วิถีชีวิตของชนชาวพื้นเมือง ณ ริมฝั่งของลุ่มน้ำคงคา เมืองพาราณสี ประเทศอินเดีย ได้สะ้ท้อนให้เราได้มองเห็น "วิถีแห่งวัฒนธรรม" โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วัฒนธรรมแบบฮินดูที่ฝังรากลึกมากว่าสามพ้ันปี ก่อนที่พระพุทธเจ้าจะเสด็จไปเผยแผ่พระพุทธศาสนาในเมืองนี้  และเมืองพาราณสีได้ชื่อว่า เป็นเมืองที่มีหลักความเชื่อ และแนวคิดของศาสนาฮินดูฝังรากลึกมากที่สุดกว่าทุกๆ เมืองในอินเดีย และมีวัฒนธรรมและอารยธรรมทางศาสนาที่เก่าแก่ที่สุด

       ภาพที่เห็นเป็นทางลงไปที่ฝั่งของแม่น้ำคงคา และด้านล่างที่มองเห็นเหลืองๆ นั้น เป็นแท่นสำหร้ับบูชาไฟของนักบวชในศาสนาฮินดู ณ ริมฝั่งของแม่น้ำคงคา เพราะศาสนานี้มีความเชื่อว่า แม่น้ำคงเป็นแม่น้ำแห่งสวรรค์ที่ไหลจากภูเขาหิมาลัย และมีความศักดิ์สิทธิ์ และเหมาะต่อการชาระล้างกาย และดื่มกิน

บรรยากาศกลางลำน้ำของแ่ม่น้ำคงคา

ภาพของเด็กๆ นักบวชของศาสนาฮินดู และประชาชนทั่วไปมา ณ พบปะ พูดคุย แลกเปลี่ยน และำำทำกิจกรรมทางศาสนา

นักบวชศาสนาฮินดู ประกอบพิธีบูชาไฟ (เทพเจ้าแห่งไฟ) ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา  ซึ่งความเชื่อเช่นนี้มีแนวคิดสอดร้ับกับชลิฏ ๓ พี่น้องที่พระพุทธเจ้าได้เดินทางไปโปรด และบรรลุธรรมในเวลาต่อมา

บรรยากาศในยามเช้า ณ ริมฝั่งแม่น้ำคงคา (๖.๓๐ น.)

เมื่อพระอาทิตย์ขึ้น ชาวฮินดู โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วรรณะพราหมณ์จะเดินทางมาอาบน้ำเพื่อชำระร่างกายในยามเช้า ในแม่น้ำคงคาอันศักดิ์สิทธิ์ และขอพรเจ้าเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ (สุริยเทพ) ต่อการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

นักบวชศาสนาฮินดูได้ทำพิธีบูชาสุริยเทพในยามเช้าของทุกวัน และเราจะเห็นภาพเช่นนี้ ตลอดสายของริมฝั่งแม่น้ำคงคา พร้อมกับเสียงสวดมนต์

นักปฏิบัติธรรมบางท่านได้ถือโอกาสในยามเ้ช้ามานั่งปฏิบัติธรรมริมฝั่งแม่น้ำคงคา

 

ประชาชนจำนวนมากได้ใช้โอกาสในยามเช้าซักเสื้อผ้า และรับจ้างซักผ้าให้แก่โรงแรม และที่พักที่อยู่ตัดกับแม่น้ำคงคา ไกด์บอกว่า ซักผ้าได้ผืนละ ๕ รูปี (รูปีละ ๓-๔ บาท ไทย)

 

      สถานที่เผาศพของชาวฮินดูที่อยู่ตามริมฝั่งของแม่น้ำคงคา  ซึ่งในเมืองพาราณสีจะมีที่เผาศพจุดใหญ่ๆ ๓ จุด  สังเกตว่าจะมีฟืนกองเรียงรายตามริมฝั่ง เพื่อใช้สำหรับเผาศพ ณ จุดนี้จะมีศพที่ถูกเผาวันละประมาณ ๘๐-๑๐๐ ศพ  หากเป็นคนจนก็จะมีกำลังเงินในการซื้อฟืนน้อย แต่ถ้าเป็นพราหมณ์หรือเป็นคนรวยจะได้ฟืนมากกว่า  ฟืนก็เป็นสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกสถานะของคนตาย  ส่วนด้านบนขวามือเป็นตึก "เรือนนอนตาย" ซึ่งเตรียมสำหรับคนอนาถาและคิดว่าตัวเองกำลังจะตาย จึงมาพักเพื่อรอตายและจะได้ง่ายต่อการเผา  ในการเผานั้น ผู้เขียนได้ยืนดูประมาณชั่วโมง แต่ไม่สามารถถ่ายรูปได้ เพราะไม่อนุญาติให้มีการถ่ายรูป