สัปดาห์ก่อน น้องจาก ward โทรมาบอกที่ OPD รังสีว่า มีผู้ป่วยมะเร็งโพรงหลังจมูกรายนึงขอปฏิเสธการรักษา น้องพยาบาลที่ ward คุยแล้วแต่ผู้ป่วยยังคงยืนยันที่จะขอกลับบ้าน จึงขอส่งผู้ป่วยลงมาให้ couselling ก่อนที่จะเซ็นต์ไม่สมัครใจรักษา
          จากการที่มีโอกาสได้พูดคุยกับผู้ป่วยรายนี้ พบว่า ผู้ป่วยยืนยันจะไม่ฉายแสงอีกแล้ว(ทั้งที่ได้ฉายแสงไปครึ่งทาง คงเหลืออีกไม่กี่สัปดาห์ก็จะครบการรักษาแล้ว) ผู้ป่วยขอกลับบ้านอย่างเดียวเลยค่ะ ขณะพูดคุยผู้ป่วยไม่สบตาพยาบาลเลย และไม่ว่าจะชวนคุยยังไงก็พูดอยู่ประโยคเดียวว่า จะกลับบ้าน สอบถามจากลูกสาวและมารดาของผู้ป่วยที่ตามผู้ป่วยลงมาด้วย ว่าต้องการให้ผู้ป่วยกลับหรือต้องการให้รักษาต่อ ได้รับคำตอบว่าต้องการให้รักษาให้ครบตามแผนการรักษา แต่ผู้ป่วยยืนยันไม่รักษา รายนี้หนึ่งให้เวลากับผู้ป่วยมากพอควรเลยค่ะ เพราะผู้ป่วยเพิ่งเป็นมะเร็งระยะ 2 เท่านั้น เป้าหมายในการรักษาคือเพื่อให้หายขาด แต่การที่ผู้ป่วยจะปฏิเสธการรักษาก็เป็นสิทธิของผู้ป่วยเช่นกัน ก่อนที่จะปล่อยผู้ป่วยไป หนึ่งก็ต้องขออธิบายข้อดีข้อเสียของการรักษา และการไม่รักษาให้ผู้ป่วยฟังก่อนค่ะ แต่ดูลักษณะแล้วผู้ป่วยแทบไม่ค่อยได้ฟังเพราะยังไงก็จะปฏิเสธอย่างเดียวเลยค่ะ หนึ่งชวนคุยไปเรื่อยๆ (เพื่อค้นหาสาเหตุว่าผู้ป่วยปฏิเสธเพราะอะไร เพราะหนึ่งดูแล้วผู้ป่วยรายนี้ยังแข็งแรง และอายุยังไม่มาก เรื่องค่าใช้จ่ายก็ฟรีทุกอย่างเพราะบัตรทองถ้ามาตามขั้นตอนรักษาฟรีทุกอย่างแล้วค่ะ รวมทั้งค่ายาเคมี(ในบัญชี)ด้วยนะคะ) ในที่สุดผู้ป่วยก็บ่นออกมาเบาๆว่า
"เจ็บปากเจ็บคอมาก น้ำลายแห้ง กินข้าวไม่ได้ เป็นมาหลายวันแล้ว ไปขอยากับพยาบาลในตึก ก็ได้แต่พารา กินไม่หาย ทรมานมาก"
"เมื่อคืนก็นอนไม่หลับ ไอตลอดเวลา จนอาเจียนออกมาเลย ไม่อยากรักษาแล้ว ขอกลับไปตายที่บ้านดีกว่า"
 
          สาเหตุอยู่ตรงนี้นี่เองค่ะ ผู้ป่วยทนผลข้างเคียงจากการฉายรังสีบริเวณศีรษะและคอไม่ไหว และไม่ได้รับการดูแลช่วยเหลือในระยะที่ทุกข์ทรมานจากผลข้างเคียงนั้นๆ
          ปัญหาเยื่อบุช่องปากอักเสบเป็นปัญหาที่ดูเหมือนเล็กๆ ไม่สำคัญเท่าปัญหาโรคมะเร็ง  แต่ก็ส่งผลให้เกิดความทุกข์ทรมานอย่างมาก จนทำให้ผู้ป่วยตัดสินใจยอมให้มะเร็งลุกลามดีกว่าเจ็บปากเจ็บคอแบบนี้
          พยาบาลเป็นบุคลากรทางการแพทย์ที่ใกล้ชิดกับผู้ป่วยมากที่สุด เพราะอยู่ดูแลผู้ป่วยตลอด 24 ชั่วโมง นอกเหนือไปจากการรักษาหลักแล้วพยาบาลต้องไม่ลืมที่จะดูแลผู้ป่วยในด้านอื่นๆด้วย เช่นผลข้างเคียงที่เกิดจากการรักษา เหมือนรายนี้ การดูแลทางด้านจิตวิญญาณ สังคม อารมณ์ เรียกว่าเราต้องดูแลผู้ป่วยแต่ละรายให้ครบทุกด้าน แบบองค์รวมนั่นเอง
          วันนี้ขอเน้นปัญหาที่เกิดกับผู้ป่วยรายนี้ก่อนค่ะ
          ปัญหาเยื่อบุช่องปากอักเสบ (Oral Mucositis) ถ้าใครนึกความทุกข์ทรมานจากภาวะเยื่อบุช่องปากอักเสบไม่ออก ลองนึงถึงตอนที่เราเป็นแผลร้อนใน ในช่องปากดูนะคะ หนึ่งเคยเป็นบ่อยๆ อาจเกิดจากการที่เราเคี้ยวอาหารแล้วไม่ระวัง ไปกัดปากตัวเองเข้า อิอิ เลยทำให้กลายเป็นแผลอักเสบในช่องปากไปได้ซะงั้น นั่นขนาดเป็นแผลเล็กๆนิดเดียวเองนะคะ เรายังรู้สึกเจ็บปวดทุกข์ทรมานมากมาย กินก็ลำบาก แปรงฟันก็ลำบาก ถ้าเป็นตรงริมฝีปาก เวลายิ้ม หรือพูดแล้วฟันไปโดนแผลเข้าละก็ โหย..ย ไม่ต้องพูดถึงเลยค่ะ ถึงขั้นน้ำตาซึมเลยทีเดียวค่ะ นี่ขนาดเราเป็นเพียงแผลเล็กๆเท่านั้นนะคะ แต่สำหรับผู้ป่วยที่ได้รับการฉายรังสีนั้น แผลเยื่อบุช่องปากอักเสบจะใหญ่ และไม่ใช่แค่แผลดียวค่ะ 
          ความทุกข์ทรมานนอกจากอาการเจ็บปวดจากแผลแล้ว ยังส่งผลให้ผู้ป่วยไม่ยอมอ้าปาก และไม่ยอมทำความสะอาดในช่องปาก (เพราะเจ็บในช่องปาก) และก่อให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายขึ้น หากไม่ยอมอ้าปากหรือขยับขากรรไกรนานๆ ก็จะส่งผลให้เกิดภาวะอ้าปากได้น้อยกว่าปกติ (trismus) เมื่อไม่ค่อยทำความสะอาดช่องปาก ก็จะส่งผลให้มีกลิ่นปากรุนแรง ทำให้ผู้ป่วยรู้สึกไม่กล้าเข้าใกล้หรือพูดคุยกับบุคคลอื่น  ทำให้รู้สึกตนเองด้วยค่า เป็นบุคคลที่ไม่มีความสำคัญ
          จะเห็นได้ว่า เพียงอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบ ซึ่งเป็นผลข้างเคียงจากการฉายรังสีแค่อาการเดียว ยังก่อให้เกิดผลกระทบตามมาอีกมากมาย
          ในรายนี้หนึ่งให้เวลากับผู้ป่วยมากพอสมควร เพราะไม่อยากให้ผู้ป่วยต้องกลับบ้านไปต่อสู้กับโรคมะเร็งตามลำพัง ซึ่งโรคมะเร็งจะต้องดำเนินไปเรื่อยๆ หากไม่ได้รับการรักษา หนึ่งได้ให้ข้อมูลที่คิดว่าผู้ป่วยยังไม่ทราบ ซึ่งก็คือแผนการรักษาที่ผู้ป่วยกำลังใกล้ครบการรักษาแล้ว เหลืออีกเพียง 2 สัปดาห์เท่านั้น ข้อดีข้อเสียของการหยุดการรักษากลางทาง ผลกระทบที่จะตามมาในอนาคตหากหยุดการรักษาตอนนี้ และแนวทางการแก้ไขปัญหาเยื่อบุช่องปากอักเสบที่เป็นปัญหาสำคัญกับผู้ป่วย ณ เวลานี้ ยกตัวอย่างผู้ป่วยที่อาการหนักกว่าแต่ก็สามารถผ่านช่วงเวลานี้ไปได้ และตอนนี้ผู้ป่วยรายนั้นยังแข็งแรงดี
          ถึงตรงนี้สังเกตดูสีหน้าผู้ป่วยเริ่มให้ความสนใจกับสิ่งที่หนึ่งพูดมากขึ้น หันมาสบตามากขึ้น หนึ่งปล่อยให้ผู้ป่วยใช้เวลาตัดสินใจ ผู้ป่วยมีคำถามกลับมาว่า อีกแค่ 2 สัปดาห์จริงๆนะ งั้นรักษาต่อก็ได้ ถ้าอีกแค่ 2 สัปดาห์ น่าจะสู้ไหว แต่ขอให้พยาบาลช่วยขอยาแก้ปวดหมอให้หน่อย (ผู้ป่วยไม่กล้าพูดกับหมอ)
สรุปเคส
          ผู้ป่วยขอรับการรักษาต่อ โดยที่จะขอกลับบ้านในช่วงวันหยุดมาฆะบูชานี้ก่อน 3 วัน เพื่อเพิ่มกำลังใจ ^^ และจะกลับมารักษาต่ออีก 2 สัปดาห์จนครบการรักษา ขอให้พยาบาลช่วยขออนุญาตคุณหมอและขอยาคุณหมอให้ด้วย
          ส่วนเรื่องวิธีการดูแล ช่วยเหลือ การจัดการอาการเยื่อบุช่องปากอักเสบในผู้ป่วยมะเร็งศีรษะและคอที่ได้รับรังสีรักษา หนึ่งจะขอพูดถึงรายละเอียดในบันทึกหน้านะคะ ^^