ติดต่อ

  ติดต่อ

ปัดฝุ่นงานเก่า (จักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม)

  หยิบเอางานเก่ามาปัดฝุ่นกันอีกรอบ เพียงแต่คราวนี้ ดูเราจะมีแรงบันดาลใจมากกว่าทุกครั้ง   

เมื่อวาน (๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓) ผมตื่นนอนตอนตีสี่  เพราะเกรงว่าจะไปเข้าร่วมโครงการปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมไม่ทัน 

อันที่จริงจะว่าไปเข้าร่วมก็คงไม่ถูกนัก  เพราะผมไม่ได้ไปถีบจักรยาน  แต่ไปในฐานะของผู้จัดกิจกรรม หรือดูแลการจัดกิจกรรมนั่นเอง

 

 

โครงการที่ว่านี้เป็นความรับผิดชอบหลักของคุณสมปอง  มูลมณี โดยมีคุณรุ่งโรจน์  แฉล้มไธสง  เป็นเสมือนคู่หูที่เราให้ทำงานร่วมกันในแบบ “จับคู่” สร้างทีมไปในตัว  และมีคุณวัฒนพงษ์  คงสืบเสาะ  หัวหน้ากลุ่มงานกีฬาและนันทนาการมาร่วมเป็นพี่เลี้ยง

 

นี่เป็นครั้งแรกในหลายรอบปีที่เราหันกลับมามุ่งที่จะรณรงค์ให้นิสิตและบุคลากรหันมาใช้ “จักรยาน”  ในมหาวิทยาลัยให้มากขึ้น  เพราะตอนนี้นิสิตและบุคลากรใช้จักรยานยนต์กันเยอะเหลือเกิน  ซึ่งผมคงไม่จำต้องบอกเล่าอะไรมากกระมังว่า  จักรยานช่วยให้คนเรามีสุขภาพดียังไง ลดอุบัติเหตุยังไง  ช่วยลดภาวะโลกร้อนยังไง  เพราะเชื่อว่าทุกคนรับรู้ข้อมูล หรือสรรพคุณเหล่านี้ดียิ่งอยู่แล้ว

 


ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศุภชัย สมัปปิโต..อธิการบดี...นำทีมมาประกาศวาระนี้เอง

 

ผมพูดกับคณะทำงาน รวมถึงผู้บริหารอย่างตรงไปตรงมาว่า  ลำพังรณรงค์แค่นี้ไม่ได้หรอก  เราควรต้องทำกันจริงๆ จังๆ  ประกาศเป็นวาระแห่งมหาวิทยาลัยไปเลย  และทำกิจกรรมรณรงค์ให้ต่อเนื่องเป็นระยะๆ  รวมถึงการทำงานด้วยรูปแบบอื่นๆ  อาทิ

 

  • เอาร้านจักรยานมาตั้งร้านขายในมหาวิทยาลัย หรือไม่ก็ฝากให้เราขายให้  ซึ่งเราก็หานิสิตมาเป็นผู้แทนจำหน่ายในราคาถูก  มีการขายระบบผ่อนส่งเป็นงวดๆ  นิสิตที่ขายได้ ก็ได้ค่าตอบแทนไปด้วย  
  • สอนให้นิสิตซ่อมบำรุงจักรยานเองได้  เพื่อให้เกิดกระบวนการบำรุงรักษาในสถานศึกษา ซึ่งเป็นการช่วยให้นิสิตมีรายได้ในระหว่างเรียน  พร้อมๆ กับเชิญเครือข่ายจักรยานมาให้บริการ หรือร่วมกิจกรรมกันเดือนละครั้ง
  • ขอรับบริจาคจักรยานจากนิสิตที่จบการศึกษา หรือประสงค์จะบริจาคมาซ่อมบำรุงใช้ต่อในมหาวิทยาลัย  หรือส่วนหนึ่งก็นำไปบริจาคตามโรงเรียนต่างๆ
  • จัดทำโครงการ “จักรยานผูกโบว์” ขึ้นมา  โดยให้ถือว่าจักรยานเหล่านี้เป็นสมบัติของ “ส่วนรวม”  ใครจะปั่นไปเรียน หรือไปร่วมกิจกรรมภายในมหาวิทยาลัยก็ได้  เมื่อจอดไว้แล้ว ใครจะปั่นต่อไปก็ไม่ถือว่าผิด  แต่ห้ามปั่นออกนอกมหาวิทยาลัยเท่านั้นพอ  หรือไม่ก็ให้นิสิตในหอพักเช่าเป็นรายสัปดาห์ในราคาแสนถูก  และนำเงินที่ได้มาใช้ในการซ่อมบำรุงรักษา
  • ชวนนิสิตปั่นจักรยานเยี่ยมชมหมู่บ้านตามโครงการที่ผมริเริ่มคือ “หนึ่งหมู่บ้าน...หนึ่งคณะ”  (พ่อฮัก แม่ฮัก...ลูกฮัก ลูกบุญธรรม)  ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งการไปร่วมกิจกรรม หรือเรียนรู้ชุมชน สุดแล้วแต่จะออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสม  โดยมีบริบทของหมู่บ้านเป็นตัวตั้ง
  • จัดตั้งชมรมจักรยานทั้งในระดับนิสิตและบุคลากร  ฯลฯ

 

 

ครับนั่นคือวิธีคิดแบบง่ายๆ ที่ผมรับรู้และสัมผัสได้ด้วยตนเอง  คิดเร็ว ทำเร็ว และคิดบนพื้นฐานของสัญชาตญาณบางอย่างที่มีอยู่ในตัวเอง  โดยไม่ได้ใช้กรอบคิดทางในวิชาการใดๆ มาเป็นตัวจับมากนัก  และผมก็ไม่จำเป็นต้องฝากหวังว่า มหาวิทยาลัยเองก็ต้องจัดแต่งภูมิทัศน์ให้เอื้อต่อการปั่นจักรยาน  เพราะผมเป็นคนไม่ชอบต่อรอง  และรอคอยอะไรมากนัก อยากทำก็ทำ และเชื่อว่าสิ่งที่ทำ จะกระตุ้นให้เกิดกระบวนการเหล่านั้นตามมาอย่างแน่นอน – ดีไม่ดี อาจเกิดขึ้นเร็วกว่าที่คิดด้วยก็เป็นได้  เพราะสำคัญก็คือ การพัฒนาอะไรๆ ยังคงต้องใช้เวลามากโขนัก  การจัดลำดับความสำคัญก็เป็นโจทย์ใหญ่ที่ยังต้องให้กำลังใจและร่วมมือกับผู้บริหารฯ (ซึ่งก็เชื่อว่า หลายอย่างเดินทางมาถูกทางแล้ว)

 

การจัดงานครั้งนี้  จะเกิดขึ้นไม่ได้เลยหากไม่ได้รับการริเริ่มเอาจริงเอาจังจากท่านรองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต (ผศ.ดร.สุจิน  บุตรดีสุวรรณ)  และประธานโครงการมหาวิทยาลัยสร้างเสริมสุขภาพ คือ รศ.สุรชา  อมรพันธุ์  และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ หรือ “สสส”  แถมท่านอธิการบดี (ผศ.ดร.ศุภชัย สมัปปิโต)  ก็ลงมาลุยเป็นขวัญกำลังใจให้กับเราด้วยเช่นกัน

 

อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจากชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพจังหวัดมหาสารคามเข้ามาร่วมขับเคลื่อนให้เกิดกระแส  โดยการประสานงานผ่านบุคลากรมหาวิทยาลัยสองท่านคือ คุณอารยะ  เสนาคุณ และนิเวส  ศรีธัญรัตน์

 

 

 

ครั้งนี้, มีการจัดนิทรรศการให้ความรู้เรื่องจักรยานกับสุขภาพ  มีการแสดงผลงานของชมรมจักรยานเพื่อสุขภาพฯ  ออกร้านให้บริการซ่อมบำรุงจักรยานฟรี  สาธิตการปั่นจักรยานในรูปแบบต่างๆ  รวมถึงการร่วมปั่นเป็นขบวนรณรงค์ในมหาวิทยาลัยออกไปสู่หมู่บ้านใกล้เคียง  รวมระยะทางแล้วก็ในราวเกือบๆ จะ ๑๐ กิโลเมตรเลยก็ว่าได้

 

และที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ  ต้องปรบมือให้กับชาวหอพักนิสิตอย่างมาก  เพราะตบเท้ามาร่วมงานหลายชีวิต  ผ่านการรบเร้าและร้องขอจากผม  ด้วยหวังว่าจะใช้หอพักนิสิตนี่แหละ  เป็นหนึ่งในองค์กรนำร่องขับเคลื่อนเรื่องนี้อย่างจริงจังในอีกทางหนึ่ง

 

 

และนั่นก็คือภาพรวมกิจกรรมที่เกิดขึ้น  ซึ่งถือว่าเป็นการหยิบเอางานเก่ามาปัดฝุ่นกันอีกรอบ  เพียงแต่คราวนี้ ดูเราจะมีแรงบันดาลใจมากกว่าทุกครั้ง  คล้ายกับมั่นใจว่า  เราจะสามารถสร้างกระแสสู่การสร้างความตระหนักได้บ้างเหมือนกัน  อย่างน้อย-ก็คงไม่ล้มเหลวเหมือนหลายปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

 

 

ในห้วงท้ายของกิจกรรม  ผมมีโอกาสได้เจอกับคุณตาภู  รัตน์พรเข้าอย่างบังเอิญ  ซึ่งก่อนหน้านั้น ทั้งผมและท่านคุ้นเคยกันดีแล้ว  เพราะท่านเห็นผมลงหมู่บ้านไปช่วยกิจกรรมชาวบ้านอยู่เนืองๆ  ...เราจึงคุยกันแบบสนิทสนม

คุณตาภู  ในวัย ๘๐ ปีเล่าให้ฟังประมาณว่า...  ดีใจที่เห็นมหาวิทยาลัยกำลังขับเคลื่อนเรื่องนี้กันอีกรอบ  ท่านชอบปั่นจักรยานมาก  ปั่นมาตั้งแต่เด็กๆ  จักรยานคันที่ใช้ก็ถือเป็นเสมือนเพื่อนชีวิตของคุณตา   เพราะเป็นคันแรกที่ซื้อมาตั้งแต่ปี ๒๕๒๓  ถึงแม้จะเป็นจักรยานมือสองก็เถอะ  ท่านก็รักและหวงแหนมันมาก  เพราะกว่าจะเก็บเงินให้ได้จำนวน ๒๗๐ บาท  เพื่อนำไปซื้อจักรยานได้นั้น  มันยากลำบากเหลือเกิน  ... 



คุณตาภู รัตน์พร จากบ้านขามเรียง

 

แล้วท่านล่ะครับ  มีข้อเสนอแนะใดบ้างที่จะทำให้ผมและทีมงานขับเคลื่อนเรื่องการใช้จักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในมหาวิทยาลัยได้อย่างสัมฤทธิ์ผล... 

เชิญครับ  เชิญบอกกล่าวเล่าความเสนอแนะมาเถอะ  ผมยินดีรับฟังและนำไปสู่การปรับแต่งเพื่อให้เกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม 

ขอบคุณครับ...ขอบคุณล่วงหน้ามา ณ โอกาสนี้



๒๗ กุมภาพันธ์ ๕๓
มมส,....

 

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 340575, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน, ความเห็น: 48, อ่าน: คลิก

ความเห็น (48)

JJ
เขียนเมื่อ 

ดีครับ มมส พื้นที่ราบ กว้างขวาง จักรยานดี ครับ

สวัสดีค่ะ

แวะมาอ่านบันทึกดีๆ มีสาระ

ขอบคุณนะคะ^__^

สวัสดี วันมาฆะบูชา ค่ะ         

      เห็นด้วยกับรูปแบบต่างๆทุกข้อที่จะให้เกิดขึ้นในมหาวิทยาลัยค่ะ จักรยานผูกโบว์ สีประจำมหาวิทยาลัยคงจะน่ารักน่าถีบจักรยานประจำกันทุกคนๆก็จะประหยัด สุขภาพดี ที่เชียงใหม่ก็มีชมรม จักรยาน และบางครั้งก็มีการจัดแข่งขันกันระยะทางไกลหน่อย ผู้ที่ได้รางวัลก็ดีใจภูมิใจกัน สนุกสนานพบปะสังสรรค์กัน สุขภาพดีหายจากโรคต่างๆหรือโรคดีขึ้น ได้ก็มี พี่ดาไม่ได้อยู่ไม่ได้ถีบ เพราะมีความกลัวรถใหญ่บนถนนมากทางเชียงใหม่ก็มีช่องทางให้ถีบจักรยาน แต่ก็น่ากลัวอยู่ดีเพราะคนใช้น้อยมากบนถนนใหญ่ หากถีบในหมู่บ้าน หรือ รร. หรือ มหาวิทยาลัย รถน้อยก็ไม่น่ากลัว   

           อย่างวันนี้พี่ดาไปใส่บาตร ก็จะเดินไปค่ะ วันนี้ประทับใจผู้คนมาใส่บาตรกันมากมาย พระแต่ละรูปอาหารเต็มบาตร จนต้องหิ้วด้วย ไม่เหมือนบางวัดหรือสมัยก่อน นะคะที่มีลูกศิษย์ถือปิ่นโตเดินตาม  ที่บ้านสุพรรณ พระที่มารับอาหารนะคะ มารถตู้เลยค่ะไม่ได้เดิน ลงจากรถ คนตักอาหารใส่บาตรเสร็จ ก็ขึ้นรถไปรับที่อื่นต่อรวดเร็ว ไปมาแบบรวดเร็วมาก คงเป็นบางวัดมาจากไกลๆ แต่ที่เชียงใหม่ยังเดินค่ะ และถอดรองเท้า เวลาเดินออกมาให้ประชาชนตักบาตร   เป็นภาพที่ชมแล้วรู้สึกดีค่ะ เคยเห็นข่าวไหมค่ะที่พระขี่รถซาเล็ง ออกมาให้ประชาชนใส่บาตร ดูแปลกดีๆแต่ท่านคงมีความจำเป็นนะคะ   

              

สวัสดีค่ะ...คุณแผ่นดิน...

ดีใจจังที่ปัจจุบันคนเราหันมาดูแลเรื่องสุขภาพ และร่วมกันรักษาสิ่งแวดล้อมค่ะ...

สวัสดีครับอ.นายแผ่นดิน

แวะมาทักทาย และสวัสดีวันแห่งความรักแบบไทยๆ ครับ

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณแผ่นดิน

แวะมาขอบคุณครับ ที่เข้าไปอ่านบล๊อกผม

อ้าาาา และก็เพิ่งทาบว่า เราก็ เป็นลูกเทา-งามเหมือนกัน

ผมเป็นนิสิต ม.ทักษิณครับ

เรื่องปั่นจักรยาน ผมชอบมากครับ อยากให้เมืองหาดใหญ่ที่ผมอยู่ มีพื้นที่สำหรับคนขี่จักรยานบ้าง

สวัสดีค่ะ

"จักรยานผูกโบว์" เป็นความคิดที่เก๋ไก๋มากเลยค่ะ

ขอบคุณนะคะที่แวะไปเยี่ยมกัน

  • ช่วงเย็นบางวัน ออกกำลังกายด้วยการขี่จักรยานบ้างเหมือนกันครับ
  • ปัญหาสภาพแวดล้อมที่ทวีความรุนแรง น่าจะเป็นแรงผลักให้การใช้จักรยานกลับมาได้นะครับ
  • ขอบคุณเรื่องราวดีๆครับ
krusorn
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

  • เรื่องการขี่จักรยานเพื่อสุขภาพนี่ดีจังเลย
  • แต่เรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่พี่หลงลืมไปแล้วเหมือนกัน
  • ตอนเรียนมัธยม ก็ต้องขี่จักรยานไปโรงเรียนที่อยู่ห่างไกลถึง 4-5 กิโลเมตร
  • แล้วไม่ได้ขี่อีกเลย  ถ้าต้องขี่ใหม่สงสัยต้องซ้อมหลายวัน
  • ตอนนี้จากบ้านไปโรงเรียนแค่ 2 ก.ม. น่าสนใจมากๆ
  • ได้งาน  ประหยัดเงิน   และเพิ่มสุขภาพดี
  • ขอบคุณค่ะที่ช่วยเตือนความจำ 

สวัสดีครับ อ.JJ

ถึงตอนนี้ เรียนตามตรงเลยครับว่ารักและปรารถนาจะรณรงค์ในเรื่องจักรยานโดยตรง  และจะไม่โทษว่าถนนไม่เอื้อ ต้นไม้ไม่เพียงพอ...อากาศร้อนเกินไป

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณต้นเฟิร์น

ตอนนี้ชวนน้องๆ ในองค์กรซื้อจักรยานกันหลายคน เราจะเป็นองค์กรต้นแบบในเรื่องเหล่านี้  - ผมพักในมหาวิทยาลัยฯ  บางทีถึงคราวที่ต้องละวางรถยนต์บ้างแล้ว...ถีบจักรยานไปทำงานอย่างน้อยสัปดาห์ละ สองวัน ก็น่าจะทำให้อะไรๆ ดีขึ้นบ้าง อย่างน้อยก็ร่างกายของตัวเอง นี่แหละ

 

  • ร้อนๆๆ
  • เป็นตาคักน้อชาวสารคาม
  • ซำบายดีบ๊อ..บ่ได้พ้อกันโดน..

สวัสดีครับ พี่ดา กานดา น้ำมันมะพร้าว

ขอบคุณสำหรับคำแนะนำดี ๆนะครับ  ผมเองก็คิดไว้บ้างแล้วว่าจะทำจักรยานผูกโบว์ โดยใช้สีประจำมหาวิทยาลัยเป็นโบว์..

วันก่อนสำรวจจักรยานที่นิสิตทิ้งไว้ในบริเวณหอพักได้เกือบๆ 50 คัน บางคันมีเจ้าของ บางคันไม่มีเจ้าของ  จึงนำออกมาซ่อมแซม  ผมให้เจ้าหน้าที่ติดต่อช่างมาซ่อมในมหาวิทยาลัยเลย เพื่อนำจักรยานเหล่านั้นออกมาถี มาปั่นในเช้าวันที่จัดกิจกรรมนั่นเอง ตอนนี้เลยกำลังทำประกาศหาเจ้าของจักรยาน ถ้าไม่มีใครมาติดต่อรับ ก็คงนำมาทำเป็น "จักรยานผูกโบว์" นี่แหละ..

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ พี่บุษยมาศ

ผมเชื่อว่า หมอประจำตัวที่ดีที่สุดของแต่ละคน ก็คือตัวเรานี่แหละ...
ดังนั้น ตัวเรา คือผู้สร้างภูมิต้านทาน หรือสุขภาวะดี ๆให้กับตัวเองเป็นสำคัญ

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ อ.บินหลาดง

วันนี้อากาศร้อนไปหน่อย...แต่เชื่อว่าคืนนี้อากาศน่าจะดี...มีสายลม...ท้องฟ้าสดใส...

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ คุณเท้าปุย

ยินดีที่ได้รู้จัก นะครับ..
เดือนที่แล้ว ม.ทักษิณ-พัทลุง มาศึกษาดูงานที่ ม.มหาสารคาม  ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้กันหลายเรื่องตามประสา "คนบ้านเดียวกัน" ...

ขอบคุณครับ

สวัสดีครับ...คุณณัฐรดา

ผมตั้งใจจะเปิดตัวจักรยานผูกโบว์ในปลายเดือนมีนาคมนี้...

ถ้าไม่ติดขัดอะไร ก็คงได้เล่าให้ฟังอีกรอบ นะครับ

สวัสดีครับ อ.ธนิตย์ สุวรรณเจริญ

ตัดสินใจแล้วครับว่าจะซื้อจักรยานสักคัน  เวลาลงหมู่บ้านรอบมหาวิทยาลัย ก็จะใช้การปั่นจักรยานนี่แหละ อย่างน้อยก็ถีบ หรือปั่นไปถ่ายภาพท้องทุ่งในหมู่บ้านรายรอบมหาวิทยาลัยฯ

ขอบคุณครับ

สวัวดีครับ พี่ดาวเรือง

  • ตอนเด็กๆ หัดปั่นจักรยานยากมาก
  • เจ็บแข้ง เจ็บขา ได้แผลมาทั้งตัว...
  • สมัยนั้น ต้องปล่อยตัวมาจากที่สูงๆ
  • แล่นลิ่วลงมา พยายามตั้งหลัก ประคองตัว  พอตั้งหลักได้ ก็ถือว่าปั่นจักยานได้แล้ว
  • แต่สมัยนั้น จักรยานก็ถือว่าแพงนะครับ
  • มามีโอกาสได้เป็นเจ้าของักรยานสักคัน ก็ตอนเรียนมหาวิทยาลัยโน่นเลย..
  • ...ขอบคุณครับ...

สวัสดีครับ พี่เกด เกศนี บุณยวัฒนางกุล

  • อากาศร้อนมากเลยครับวันนี้
  • ผมสบายดี-งานเยอะเหมือนเดิม
  • นั่นคือความสุขในแบบสไตล์ของผมครับ
tamtam1
เขียนเมื่อ 
  • เห็นด้วยกับกิจกรรมเป็นอย่างมาก
  • เพราะมีประโยชน์หลายอย่าง
  • เป็นกำลังใจให้งานนี้ประสบผลสำเร็จค่ะ

สวัสดีครับ คุณtamtam1

  • เมื่อครู่เข้าไปอ่านเรื่องวิทยาศาตร์แห่งรัก แล้วชอบมากครับ
  • ได้รับความรู้เพิ่มเติม และย้ำเตือนความรู้ในบางเรื่องที่ลืมไปบ้างแล้ว
  • ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
  • เรื่องจักยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมนี้
  • เป็นเรื่องเพื่อตัวเองและสังคมโดยแท้
  • ก็กำลังคิด และค้นหารูปแบบที่จะสร้างเครือข่ายให้ได้มากๆ ...
  • ...ขอบคุณครับ...

สวัสด่ค่ะอาจารย์ P แผ่นดิน

* กลับมาจากเวียนเทียนที่วัด เข้าบล็อกมารีบไปขอบคุณท่านรองวิชชา กับคนไม่มีราก แล้วจะ ตรวจข้อสอบนักเรียน เห็นอาจารย์ไปเยี่ยมอีกครั้ง  ต้องขอบคุณมากค่ะ

* ชื่มชม อีกแล้ว ความความคิดและการกระทำจองอาจารย์  เหมาะกับสภาวการณ์ในปัจจุบันมาก ทั้งเป็นการออกกำลังกายทำให้สุขภาพแข็งแรง ประหยัดพลังงาน ลดมลพิษ โอ๊ย.. ได้ประโยชน์หลายๆๆ เด้อ!...

* จักรยาน "ผูกโบว์"  สีอะไรคะท่าน?... สีประจำมหาลัย  สีประจำคณะ  หรือสีประจำของอาจารย์แผ่นดิน  (ฮา).... คงน่ารักนะ... บอกเป็นนัยยะ ว่าไอเดียนี้เป็นลิขสิทธิ์ทางปัญญาของฝ่ายกิจการนักศึกษา ฮา... น่ารักดีค่ะ

* อ้อ   ลืมบอกไป...ว่า ตอนเรียน ม.1 - ม.6 ครูใจดีก็ปั่นจักยาน "เฟรสสัน  สีเขียว" ไปโรงเรียนทุกวันค่ะ...(แล้วจะบอกทำไมละเนี่ย....)

* ขอบคุณเรื่องราวที่งดงามนี้  เป็นกำลังใจให้ขอให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เช่นเดียวกับทุกๆ โครงการที่อาจารย์ทำมาค่ะ

* สวัสดีค่ะ ขอให้หลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์ค่ะ... ครูใจดีจะทำงานต่อแล้ว..

                

 

ขอบคุณท่านอาจารย์และเป็นกำลังใจครับ

ตอนเรียน ป.โท ที่มหาวิทยาัลัยขอนแก่น พักแฟลตใน มข.ดิฉันใช้วิธีจอดรถยนต์แล้วปั่นจักรยานไปเรียนทุกวันเสาร์-อาทิตย์ค่ะ เป็นคนชอบปั่นจักรยานคนหนึ่งเหมือนกันและทุกวันนีี้ยังปั่นช่วงเสาร์-อาทิตย์ เพื่อไปเต้นแอโรบิค ไป-กลับ ราว ๆ 10 กิโลค่ะ สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยานคือ จิตใจสงบขึ้นเพราะชีวิตไม่ต้องเร่งรีบปั่นไปเรื่อย ๆ ตามกำลังขาที่มีอยู่ค่ะ

  • สมัยเด็ก ๆ ผมเคยปั่นจักรยานเล่นครับ
  • แต่พอเข้าโรงเรียนก็ต้องอาศัยรถรับส่งบ้าง รถสองแถวบ้าง
  • จนเดี๋ยวนี้ คงปั่นจักรยานไม่ไหวแล้วครับ
  • มาขอบคุณที่เข้าไปทักทายผมนะฮะ

สวัสดีครับ ครูใจดี

เรื่องจักรยานผูกโบว์นั้น ยังไม่เป็นที่สรุปหรอกนะครับว่าจะผูกโบว์ หรือไม่ เพียงแต่ผมพูดในวงประชุมว่าควรหาสัญลักษณ์ให้ได้ จะผูกโบว์ หรือพ่นด้วยสีก็ไม่เป็นไร...แต่ถ้าเป็นการผูกโบว์จริงๆ ก็หนีไม่พ้นสีมหาวิทยาลัยกระมังครับ เพราะจะได้ย้ำวัฒนธรรม หรือเอกลักษณ์ของตัวเองไปในตัว...

สำหรับผมนั้น,  กว่าจะได้จักรยานมาเป็นของตัวเองก็ตอนเรียนปี 1 ที่มหาวิทยาลัยนั่นเอง  เพราะพักที่หอนอก  แม่กับพ่อเลยต้องซื้อให้คันนึง ตอนนั้นเป็น "เสือหมอบ" ก็ได้ใช้ในระยะหนึ่ง  ถีบไปดูหนังกับรุ่นพี่ในตัวเมือง - "หายจ้อย" ...ผ่านไปอีกเดือน หรือสองเดือนถึงได้กลับคืนมา ถัดมาไม่หายก็หายอีกรอบ คราวนี้ หายแล้ว หายเลย...

นั่นคืออีกหนึ่งความทรงจำของผมที่มีต่อจักรยาน ครับ

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ...และขอให้มีพลังกับการดูแลชีวิตและการงาน นะครับ

สวัสดีครับ พี่เบดูอิน

  • ตอนนี้อากาศร้อนมาก
  • ทางโน้นเป็นไงบ้างครับ..

สวัสดีครับ..พี่นิภารัตน์ วงษ์วิชา

น่าสนใจมากครับสำหรับประเด็นที่พี่ได้รับมา..ดังว่า

สิ่งที่ได้จากการปั่นจักรยานคือ จิตใจสงบขึ้นเพราะชีวิตไม่ต้องเร่งรีบปั่นไปเรื่อย ๆ ตามกำลังขาที่มีอยู่

ขอบคุณมากเลยครับ

 

สวัสดีครับ..นายก้ามกุ้ง

ตอนนี้แถวหมู่บ้าน พ่อแม่ไปทำงานต่างจังหวัด ทิ้งมอเตอร์ไซด์ให้ลูกได้ใช้ ...เด็กจึงมีมอเตอร์ไซด์ขับไปโรงเรียน นั่นคือระดับประถมนะครับมีจักรยานยนต์ให้ขี่แล้ว  มันกลายเป็นเครื่องประดับ หรือเฟอร์นิเจอร์ชีวิตไปแล้วอย่างเสร็จสรรพ  ส่วนจักรยานนั้น ถือว่าเชยด้วยก็มี..

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ

- แวะมาชมบรรยากาศโครงการจักรยานเพื่อสุขภาพ

- โครงการนี้ดีจริงๆ เลยนะค่ะ น่าสนุกมาเลย 

- หุหุ ถ้าอยู่ใกล้คงดีเนาะจะไปปั่นจักรยานออกกำลังกายด้วยเจ้าค่ะ

- ขอให้สุขภาพแข็งแรงกันทั่วหน้านะค่ะ

สวสดีค่ะอาจารย์แผ่นดิน

มาให้กำลังใจในการขับเคลื่อนกิจกรรมดีๆและมีประโยชน์ค่ะ

ได้ทั้งสุขภาพ ได้ทั้งสิ่งแวดล้อม ได้ทั้งสติ สมาธิค่ะ

ขอบคุณมากนะคะที่เข้าไปทักทายให้กำลังใจดิฉันและเด็กๆ

คงมีโอกาสแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันต่อไปนะคะ

ครูกระเเต

สวัสดีค่ะ

  • แนวคิดดีและกิจกรรมสุดยอดแล้วค่ะ
  • เมื่อเบ่งบานแล้ว  สมาชิกย่อมเกิดแนวคิดว่าควรจะทำอย่างไรต่อไป
  • ขอเป็นกำลังใจให้ค่ะ

เป็นโครงการดีดีค่ะ

ภาพกิจกรรมก็น่ารักๆ

กิจกรรมดีที่น่าส่งเสริมค่ะ

ช่วยให้ร่างกาย แข็งแรง เหมาะสมกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่มีข้อจำกัด ขอให้ปั่นจักรยานเป็นก็พอ..อิ อิ

ขอบคุณค่ะ...

มาเยี่ยมอาจารย์อีกรอบค่ะ... ตรวจงานพวกลิงๆ ทะโมนมาทั้งวัน... เลยพักเสียหน่อย...

จักรยานเสือหมอบ คงเท่ มากเลยนะคะ  โห.. หายไป เป็นเดือน อุส่าห์ได้คืนมา   ...อ้าว!... หายไปอีกละ... สงสัยขโมยคนนี้ชอบเล่นซ่อนหา นะคะ...ฮา

ตอนเรียนวิทยาลัยครู ก็อยากปั่นจักรยานไปเรียนนะ จะได้เหลือตังค์เก็บเยอะๆ ( งก ประมาณนั้น)  แต่มันไม่สะดวก  กระโปรงกระโปรงนักศึกษา มันไม่มีจีบบานเหมือนกระโปรงนักเรียน  เลยต้องนั่งเท็กซี่  แต่ชอบเอาจักรยานของเพื่อนที่อยู่หอพักมาปั่นเล่นสนุกดี...

ตอนนี้ก็ปั่นนะ แต่เป็นจักรยานที่เขาทำเป็นเครื่องออกกำลังกาย  อบจ. เขาจัดเครื่องกำลังกายให้ทุกชุมชน เลยค่ะ  ส่งเสริมให้คนออกกำลังกาย สุขภาพจะได้แข็งแรง

ขอบคุณมากค่ะอาจารย์

 

namsha
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ  อ.แผ่นดิน

โดนใจมากเลยค่ะ "จักรยานเพื่อสุขภาพ"  ชอบกิจกรรมนี้มากค่ะ

จะเห็นว่าทุกวันนี้  ส่วนใหญ่หลายคนทำ  หลายอย่างเพื่อให้เกิดอำนาจการต่อรอง  บางทีเราอยากจะเดินต่อ  แต่บางครั้งติดด้วยการต่อรองอันน่าเบื่อ  ระบบเองก็เป็นตัวให้เดินช้า การรวมพลังและสร้างทีมในกลุ่มที่เห็น และคิดคล้ายกันและลงมือทำเลย  เร็วดีค่ะ  ไม่ต้องรอคอยอะไร

ตอนนี้กับกลุ่มเพื่อนก็ทำโครงการ  "กลุ่มนี้มีแต่ให้"  สิบกว่าคนในที่ทำงานอยากบริจาค  อยากทำบุญ  ด้วยสิ่งของ  ความรู้  หรือปัจจัย ต่างๆ  ฯลฯ  แล้วแต่กลุ่มเป้าหมาย  ไม่ต้องรอรถขององค์กร  รวมพลังไปด้วยกัน  ด้วยวัตถุและปัจจัยของพวกเราเอง  ใครอยากร่วมเชิญตามวาระ  สะดวกดีค่ะ  ไม่ต้องคอยตอบว่าทำไปทำไม  ทำแล้วได้ประโยชน์อะไร  คุ้มค่าหรือไม่ ฯลฯ  ตอบได้คำเดียวว่า "สุขใจที่ได้ให้"

ขอบคุณกิจกรรมดีๆ  ที่ให้เป็นแบบอย่าง  ไม่ติดในกรอบค่ะ

เจ้าหญิงแห่งท้องทะเลบัวแดง
IP: xxx.31.121.79
เขียนเมื่อ 

ดีมากค่ะ...เยี่ยมจริงๆ

สวัสดีค่ะ  พี่พนัส

  • ชื่นชมค่ะ ที่พี่มีแนวคิดที่จะรักษ์สุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วยจักรยาน
  • ซึ่งค่อนข้างสวนกระแสค่านิยมในสังคมไทย  ที่เห็นการขับขี่รถใหญ่คันโก้เป็นคนดีที่มีเกียรติ
  • แน่นอนค่ะกระแสการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมการใส่ใจสุขภาพก็มาแรงไม่แพ้กัน
  • ถ้าเป็นไปได้แป๋มว่าในหลักสูตรรายวิชาน่าจะบรรจุบทเรียนเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและสุขภาพในรูปแบบบูรณาการข้ามภาควิชาตามบริบทของมหาวิทยาลัย
  • อย่างน้อยในภาคการศึกษาหนึ่งก็จะได้ชิ้นงานที่สามารถเป็นคะแนนได้ทุกรายวิชาให้นิสิตนักศึกษาได้ทุ่มเทกำลังกายและใจ
  • เพื่อว่าพอสิ้นภาค/ปีการศึกษา  ผลงานของพวกเขาจักได้ขึ้นโชว์ในนามของมหาวิทยาลัย  อย่างน้อยก็ได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหมู่ปัญญาชนด้วยกันเอง
  • ดำเนินการให้ต่อเนื่องก็จะยั่งยืนไปเอง  ในที่สุดกิจกรรมนี้ก็จะปรากฏในปฏิทินงานของมหาวิทยาลัยไปตลอด
  • ผลพลอยได้มากมายเกินจะเอ่ย ฝากไปคิดเล่นๆกันค่ะ..ขออนุญาตเสนอแนวคิดเพียงเท่านี้  ขอบพระคุณค่ะ.

 

  • สวัสดีค่ะ
  • พี่แจ๋วขออนุญาตมาชื่นชมกิจกรรมค่ะ  พี่แจ๋วขี่จักรยานไม่เป็น จักรยานยนต์ยิ่งแล้วใหญ่
  • เสียดายมาก ๆ ถ้าขี่จักรยานเป็น หุ่นคงดีกว่านี้แน่นอน
  • ตอนเป็นเด็ก เคยหัดขี่ แล้วไปชนรถเมล์ที่เขาจอดอยู่ เจ้าของเขามาเอะอะโวยวายจนใจเสียไม่กล้าจับอีกเลยค่ะ
  • ขอบคุณที่ได้ไปเยือนในบันทึกของพี่
  • พี่พาเด็ก ๆ ของพี่มาเยี่ยมPคุณแผ่นดินด้วยค่ะ
  • มีความสุขกับงานมาก ๆ ทุก ๆ วันนะคะ
  •               

ข้อเปรียบเทียบการปั่นจักรยานแบบนอกสถานที่กับการปั่นจักรยานบนเครื่องออกกำลังกาย

การปั่นแบบนอกสถานที หรือ Out Door

1. ได้รับวิตามินจากแสงแดด

2. ได้อาหารตา ชมทิวทัศน์ไปเรื่อย ๆ 

3. มีโอกาสได้สังเกตพฤติกรรมคนบนท้้องถนน

4. ได้แอบเห็นนกจู๋จี๊กันบนต้นไม้

5. สามารถทำหลายอย่างในคราวเดียวกัน อาทิเช่น ไปทำำธุระโดยอาศัยจักรยานเป็นพาหนะ

6. หาที่จอดจักรยานได้ง่ายมาก โดยเฉพาะเมืองใหญ่ ๆ และแออัด

การปั่นจักรยานบนเครื่องออกกำลังกาย (In room)

1. ไม่มีโอกาสได้รับแสงแดด

2. คร่ำเครียดและกังวลกับเวลา และจำนวนรอบที่ปั่น เกิดดวามกดดันโดยที่เราไม่รู้ตัว

3. ไม่มีโอกาสได้เปิดหูเปิดตา มองเห็นแค่เงาตัวเอง หรือคนข้าง ๆ

4. มีเสียงดังจากอุปกรณ์ออกกำลังกายประเภทอื่นที่คนอื่นกำลังเล่น

5. เสียเวลากับการออกกำลังกายอย่างเดียว ไม่สามารถไปทำธุระได้ ต้องรอให้ออกกำลังกายเสร็จก่อน

6. ที่สำคัญเสียตังค์ค่าสมาชิกหรือไม่ถ้าซื้อมาเป็นเจ้าของ ราคา่ค่อนข้างแพงมาก มันมีวิธีการที่เราสามารถเลือกจะจ่ายน้อยกว่าได้อีก

Panuch
เขียนเมื่อ 

สุขภาพดีไม่มีขาย

 

สวัสดีครับ คุณRattanaporn Chaichon

วันที่ 18 กรกฎาคม 2553 นี้ จะถีบจักรยานไปสู่ชุมชนครับ
รณรงค์ในมหาวิทยาลัยไม่พอ  เราจะชวนกันถีบจักรยานไปทำประโยชน์ต่อสังคม

มากกว่าสุขภาพ...คือ....เพื่อสิ่งแวดล้อม
มากกว่า ส่วนตัว...คือ...เวลาว่างเพื่อสังคม

...ขอบคุณครับ.

สวัสดีครับ ครูกระแตมาตายี

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ

เรื่องนี้เป็นอีกหนึ่งความฝันที่อยากให้คนในมหาวิทยาลัย หันมาใส่ใจกับเรื่องจักรยานให้มากขึ้น ตอนนี้ รถจักรยานยนต์แทบจะล้นมหาวิทยาลัยไปแล้ว อุบัติเหตุก็บ่อย...

โลกก็ร้อน...

ก็แต่เริ่มต้นครับ...ยังต้องพยายามและพยายามกันอีกเยอะมาก

 

สวัสดีครับ พี่ครูคิม

วันที่ 18 กรกฎาคม นี้  จะพิสูจน์ว่า...มีเครือข่ายมากน้อยแค่ไหน
และจะเป็นวันเปิดตัวจักรยานผูกโบว์ของผมด้วย

ยังลุ้นๆ อยู่เลยครับว่าจะไปได้ไกลสักแค่ไหนกับความฝันในทำนองนี้

 

ภาพ สวยชะมัดเลยค่ะ อาจารย์

สวัสดีครับ อ.ภัทรานิษฐ์

ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยม
และให้กำลังใจนะครับ

นี่เป็นเพียงยกแรกๆ ของกิจกรรม
กำลังคิดและลุ้นกันว่า จะขับเคลื่อนยังไงกันดีเพื่อให้เกิดผล
แต่จะไม่รอให้มีเลนส์จักรยานหรอกนะครับ
ต้องลุยกันตั้งแต่วันนี้เลยแหละ

นั่นคือสิ่งที่เราตั้งใจกันจริงๆ...

ขอบคุณครับ