เมื่อวันที่ ๒๕-๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ได้จัดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ชาว มวล.ได้เรียนรู้แนวคิดและเครื่องมือการจัดการความรู้ ณ บ่อแสนวิลล่า แอนด์ สปา อ.ทับปุด จ.พังงา ดิฉันได้ร่วมเป็นทีมทำงานและเป็นวิทยากรด้วย
เนื่องจากคราวที่แล้วที่มาใช้บริการของบ่อแสน (อ่านที่นี่) ติดใจบรรยากาศและทิวทัศน์สวย คราวนี้จึงชวนลูกสาวและลูกเขยมาด้วย ดิฉันเตรียมรถ Jazz คู่ใจให้พร้อมสำหรับการเดินทางไกลแต่เนิ่นๆ โชคดีที่ทำเช่นนั้น เพราะในวันที่ ๒๔ งานยุ่งทั้งวันจนมืดค่ำ
การเดินทางไป-กลับระหว่างนครศรีธรรมราช-พังงา ในเช้าวันที่ ๒๕ และบ่ายวันที่ ๒๗ เราใช้เส้นทางนครศรีธรรมราช-สุราษฎร์ธานีคือถนนสาย ๔๐๑ ต่อด้วยสาย ๔๔ หรือที่เรียกกันว่าสาย Southern แล้วเข้าถนนเพชรเกษมหรือสาย ๔
ทิวทัศน์สองข้างถนนสาย ๔๔ สวยงามด้วยโทนสีเขียวอ่อน-เขียวแก่ของต้นยางและต้นปาล์ม มีภูเขารูปร่างแปลกตา ดิฉันถ่ายภาพระหว่างทางที่รถวิ่งผ่านเอามาให้ชมกัน
ทิวทัศน์ช่วงขาไปเมื่อเช้าวันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์
ขากลับเมื่อบ่ายวันที่ ๒๗ กุมภาพันธ์ ต้นยางกำลังออกใบอ่อน
ขากลับจากพังงา เราแวะซื้อส้มโชกุนข้างทางแถวพระแสง เห็นราคาที่ติดไว้ ๓ กก. ๑๐๐ บาท ที่เราซื้อลูกโตหน่อยราคา กก. ละ ๖๐ บาท คุยกับคนขายได้ความว่ารับจ้างขายอย่างเดียว ไม่รู้ว่าต้นทุนเท่าไหร่ ได้กำไรวันละเท่าไหร่ ส้มที่วางขายหลายร้านเรียงรายกันไปนั้นอาจจะเป็นของแม่ค้า-พ่อค้ารายเดียวกัน ลูกสาวบอกว่าแถวสมุทรสาครมีธนาคารเอาร่มไปแจกตามร้านแบบนี้ ได้ประชาสัมพันธ์ธนาคารไปในตัว ส้มที่ซื้อมารสชาติใช้ได้แต่เปลือกเหี่ยวแล้ว
เราเลยไปกินอาหารทะเลที่ร้านเรือนไทย ปากน้ำตาปี มีต้นไม้ดอกสีขาวที่หน้าร้านดูสวยดี แต่ไม่รู้ว่าเป็นดอกอะไร (ทำไมไม่ถามที่ร้านก็ไม่รู้นะ) คล้ายชบา แต่ใบเล็กๆ มีนกตัวเล็กๆ มาดูดน้ำหวานที่ดอกไม้ด้วย
ดอกอะไรเอ่ย
ได้กินกุ้งแม่น้ำและอาหารทะเลคือหอยนางรม กั้ง และปู สมใจ เรากลับถึงบ้านพักที่ มวล. โดยสวัสดิภาพ
วัลลา ตันตโยทัย
การเดินทางที่แสนพิเศษจังครับ
สวัสดีค่ะคุณ jatoza555
ขอบคุณที่เข้ามาทักทาย การเดินทางครั้งนี้พิเศษ เพราะได้เดินทางพร้อมลูกค่ะ