เมื่อวานมีโอกาสได้ไปเป็นผู้ทรงคุณวุฒิในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้การนำเสนอวิจัยของคณาจารย์มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา  ผมเองเพิ่งได้รับบรรยากาศที่อยากให้เิกิดขึ้นในลักษณะดังกล่าวเป็นครั้งแรกโดยการให้เกียรติจากสำนักวิจัย และ ผอ.สบศ. ของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา (คิดว่าท่าน อ.จารุวัจน์  จะร่วมนำเสนอข้อมูลเพื่อความสมบูรณ์ในเวทีนี้ด้วยนะ ครับ...ชาฟากัลลอฮฺ...ขอให้พระเจ้าโปรดประทานสุขภาพที่แข็งแรงให้ท่านโดยเร็วเพื่อมาร่วมขับเคลื่อนต่อ ขอเป็นกำลังใจให้ครับอาจารย์)

        กว่า ๑ ทศวรรษของการเดินทางสู่คำว่า "มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา" ณ วันนี้จากวันที่ได้เข้ามาสู่ในช่วงเปลี่นผ่านของการทำงานที่นี่จากคำว่า "วิทยาลัย" เป็น "มหาวิทยาลัย" การขับเคลื่อน พลวัตของการพัฒนา ความมุ่งมั่นและตั้งใจได้พิสูจน์ด้วยกับเวลาแล้วว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่มหาวิทยาลัยอิสลามยะลาแห่งนี้สอบผ่านสำหรับผมนั่น คือ งานวิจัยที่จะสามารถสร้างองค์ความรู้ให้ก่อเกิดประโยชน์ต่อสังคมมูลฐานได้เป็นอย่างดี สิ่งนี้คือสิ่งที่ผมมองว่ามันน่าขบคิดสำหรับพื้นที่แห่งนี้ เพราะบางครั้งเวทีใหญ่ หน่วยงานองค์กรใหญ่ก็ตอบโจทย์ไม่ได้กับคำว่า "พัฒนาพื้นที่อย่างจริงจัง"  สุดท้ายเวทีวิจัยในหลายๆที่กลับเป็นการตอบสนองความต้องการของพื้นฐานที่อยู่บนความต้องการของผลประโยน์ซะมากกว่าโดยใ้ช้พลังอำนาจของวิถีคิดทางวิทยาในเวทีนั้น

       การตอบรับการเป็นผู้ทรงคุณวุฒิครั้งนี้เป็นความตั้งใจอย่างมากที่จะร่วมขับเคลื่อนและพัฒนามหาวิทยาลัยอิสลามยะลาแห่งนี้ที่เป็นพื้นที่ของทุกๆคน และที่สำคัญผมว่าการเดินทางมาของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา คือ การตอบโจทย์การแก้ปัญหาสังคมในพื้นที่ได้ดีและตรงที่สุดนั่นคือการใช้ "หลักธรรมคำสอนทางศาสนาพัฒนาสู่องค์ความรู้ที่ถูกต้อง"  เมื่อปัญญาชนคนหนุ่มสาวที่ได้รับองค์ความรู้ที่มีคำว่า "คุณธรรมนำความรู็" พ่วงไปกับใบปริญญา  นั่นหมาถึงว่า ทิศทางกำลังพลที่สำคัญของคำสังคมต่อไป คือ "คน" จะมีศัยภาพและน่าสนับสนุนในการก่อเกิดคำว่า "พัฒนาทุกพื้นที่" อย่างประจักษ์

(อ.จารุวัจน์  สองเมือง  ผอ.สบศ. ของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา)

       การกล่าวนำการเปิดเวทีนำเสนอวิจัยขับเคลื่อนพัฒนาองค์ความรู้สู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนในหลายมิติ เวที่วันนี้เป็นมุมมองที่ผมมองว่าทุกคนในพื้นที่โดยเฉพาะนักวิชาการต้องขบคิดแล้วว่าอะไร คือ สิ่งที่ควรทำมากที่สุดในการพัฒนาที่จะเป็นโจทย์ในการขับเคลื่อนงานวิจัยอย่างที่ควรจะเป็น

            

       ภารกิจในวันนี้สำหรับผมนอกจากจะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เสนอแนะในงานวิจัยของเพื่อนคณาจารย์แล้ว  ยังได้รับมอบหมายงานพ่วงมาอีกหนึ่งงานในเวทีวันนี้ คือ การทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ (หน้าที่นี้ปฏิเสธมาหลายเวทีแล้วครับ แต่วันนี้เป็นไงเป็นกันครับ ... อิอิ)  ภาพที่ปรากฎเป็นการนำเสนอของเพื่อนคณาจารย์จากสาขาเศรษฐศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์  และ จากคณะอิสลามศึกษา  ฟังการนำเสนอเวทีวิจัยของทั้งสองฝั่งแล้วขอชื่นชมสำหรับการขับเคลื่อนงานวิจัยในอีกก้าวของนักวิชาการอย่างที่ควรจะเป็น การใช้ฐานขององค์ความรู้ในการพัฒนาสังคมนี่ คือ สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นและก่อเกิดขึ้นจริงในเวทีแห่งนี้  แม้อาจจะมีการต้องไปปรับและพัฒนาโครงการวิจัยวิจัยที่ได้นำเสนอกันบ้าง (ตามธรรมเนียมของเวทีนี้) แต่นั่นก็ถือได้ว่า คือก้าวต่อไปในการพัฒนาอีกขั้นที่น่าชื่นชมเพื่อความสมบูรณ์ของงานวิจัย

    

           การนำเสนอแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของผู้ทรงคุณวุฒิในหลายๆท่าน ผมมองว่าเป็นการพัฒนาร่วมกันขององค์ความรู้หลายๆมิติหลายมุมมองจากผู้ทรงคุณวุฒิที่ผ่านมามากมายในเวทีต่างๆ ได้นำมาสื่อสะท้อนและแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับผู้นำเสนอโครงการวิจัยในครั้งนี้ สำหรับผมแล้วถือได้ว่า สอบผ่านในการทำหน้าที่ในภาพรวม  การเสนอแนะ การให้คำแนะนำ ตลอดจนการเสนอแนวทางในการพัฒนาโจทย์ต่อไป  คือ เวทีที่ผมประทับใจมากๆสำหรับเวทีนี้  เพราะเวทีแห่งนี้ทำให้ผมเห็นว่าความมุ่งมั่นและตั้งใจของทุกๆคน คือ การพัฒนางานวิจัยที่ควรจะเป็นในทิศทาง  (หลายคนบอกว่าเป็นน้องใหม่ แต่ผมก็ยังอยากให้กำลังใจครับว่า การเริ่มต้นด้วยความเป็นน้องใหม่แบบนี้แหละครับที่ต่อไปจะทำให้เราเป็นนักวิจัยอย่างที่ควรจะเป็น มากกว่าการเป็นนักวิจัยของใครๆในหลายๆคนหลายๆเวทีที่บอกว่าเป็นนักวิจัยผู้เชี่ยวชาญ แต่กลับหาคำว่า "นักวิจัยที่แท้จริง" มิได้เลย)

        การนำเสนอเวทีวิจัย ณ วันนี้ผมเป็นอีกก้าวที่ผมอยากปรบมือให้แก่ความมุ่งมั่นของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลาที่จะพัฒนาทุนที่มีอยู่เดิม คือ ฐานขององค์ความรู้ที่ควบคู่กับหลักธรรมคำสอนของศาสนาพัฒนาสังคมอย่างที่ควรจะเป็นและถูกทิศทาง  ขอชื่นชมสำนักวิจัยที่ ผอ.สบศ. ตลอดจนทุกฝ่ายที่มีส่วนขับเคลื่อนผลักดันการก่อเกิดเวทีแบบนี้  และที่สำคัญขอชื่นชมนักวิจัย เพื่อๆคณาจารย์ทุกท่านจากทุกหน่วยงานไม่ว่าจะเป็น สถาบันภาษา  คณะอิสลามศึกษา  คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  ตลอดจนคณะศิลปศาสตร์และสังคมศาสตร์  มหาวิทยาลัยอิสลามยะลา ทุกท่าน  ผมในฐานะผู้ได้มีโอกาสในการทำหน้าที่ในวันนี้จากผู้ใหญ่ใจดี (ขออัลลอฮฺทรงตอบแทนคุณความดีแก่ท่าน) ไปทำหน้าที่ในวันนี้บอกได้ประโยคเดียวครับว่า "คุณคือความหวังของประชาชาติและความหวังของผู้สร้างประชาชาติที่ดี"  อย่างที่ผมกล่าวมาข้างต้นครับว่า "งาวิจัยควรก่อเกิดจากฐานของการคิดพัฒนา มากกว่าการฉกฉวยเวลาเพื่อผลประโยชน์ ที่สำคัญคุณธรรม จริยธรรมในการพัฒนาโจทย์งานวิจัย คือ กา้วต่อไปที่เราต้องขบคิดมากๆในหลายเวที"  เพราะหากการทำงานวิจัยใช้ฐานของประโยชน์สังคมเป็นที่ตั้งใช้ฐานของหลักธรรมคำสอนเป็นจุดเริ่มต้นในการพัฒนาโจทย์ ผมมองว่าปัญหาหลายๆอย่างคลี่คลายได้อย่างยั่งยืน  (วัลลอฮฮฺอะลัม)


        ตั้งใจจะจบแต่ก็อดไม่ได้ที่จะบันทึกความประทับใจบนความตั้งใจอีกงานที่มีโอกาสได้เข้าไปมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา คือ การแวะเยี่ยมเยียนอาจารย์ที่ผมเคารพและชื่นชมในวิถีคิดของท่าน นั่นคือ Ibm บล๊อกเกอร์ ครูปอเนาะของเรา ผมได้ข้อคิดกลับมาทุกครั้งที่ได้นั่งพูดคุยกับท่านในระยะเวลาเพียงไม่กี่นาที (ขอบอกว่าใช้เวลาหลังละหมาดแวบเข้าไปหาท่านก่อนไปทำหน้าที่ในการนำเสนอเวทีวิจัยในตอนบ่าย ครับ อิอิ ) อัลฮัมดุลิลละฮฺ (ขอบคุณพระเจ้า) ที่ทำให้ผมเอาชนะอะไรหลายๆเรื่องในวันนี้  บรหารจัดการอะไรหลายอย่างได้สำเร็จตามที่ได้วางเป้าหมายไว้

 

       สิ่งที่ท่านทิ้งไว้ให้ผมได้คิด คือ "หายากจริงๆอาจารย์สอนภาษาไทยในพื้นที่แห่งนี้ อาจารย์คงต้องอยู่ที่นี่ไปอีกนาน...?"  คำตอบของผม คือ การยิ้มรับทุกความคิดเห็นของผู้ใหญ่ เพราะผมเชื่อว่าทุกคนมีเหตุผล และ เหตุผลของแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเหมือนกันเหมือนเวทีนำเสนอวิจัยในวันนี้ แต่ที่สำคัญผมมองว่า เหตุผลของคนเราสุดท้ายแล้วจุดของความพอดีอยู่ตรงไหน  ในเมื่อเราอาจจะเข้าใจความรู้สึกของเรามากที่สุด?

       ขอเป็นกำลังใจสำหรับทุกคนและการขับเคลื่อนการพัฒนาต่อไปของอีกก้าวของมหาวิทยาลัยอิสลามยะลา...ด้วยความหวังและดุอาอฺ