ้าขาวม้า,ขะม้าผ้าปล่อยพา-ปล๋อยكائن لفس   กาอิง เลอปะฮฺ

 

บางถิ่นเรียกว่าผ้าปล่อยชาย แล้วอาจมีคนสงสัยว่าแล้วไหนผ้าปล่อยหญิง คำว่าผ้าปล่อยชายพอเทียบกับภาษามลายูทำให้เข้าใจชัดขึ้นว่าหมายถึงผ้าที่ปล่อยชายผ้าไว้โดยไม่เย็บชายผ้าหรือขอบผ้านั่นเอง

อนึ่ง ผ้าขะม้า กล่าวกันว่ามาจากภาษาเปอร์เซีย(อิหร่าน)ดูรายละเอียดได้ตามลิงค์

http://www.lib.ru.ac.th/journal/loincloth.html