GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ทรงครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี

ประพันธ์โดย...คุณกัลยา มณีวงษ์

     ผมได้ไปพบความประทับใจนี้จากหน้าเวบของ Thaipoem.com จึงอยากจะนำมาเผยแพร่ต่อไว้ครับประพันธ์โดยคุณกัลยา มณีวงษ์ เมื่อ ๗ มิถุนายน ๒๕๔๙ เนื่องในวโรกาสอันเป็นมหามงคลยิ่ง ที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๖๐ ปี ในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๔๙

     ขอขอบคุณผู้ประพันธ์ไว้ ณ ที่นี้ด้วย และหากจะติดตามงานของผู้ประพันธ์ท่านนี้ รวมถึงท่านอื่น ๆ อีกมากมายก็ขอแนะนำที่ http://www.thaipoem.com ได้เลยครับ

๏ นารายณ์จำหลักล้ำ เลออง- อาจเฮย
ครุฑยุดนาคทรวดทรง สง่าแท้
ลายทองล่องชาดผจง กระจกแต่ง
ฉัตรพู่ดูเลื่อมแล้ เลิศริ้วปลิวงาม ๚
 
๏ นารายณ์หมายเทียบไท้- สยามินทร์
ทรงครุฑดุจเสด็จดิน- ถิ่นแคว้น
พระเกียรติแห่งพระจักริน ขจัดทุกข์- เข็ญนา
ทวยราษฎร์ปราศยากแค้น เนื่องด้วยพระบาร-มีเฮย ๚
 
๏ บารมี ธ เลิศหล้า เลอสรวง
ทศพิธราชธรรมปวง เปี่ยมล้น
ทรงวิวรรธน์ประดุจดวง ดาวฤกษ์
พระอัจฉริยภาพพ้น พรั่งพร้อมบุญญา ๚
 
๏ ทรงเสด็จครองราชย์ด้วย ราชธรรม์
พระราชกรณียกิจอัน สฤษฏ์แล้
บังเกิดซึ่งคุณมหันต์ แก่ราษฎร์
ดับทุกข์สร้างสุขแท้ ทั่วหล้าสุขสราญ ๚
 
๏ เรือเอยเรืองยิ่งแท้ ล้วนเลื่อมแล้หลากสรรพนาม
ลอยเด่นกลางชลตาม รูปลักษณ์ล้ำงามใกล้ไกล

๏ เรียงรายเลื่อมพรายพร้อม เพ็ชรพลอยล้อมเหลืองอุไร
ปิดทองผ่องอำไพ แลทางใดล้วนงามสม

๏ พู่ย้อยห้อยระย้า ลวดลายผ้าน่าชื่นชม
ธงฉัตรพัดตามลม เลื่อมวิจิตรโศภิษฐ์แพรว

๏ “เรือทองขวานฟ้า”คล้อย บรรเจิดลอยนำหน้าแนว
“เรือทองบ้าบิ่น” แน่ว แสนปราดเปรียวสุดโสภี

๏ “เรือเสือทะยานชล” “เสือคำรนสินธุ์”นาวี
เคียงข้างดั่งเสนี “เรือดั้ง”ปรี่มีสองลำ

๏ ตรงกลาง“เรืออีเหลือง” ดูปราดเปรื่องสมน้ำคำ
ฝีพายชายกำยำ ยกพายจ้วงท่วงช่ำชอง

๏ “เรือดั้งสามและสี่” แล่นเร็วรี่มีครรลอง
พร้อมเพรียงไปทั้งผอง ฝีพายคล่องเกริกไกรเกิน

๏ “เรือดั้งห้าและหก” ให้สาธกล้ำจำเริญ
เรียงรายได้ยลเพลิน ด้วยดำเนินอย่างยรรยง

๏ “เรือตำรวจนอก”ลิ่ว หลากแพรพริ้วทั้งทิวธง
“เรือดั้งเจ็ด,แปด”คง ลอยเลียบคู่อยู่ครบครัน

๏ “เรือดั้งเก้า”อยู่ซ้าย ซึ่งเลื่อมลายวิไลวรรณ
“เรืออสุรปักษี”สัณ- ฐานเฉิดฉันนั้นตรึงตา

๏ “เรือตำรวจใน”เคียง คงลำเลียงมวลเสนา
อีกลำงามโสภา เกียรติก้องหล้ามาเนิ่นนาน

๏ “อสุรวายุภักษ์” นามประจักษ์เลื่องชลยาน
“เรือดั้งสิบ”แหวกธาร แสนวิกรานต์ห้าวหาญนัก

๏ “เรือดั้งสิบเอ็ด”ตาม ยังคงความเก่งกาจประจักษ์
“เรือดั้งสิบสอง”พรัก- พร้อมเพรียงจักด้วยว่องไว

๏ “กระบี่ราญรอนราพณ์” “กระบี่ปราบเมืองมาร”ใด
คำชมสมพิสมัย คำใดเปรียบเทียบเรืองาม

๏ เรื่อยเรื่อยมาเลียบเคียง อย่างพร้อมเพรียงมาติดตาม
คือ “ เรือดั้งสิบสาม” " น่าครั่นคร้ามทั้งยำเกรง
“ เรือดั้งสิบสี่” นั้น ขุนพลนั้นช่างกล้าเก่ง
จ้วงพายอย่างครัดเคร่ง ทั้งครื้นเครงทั้งเร่งมือ

๏ “เรือดั้งสิบห้า”ล่อง ความแคล่วคล่องต้องเชื่อถือ
“สุครีพครองเมือง”คือ นามระบือชื่อมงคล

๏ “พาลีรั้งทวีป” ดั่งคืนชีพผลาญมารผจญ
โดดเด่นเห็นงามล้น อุกฤษฎ์จนดั่งเวชยันต์

๏ เรือหนึ่งซึ่งงามนัก ดั่งรูปลักษณ์เทพรังสรรค์
เรือพระที่นั่งอัน แสนวิจิตรตระการตา

๏ “อนันตนาคราช” ล้ำพิลาศทัศน์ลักขณา
ลือเลื่องเฟื่องโลกา สุดโสภาคราชื่นชม

๏ “เรือดั้งสิบหก”คล้อย พลเรือคอยจ้วงพายจม
งัดน้ำยามต้องลม เป็นฟองแตกแปลกตาไป

๏ เห็น“เรือดั้งสิบเจ็ด” “เรือครุฑเตร็ดไตรจักร”ไกร
เกริกกล้าเรืองวิไล ลอยลำใกล้“เรือแตงโม”

๏ “เรือครุฑเหิรเห็จ”ห้าว “เรือดั้งกร้าวสิบแปด” โบ-
ราณท่านใช้ฝ่าโต้ ทัพข้าศึกทั้งฝึกปรือ

๏ “เรือดั้งสิบเก้า”นั้น แสนสำคัญนามเลื่องลือ
องอาจเก่งฉกาจคือ คงเกียรติกล้าเหล่าวีรชน

๏ “เรือดั้งยี่สิบ” แสน- ยานุภาพแม้นมากเหลือล้น
สำเนียงเสียงขุนพล พร้อมเพรียงจนมากเรี่ยวแรง

๏ “เรือดั้งยี่สิบเอ็ด” เรือลอยระเห็จดั่งสำแดง
ชายชาญหาญกร้าวแกร่ง จ้วงน้ำใสพรายกระเซ็น

๏ “เรือดั้งยี่สิบสอง” แหวกธารท่องล่องลอยเห็น
พลหมู่เสนาเป็น เช่นมุ่งหน้าผลาญไพรี

๏ เรือหนึ่งซึ่งเกินคำ ร้อยวรรณกรรมบรรยายมี
ด้วยรูปทรงโศภี ลวดลายสีผ้าแพรพรรณ

๏ รูปลักษณ์ล้วนวิไล “เรือเอกชัยหลาวทอง”อัน
พิลาสเป็นอัศจรรย์ ดั่งมุ่งมั่นผลาญศัตรู

๏ อีกหนึ่งซึ่งคงเกียรติ์ ดั่งคำเธียรบรมครู
บรรเจิดให้เชิดชู คู่บารมีพระจักรินทร์

๏ “เอกชัยเหิรหาว”ห้าว ผุดผ่องพราวสุดโศภิน
ลายทองพ้องศาสตร์ศิลป์ แสนพิพิธจิตรการตา

๏ โอ้เรือพระที่นั่ง ทองสุกปลั่งดั่งจันทรา
สมเกียรติ์แห่งราชา ธ ผ่านฟ้ามไหศวรรย์

๏ พระผู้ทรงผ่านฟ้า ทรงบุญญาจอมราชัน
ทศพิธราชธรรมมั่น มากเมตตาเปี่ยมปรานี

๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ” เกินเสกสรรด้วยวาที
ร้อยรจน์เบื้องบทกวี เกินจดจารด้านงามล้ำ

๏ นารายณ์สี่กรนั้น เปรียบ ธ มั่นคงคุณธรรม
เมตตาปรานีนำ ต่อไพร่ฟ้าประชากร

๏ ศึกใหญ่คือภัยแล้ง น้ำเหือดแห้งแหล่งดินดอน
ธ โปรดอำนวยพร เปลี่ยนทุกข์ร้อนเป็นร่มเย็น

๏ เสกฝนแลเสกน้ำ ต่างชุ่มฉ่ำไร้ลำเค็ญ
ชี้ทางห่างทุกข์เข็ญ เช่นคงชีพอย่างพอเพียง

๏ “นารายณ์ทรงสุบรรณ” ดั่ง ธ นั้นเฝ้ามองเมียง
เสด็จไปทั่วไทยเพี้ยง- องค์นารายณ์ไล่อาธรรม์

๏ ยอดเขาสุดเขตแดน ถิ่นยากแค้นแดนใดกัน
ทรงย่างพระบาทพลัน หมายเปลื้องทุกข์มอบสุขใจ

๏ ทวยราษฎร์ต่างแซ่ซ้อง ดังกึกก้องทั้งแดนไตร
ขอองค์พ่อหลวงไทย ทรงสำราญนิรันดร

๏ เรือพระที่นั่งทรง ประหนึ่งองค์ธราธร
เสกสร้างสถาพร เสกประสิทธิ์ในโลกา

๏ เนรมิตวิจิตรนัก แจ้งประจักษ์รูปลักขณา
รื่นรมย์สมอุรา ดุจหงส์ฟ้าสิวาลัย

๏ คือ “เรือสุพรรณหงส์” อันสูงส่งคงคู่ไทย
ล้ำหล้าเกริกเกรียงไกร รอยจำหลักพิไลงาม

๏ หงส์ทองล่องสายชล น้ำใสจนเห็นแวววาม
ต้องแสงสำแดงภาม ชดช้อยตามคำกล่าวชม

๏ ฉัตรพู่ลู่ลมระย้า ธงโสภาคราสวยสม
เพริศพลิ้วทิวเทพพนม แสนรื่นรมย์ยามชมพลัน

๏ เหล่าหมู่ฝีพายมาก แต่งกายหลากมากแพรอัน
ดิ้นเงินเดินทองนั้น ช่างผ่องพรรณอันงามแล

๏ โสตสดับกาพย์ทำนอง ดังกึกก้องพ้องจริงแท้
เปรียบเปรยนำเผยแพร่ สิ่งล้ำค่าในวารี

๏ เอื้อนอ้างดั่งเวทมนต์ ศักดิ์สิทธิ์ดลในบทกวี
บ่งความงามประเพณี ร่ายวาทีกาพย์คำโคลง

๏ ลอยเด่นเห็นงามสง่า ทองเลื่อมตาผ้าแพรโพลง
จำหลักลวดลายโยง - คล้ายคงชีพรีบเริงชล

๏ คือเรือพระที่นั่ง สุดสะพรั่งนภมณฑล
“เอนกชาติภุชงค์” ดล งดงามล้นพ้นพรรณนา

๏ ฉัตรตั้งตระหง่านงาม ทองเหลืองอร่ามงามภูษา
แต่งจนวิจิตรา พลเสนาพายพร้อมเพรียง

๏ สวมหมวกกลีบจำปา ช่างแปลกตาคราระเรียง
จ้วงพายคล้ายสำเนียง ร่ายคำเจรียงเยี่ยงบรรยาย

๏ “เรือแซง” เจ็ดลำล่อง แสนแคล่วคล่องมวลฝีพาย
เสนีย์มีนายท้าย นุ่งผ้าสีสอดไหมงาม

๏ แต่งกายลวดลายหลาก พลหมู่มากหากมองตาม
เลื่องลือระบือนาม พรักพร้อมตามท่วงทำนอง

๏ บรรพชนคนกร้าวแกร่ง มุ่งสำแดงเกียรติทั้งผอง
รุกไล่ไพรีต้อง พ่ายทัพไทยในบัดดล

๏ “เรือตำรวจกรมวัง” คุมแนวหลังดังขุนพล
ตรวจตรามาแต่ต้น เช่นวีรชนอันเกรียงไกร

๏ นับได้ห้าสิบสอง เรือลอยล่องชลาลัย
โอ้แสนอวดศักดิ์ไทย อันยิ่งใหญ่ในคงคา

๏ เลิศศิลป์ล้ำศาสตร์สร้าง เด่นสล้างอวดศักดา
ยังสุขทุกครั้งครา ตรึงตราภาพมิลืมเลือน

๏ บุญแท้เกิดเป็นไทย แสนสุขใจหาใดเหมือน
มากสุขทุกครัวเรือน ใต้ร่มหล้าพระบารมี

๏ ขอเทิดทูนบูชา- พ่อหลวงฟ้าจอมจักรี
จงรักและภักดี ตราบสิ้นฟ้ากว่าสิ้นลม

๏ หกสิบแห่งกาลฝน พระบารมีพ้นชนชื่นชม
เป็นยิ่งนโรดม ในไตรโลกแต่ปางบรรพ์

๏ พระบาททรงก้าวย่าง ทุกเส้นทางอย่างมุ่งมั่น
เปลื้องทุกข์ทวยราษฎร์อัน- ผู้ยากจนพ้นลำเค็ญ

๏ ทรงสอนให้พึ่งตน เพื่อสยามชนได้อยู่เย็น -
เป็นสุขไร้ทุกข์เข็ญ ดำรงชีพอย่างพอเพียง

๏ หากผองพื้นปฐพี แทนพื้นที่ให้ร้อยเรียง
รจนาวรรณกรรมเพี้ยง จารึกซึ่งพระบุญญา

๏ ด้วยน้ำมหาสมุทร ต่างหมึกสุดร่ายพรรณนา
เขียนพื้นแผ่นพสุธา ทั้งโลกหล้าเบื้องมหาศาล

๏ ร่ายรจน์ด้วยบทกวี ล้ำวาทีทั้งจดจาร
บรรยายซึ่งอุปการ แห่งภูมินทร์ผู้ทรงธรรม

๏ สิ้นฟ้าแลปฐพี สิ้นหมึกที่มหาสมุทรนำ
กล่าวเกริ่นสรรเสริญคำ มิอาจจดบทอ้างคุณ

๏ ทวยราษฎร์น้อมภักดี จอมจักรีผู้เปี่ยมบุญ
ผู้ทรงพระการุณ ให้ทรงเกษมทั้งเปรมปรีดิ์

๏ ด้วยคุณพระไตรรัตน์ ความพิพัฒน์บังเกิดมี
คุณเทพเรืองฤทธี ทั้งจักรวาลอันศักดา

๏ คุณงามความศักดิสิทธิ์ เสถียรสถิตไตรโลกา
ปกปักแลรักษา ซึ่งองค์พระสยามินทร์

๏ ให้ทรงพระเจริญยิ่ง อยู่เป็นมิ่งขวัญชีวิน
ทวยราษฎร์ข้าแผ่นดิน ตราบร้อยพันวสันต์กาล

๏ ธ ประสงค์พุทธางกูร จงสมบูรณ์ด้วยนฤพาน
สรรเพชญพระโพธิญาณ ยิ่งไพศาลในบัดดล

๏ ศรีสวัสดิ์นิรันดร จตุรพรสัมฤทธิผล
เทิดไท้พระภูมิพล ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ๚ะ๛
 


ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อมขอเดชะ

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 34073
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 3
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (3)

ภาพและบทประพันธ์ไพเราะมากคะ

ขอบคุณ...คุณ"ชายขอบ"...ที่นำมา

ลปรร. นะคะ

รู้สึกชื่นชมในความสามารถของผู้ประพันธ์มากและทราบซึ้งในความงามของภาพที่นำมาโชว์ ประทับใจจริงๆครับ
     ขอบคุณ Dr.Ka-poom และ อาจารย์ปฐมพงศ์ ที่เข้ามาร่วมซาบซึ้งในบทกวีที่คุณกัลยา มณีวงษ์ ได้รจนาไว้ครับ