ชีวิตที่เหลืออยู่ II

20 มกราคม 2010 "ความจริงที่ถูกเปิดโปง"
เช้าวันที่ 20 มกราคม 2510 ผมออกจากบ้านไปรับพี่ดี ให้ไปเป็นเพื่อน และให้ภรรยา ส่งลูกทั้ง 2 ไป โรงเรียน และเธอก็ตามไปที่ ร.พ. จุฬา ผมไปถึง ร.พ.จุฬาเวลาประมาณ 7.00 น. แม่เจ้าคน ๆ ๆ ทำไม่มากมายอะไรเช่นนี้
และจะทำอะไรก่อน งง ครับท่าน เวลา 7.15 น. พี่ดี โทรหา ท่านผู้มีพระคุณในครั้งนี้อีกท่านหนึ่ง ให้มาช่วย โดยท่านบอกว่า ไม่ต้องทำอะไร 8.00 น. พบกันชั้น 3 ดำเนินการให้ไว้หมดแล้ว โล่งใจมากๆ เลยครับท่าน

เรา 2 พี่น้อง ก็เลยคิดว่าจะเดินไป กินข้าวก่อนแล้วค่อยกับมา เดินไปตามป้ายที่บอกว่า ห้องอาหาร เดินไปได้ 15 นาที ยังไม่ถึงมองไปข้างน่าบอกว่าให้ขึ้นตึกไปชั้น 16 เลยคิดว่าหากไปกลับมาไม่ทัน 8.00 น. แน่นอน
เลยบอกพี่ดีว่า ไม่กินดีกว่า เดี๋ยวไม่ทันนัดกับท่านผุ้มีพระคุณ

เราทั้ง 2 เลยเดินกับไปที่ตึก ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับ ภรรยามาถึงพบดี เราก็รออย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรดี คือยัง งง อยู่ครับ เวลา 8.00 น. ท่านก็มาจริงๆ พร้อมแฟ้มประวัติผู้ป่วยมาด้วย และที่ก็พาไปพบพยาบาล อีก 2 3 ท่านจากนั้น ทางพยาบาล บอกให้ผมไปทำเรื่องส่งตัวประกันสังคม ก่อนเพื่อให้สามารถเบิกได้ตามสิทธิ์ ประกันสังคม เราทั้ง 4 เลยเดินลงมากดคิว ทำเรื่องรับหนังสือส่งตัว ได้คิว 369 ครับท่าน ขณะนั้นเป็นเวลา 09.00 น. ซึ่งคิวที่วิ่งอยู่เป็นคิวที่ 153 ครับ ซึ่งหากต้องคอยตามปกติคงต้องใช้เวลาประมาณ 11.00 น. ถึงจะถึงคิวในทำเรื่องแน่นอนครับ (หมอคงกับไปทำอย่างอื่นแล้วครับ) ท่านผู้มีพระคุณ ช่วยผมทำให้เสร็จและบอกขั้นตอนต่างให้ทราบ เพื่อที่วันหลังจะทำได้ถูกต้อง เสร็จเวลา 09.10 น.

เราทั้ง 4 ขึ้นไปชั้น 4 อีกครั้งกว่าจะขึ้นได้ 09.20 น. ซึ่งโชคดีมากๆ ครับ ศ.นายแพทย์ธานินทร์ อินทรกำธรชัย มาถึงพอดีครับ ผมได้คิว ที่ 2 ครับคุณพยาบาล เรียกให้ไปนั่งหน้าห้องท่าน ในระหว่างนนั้นก็มีผู้มานั้งต่อผมอีก 2 ท่าน คือว่านั่งได้ 3 ท่านนะครับ

ผมเลยได้ยินทั้ง 2 ท่านคุณกันเริ่มจากการแนะนำตัวและ เป็นอะไร อะไรกันครับเป็นเหมือนผมกันทั้ง 2 ท่านเลยแต่ดูแล้วอาการหนักกว่าครับ ซึ่งทั้ง 2 ที่เคยให้ยามาครบชุดแล้วทั้ง คู่ซึ่งท่านแรกเป็น ผู้ชาย ระยะ 4 ครับ และอีกท่าน เป็นผู้หญิ่ง ระยะ 5 ครับทั้ง 2 ท่านพบมาแล้วไม่ตำกว่า 7 ปี ปัจจุบันดีขึ้นมาแล้วมาตรวจตามแพทย์นัดครับ (แสดงให้เป็นว่าโรคนี้เป็นกันมากมายและยังสามารถอยู่ได้อีกหลายปีครับ)

พบดีเรียกชื่อผมพบดีครับ ผมเดินเข้า ห้องและพี่ดีและภรรยา ตามเข้าไปด้วย
คุณหมอ ถามว่าทราบว่าเป็นอะไรหรือยัง ตอบว่าสงสัยนะครับว่าจะเป็นมะเร็ง
คุณหมอ "อืม แต่ไม่เป็นไรนะ สามารถรักษาให้หายขาดได้ 70%  แล้วที่ก็เรียก แพทย์หญิง สุพาวดี เตรียวเจริญ เข้ามา ซึ่ง พ.ญ. ท่านนี้น่ารักมากครับท่าน ดูนับถือคุณหมอธานินท์ เป็นอย่างมาก คุณหมอธานินท์ ผู้อะไรท่าน โก่มน่าจดอย่างเดียวแล้วก็ตอบว่า ค่ะ ซึ่งผมฟังไม่รู้เรื่องซักอย่าง และก็ได้ยินว่าวันนี้ทันก็ให้วันนี้เลยนะ
(ให้อะไรก็ไม่รู้ งง) พ.ญ. บอกว่าไม่น่าทันค่ะ ศ.น.พ. ไม่ทันก็พรุ่งนี้ นะ

จากนั้น ศ.น.พ. หันมาถามผมว่า มีไรถามไหมครับ พี่ดีถามแทนครับ เป็น State ไหนครับ คุณหมดบอกว่า 2 ภรรยาถามว่าแล้วสามารถกินอาหารได้ตามปกติไหมครับ (ส่งใส่เป็นเราเป็นแมวไปแล้ว อิอิ)
ศ.น.พ. ตอบก็ให้เลียงอาหารที่ไม่สะอาดทั้งหมดของทุกภาค และ ต้องสุกเท่านั้น ของทุกอย่างต้องสุกครับ
เพื่อกันการติดเชื้อ ระหว่างให้เคมี

จากนั้นเราก็ขอบคุณ ศ.น.พ.  และออกจากห้องตาม พ.ญ. ไป พ.ญ.บอกว่าต้องเจาะเลือด เจาะไขกระดูก และตัดชิ้นกระดูก ไปตรวจ เพื่อให้แน่ใจว่า โครนี้ยังไม่เข้าไขกระดูกและ ตัวกระดู พร้อมทั้งขอส่วนที่เหลือเป็นนำไปทำการวิจัยต่อด้วย

ครับทำไรทำเลยครับ ผมเซ็น ให้หมดครับ พ.ญ.บอกผู้ช่วยและพยาบาลอื่นๆ ว่า เครดนี้ ขอทำเองครับ เอาแล้วไง ส่งสัยธรรมดาไม่เคยทำด้วย เอาแล้วตู่

พ.ญ.ชอบว่าให้ภรรยาและพี่สาวไปจัดการเรื่อง ยาที่ต้องให้เคมีเลยและป่อยให้ผมอยู่กับ พ.ญ. (และพยาบาล) คนเดียว และบอกผมว่าไปเข้าห้องน้ำ ซะเดียวต้องนอนอยู่บนเตียงเป็นเวลาประมาณ 2 ช.ม. ห้ามรุกไปไหน

ผมเข้าห้องน้ำเสร็จ พอเดินถึงเตรียง พยาบาลบอกว่านอนเลยค่ะ ถอดเข็มขัดและนอนคว้ำลง  จากนั้น พ.ญ. ก็มาเอาการเกงผมลง(ไม่ได้เกรงใจเลย เธอทำหน้าที่ของเธออย่างดี ) แล้วเธอก็ฉีดยาชา และก็ เขาไรก็ไม่รู้จิ่มลงที่ ก้นกบ แล้วก็ดึงออก จากนั้นก็บอกผมว่าจะเสียวแล้วนะค่ะ ผมตอบครบ เธอเอาเข็มอะไรไม่รู้แทงเข้าไปในรู้แล้วดูขึ้น เสียวจริงๆ ครับ จะนั้นเธอบอกว่าไขกระดูกเรียบร้อย  ขอตัดกระดูกหน่อยนะค่ะ ผมตอบครับ (ทำอะไรก็ทำคือว่ากลัวยาชาหมดนะครับ) เธอเอาอุปกรณ์เข้าไปหน้าจะเป็นคีมนะโยกอยู่พักหนึ่ง ก็ดังกึก ออกแล้ว เดี๋ยวปิดแผลแล้วนะค่ะ และเธอก็ปิดแผล ให้ผมนอนหงายทับแผลไว้ประมาณ 2 ช.ม. ซึ่งเวลาในการทำงานทั้งหมดประมาณ 20 นาทีและก็เข็นผมไปนอนพักไว้อีกที่หนึ่ง

สักพักเห็น ภรรยาและพี่ดีเดิมผ่านเลยตะโกนเรียก เธอเดินเข้ามาและถามด้วยครับเป็นห่วงเป็นไงบ้าง ผมตอบว่ายังไหวสบาย มองไปเป็นเวลาประมาณ 12.00 น.แล้ว ซึ่งภรรยาผมบอกว่าต้องส่งให้ ร.พ.บำราช อนุมัติค่าใช้จ่ายก่อนจรึงจะซื้อยาได้ ทั้งนี้เนื่องจากยามีราคาแพรง มากและต้องใช้ประมาณ 6 ครั้งขนาดนี้ติด เที่ยงต้องรอ 13.00น. ก่อนค่อยว่ากันใหม่ (แต่ผมตาลายไปแล้วเพราะยังไม่ได้กินข้าวช้าเลยครับ

ผมถามพยาบาลว่าผมลุกได้ยัง พยาบาลบอกว่าเดี่ยววัดความดันดูก่อนค่ะ รอประมาณ 30 นาที คุณพยาบาลก็มาวัดให้และผมก็รุกไป ตามเรื่อง ประกันสังคมด้วยเลย

เราก็ได้แต่คอยเนื่องจากประกันสังคมทางต้นสังกัดแจ้งว่าต้องส่งเรื่องให้ผู้อำนวยการ ร.พ.บำราข อนุมัติ รอถึงประมาณ 15.30 น. น้องเฟรินย์ เพื่อที่ รามฯ เดินมาคุยด้วย จน ประมาณ 16.00 น. ทางประกันสังคม ร.พ.จุฬา แจ้งว่าคงต้องรอพรุ่งนี้ ซึ่งหมายถึงไม่ทันให้ยาในวันพรุ่งนี้ที่คุณหมดนัด แล้วทำไงกัน พี่ดีบอกว่าจ่ายไปเองเลยดีกว่า จากนั้นผู้มีพระคุณเมื่อเช้าเดินมาถามพบดี ท่านจึงเป็นธุระให้ ถามพยาบาลแล้วหมอในห้องให้เคมีบำบัด และ พ.ญ. เมื่อเช้าท่าน บอกว่าให้คอยได้ไม่ให้จ่ายเอง แล้วค่อยว่ากันทางประกันสังคม ร.พ.จุฬา รับปากว่าจะตามให้ วันนี้เลยยังไม่ได้ยาพรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ ซึ่งหมายถึงต้อง เริ่มต้นขั้นตอนเมื่อเช้าทั้งหมดใหม่ ยกเว้นการเข้าพบหมอและการดูดไขกระดูก ครับท่าน

"วันนี้ทำให้รู้ว่าระบบการประสานงานประกันสังคมในประเทศไทยยังมีปัญหาอยู่
          ข้อเสีย หากผมเป็นคนไข้หนัก ซึ่งไม่สามารถรอการอนุมัติได้จะทำอย่างไร
          ข้อดี    ท่านผู้อำนวยการงานต้องมากเป็นธรรมาดาและยังต้องบริหารเงินที่ต้องจ่ายใน ร.พ. ด้วย ท่านเลยต้องรอบคอบสังหน่อย หากเมื่องไทยได้ คนดีอย่างนี้ทำงาน ก็คงโปรงใสกันทั้งประเทศ (ชมจากใจจริงครับไม่ได้ประชนนะ) "

"แต่อย่างน้อยผมรู้แล้วความรับแล้วว่าผมเป็นคุณมะเร็งต่อมน้ำเหลืองระยะที่ 2"

 

21 มกราคม 2510 "วันที่ได้ยา (ไม่ใช้ยาบ้านะครับอิอิ)"

เช้าผมตัดสินใจไปทำงานปกติ ใจคิดว่าหากได้รับการอนุมัติค่ายาจากต้นสังกัดทาง ร.พ.จุฬาคงโทรมาแจ้ง
พบถึงโต๊ะทำงาน เพื่อร่วมงานหลายท่าน ถามว่ามาทำไม เลยติดเหมือนกันว่ายังไม่ได้ยาครับ
สักพัก หัวหน้าโดยตรงเดิมเข้าประตูมาเห็นผม ท่านตกใจและเรียบเดินมาหาผมก่อนที่จะเดินเข้าโต๊ะทำงานตัวเอง
และท่านก็โทรศัพท์เข้าประกันสังคมทันที (ไม่รู้ว่าได้ผลหรือเปล่า แต่อย่างน้อยก็เห็นว่าแก่เอาใจใส่ลูกน้อง)

เวลา 09.00 น. ภรรยาผมโทรมาบอกว่าให้ไป ร.พ.จุฬาเพื่อแจ้งสิทธิ์ราชการให้ทาง ร.พ.ทราบก่อนเพื่อ ประกันสังคม ไม่ผ่าน ผมรีบบอกหัวหน้าและไปโดยทันที

เวลา 09.30 น. ถึง ร.พ.จุฬา ก็รีบไปแจ้งใช้สิทธิ์ราชการ แต่ไม่สามารถทำได้ครับเนื่องจากมีสิทธิ์ประกันสังคมอยู่ และหากใช้สิทธิ์ประกันสังคมไม่ได้ ต้องแจ้งยกเลิกก่อนและออกสิทธิ์ราชการแทน และต้องรอประมา 15 วันจึงจะใช้สิทธิ์ได้ ก็เลยยังไม่สามารถทำอะไรได้ครับ

เวลา 09.50 น. ผมกับภรรยา เดินได้ห้องประกันสังคมเพื่อถาม เรื่องการอนุมัติ ค่าใช้จ่ายจาก ร.พ. ต้นสังกัด
ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับทาง ร.พ.บำราช Fax กับมาพบดีครับ สวรรค์ ท่านผู้อำนวนการ ท่านได้เรียนปรึกษา คุณหมอ ที่ส่งตัวผมมาจุฬาและมีความเห็นร่วมให้อนุมัติค่าใช้จ่ายทั้ง 6 ครั้งในคราวเดียวกันเลย
ต้องขอขอบคุณ ผู้อำนวยการ ร.พ.บำราช ด้วย
จากนั้นผมกับภรรยา ก็รีบไปทำเรื่องเบิกยา กว่าจะเรียบร้อยก็เข้าไปประมาณ 11.00 น. ซึ่งหมายถึงไม่สามารถให้ยาทันในวันนี้เสียแล้วแต่ก็ไม่เป็นไรครับ
"อย่างน้อยก็ได้ทราบว่าผู้อำนวยการ ร.พ.บำราช ท่านยอมจ่ายให้ผม ซึ่งหมายถึงทางร.พ.ต้องแบบค่าใช้จ่ายทั้งหมดไว้ขอบคุณครับท่าน"

22 มกราคม 2553 "วันอับยา"
ตื่นแต่เช้าไป ร.พ.จุฬา ทั้ง สามีภรรยา ไปถึงผม นั่งอย่างเดียว ภรรยาจัดการให้ทุกอย่าง และหันมาบอกผมว่าพพี่ต้องหาย นั้งค่อยนะค่ะพี่ (พูดเพราะเป็นบ้า)

แต่ก็ดีครับพี่น้อง ผมบอกว่าไม่ต้องคอยพี่ทานข้าวกลางวันนะ สงสัยเสร็จประมาณ 14.00 น. เดี่ยวคุณจะหิวแย่
เวลา 08.30 น. พยาบาลเรียกผมเข้าห้อง ซึ่งมีเก้าอี้อย่างดีประมาณ 15 ที่ ซึ่งเติมทุกที่ ผมมาประมาณคนที่ 5 แต่ได้เก้าอี้เลข 13 อะไรกัน ทำไมต้องตัวนี้ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เข้าไปนั้ง พยาบาลมารุมทันที (มีทั้งสวยและน่ารัก) ทุกท่านพูดจาดีมาครับ

จากนั้นก็เจาะแขนผม ซะงั้น แล้วก็ให้น้ำเกลือ ซัก 5 นาทีจากนั้นก็มาให้ยาเหมือนน้ำเกลือ 2 ขวดไหลเข้าตัวผมพร้อมกันเลยครับ ประมาณ 4 ช.ม.กว่าจะหมด จากนั้นก็ให้กระปูกเล็กอีก 3 กระปลุกครับ เสร็จประมาณ 15.00 น.ครับ ในระหว่างนั้นก็เห็นพี่สาวทั้ง 2 ของผมมายืนยิ้มอยู่หน้าห้อง ซึ่งผมบอกว่าใกล้เส็รจแล้ว เธอรับไปเอารถและ พบดีกับที่ผมให้ยาเสร็จเดินลงตึกขึ้นรถกับบ้านทันที เพื่อไม่ให้ติดเชื้อ นะครับ

ถึงบ้านก็ยังไม่มีอาการอะไรครับ ยังไหว แต่พบช่วงหัวค่ำเริ่มคลื่นใส่ครับแต่ก็ยังไหว นะแต่ไม่ทำไรแล้วครับวันนี้

"เป็นประสบการใหม่ในการให้ยาเคมีเป็นอย่างนี้เองหรือครับ ใครสนใจถามผมได้นะครับแต่อย่าพยายามลองเองเลยเพื่อนเอ๋ย"

29 มกราคม 2553 "ฟังผลกระดูกและไขสันหลัง พร้อมติดตามอาการ"

ผมไปพบแพทย์ ที่จุฬ่า ต้องไปเช้ามากๆ และก็ต้องเจาะเลือดเพื่อตรวจสอบ ความเข้มข้นของเลือด อีกครับ

ซึ่งอาการหลังให้ยามีดังนี้ครับ
        1 ปวดศรีษะอ่อนๆ
        2 คลื่นใส้
        3 เหม็นคาวอาหารง่ายมากๆ
        4 มีจุดแดงขึ้นตามตัว
        5 ปวดเมื่อย
        6 เหนื่อยง่าย
        7 แน่นน่าอก
        8 ปลายนิ้วมือ ช้าตลอดเวลา
        9 คิดถึงแม่
       10 รักเมียมากขึ้น
       11 สงสานเมีย
       12 ห่วงลูก
ข้อ 9 -12 ดูแปลกๆ อยู่นะครับ
คุณหมอบอกว่าผลออกมาดี กระดูและไขสันหลังยังปกติ ไม่มีปัญหาครับ และ เม็ดเลือดก็กับมีความเข็มข้นตามปกติ แล้ว สามารถทำงานได้ วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2553 มาพบคุณหมดและให้ยากันอีกรอบ ครับ
แต่หมอบอกว่าอาการแน่นน่าอกหลังให้ยาแล้ว 6-7 วันไม่น่าเกียวกับการให้ยานะ เลย งงๆ หลังกับบ้าน
วันนี้เปลี่ยที่นอนดูดีกว่า ดีขึ้นครับท่าน
"วันนี้เลยรู้ว่าที่นอนมีผลกับการปวดหลังอย่างมีนัยสำคัญจริงๆครับ."

วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 "โรมา เกษา นัดถา ทันตาตะโจ"

วันนี้ ผมร่วงครับ ผิดปกติขัดเจนครับ แบบว่าเซย 1 ครั้งออกมาเป็น 10 เส้นเลยเพื่อนๆ เอย

ผมว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ คงหมด หัวแน่นอน ครับ พี่น้อง

" เป็นไปตามที่ คุณพยาบาลแจ้งให้ทราบก่อนให้ยาจริงๆ ครับ"

04-06 กุมภาพันธ์ 2553 "เหมือนหลวงพี่อยู่ในบ้านอย่างไรไม่รู้  "

04 กุมภาพันธ์ ผมร่วงมาขึ้น ชนิดต้องใส่หมวด แรบ เลยพี่น้องนึกภาพตามเอาเองนะ
วันศุกร์ ที่ 05 ร่วงหนักกว่าเดิมอีกครับ วันนี้เลยขอเป็น คาราบาว หน่อย ผูกผ้าโพกหัวไปทำงานเลย

วันเสาร์ที่ 06 วันนี้ช่วงเข้าผมยังร่วงมากอยู่ถึงขั้น บางแล้วครับ แต่แปลกมากครับ พอหลัง 10.30 น.
ไม่ร่วงเลยครับ งง ไหมครับ (ลืมบอกไป เวลา 09.30 น.ไปร้านตัดผมมาครับ เลยไม่มีให้ร่วงอีกแล้ว อิอิ)
วันโกนพอดีนะครับ เลยจัดการเสียเลย 555
ลูกชายทั้ง 2 คนพูดเหมือนกันเลยว่า พ่อครับเหมือนรูปพ่อที่ติดอยู่เลยครับแล้วก็ชี้ไปที่รูปผมสมัยบวชพระนะครับ
"วันนี้ซำบายหัวกะบานไปแล้วเรา"

วันที่ 12-15 กุมภาพันธ์ 2553 "การให้ยาครั้งที่ 2"
      
      ก่อนวันที่ 12 ได้ไปหาเพื่อนน้องเฟรินย์ เพื่อให้ช่วยอะไรบ้างอย่างที่ ร.พ.จุฬา ซึ่งทำให้ในวันที่ 12 สามารถเกิดความสะดวกในการ ไป ร.พ. มากขึ้น ซึ่งเพื่อนน้องเฟรินย์ ก็จัดให้ตามคำขอได้อย่างสมบูรณ์ (จนถึงวันนี้ยังไม่ได้โทรไปหา เลยเพื่อน Thank. )
      วันที่ 12 พบแพทย์แต่เช้ากว่าจะทำเรื่องเสร็จก็ประมาณ 13.30 น. เหมือนเดิมครับให้ยาไม่ทันนะครับ ต้องมาให้ยาในวันที่ 15 แทนเนื่องจากติดเสาร์ อาทิตย์ นะครับ แต่ระหว่างการเดินเรื่องอยู่นั้นมี พี่ที่ทำงานท่านหนึ่งซึ่งเป็น เรียนจบทางด้าน พยาบาลจากจุฬา แต่ไม่ได้ทำงานสายนี้โทรเข้ามาและบอกว่าเป็น มะเร็งเหมือนกันแต่เป็นที่ "ประทุมงานข้างหนึ่ง" (เต้านม) ซึ่งได้ให้ยาครบแล้ว ซึ่งผมไม่เคยรู้เลยว่าเขาเป็น พี่ท่านนี้ได้แจ้งให้ทราบถึงเทคนิกในการรับยา  (เอาเร็วครับเตรียมกระดาษดินสอนะใครต้องให้ยาจะได้นำไปใช้ อิอิ) ระหว่างให้ยานั้นให้อมแข็งตลอดเวลา โทษครับ คำว่า "แข็ง" หมายถึง "น้ำแข็ง" นะครับ  ซึ่งจะทำให้ไม่เจ็บคอมาหลังให้ยา ซึ่งคอบคุณพี่เข้าไปแล้วก็ว่างสาย
      วันที่ 15 แต่เช้า หิ้วกระติกน้ำแข็ง ไปจากบ้านเลยครับ เวลา 08.30 น.พอเริ่มเจะแขนผมก็เริ่มอม ไปตลอดการให้จาในครั้งนี้ ให้ยาเสร็จเวลาประมาณ 14.00 น. กลับบ้านทันทีครับ
      
     " งานนี้ขอได้รับการขอบคุณจาก น้องเฟรินย์ อย่างมากครับพี่จะไปให้ช่วยอีกนะครับอิอิ"
     "ฝากไว้ด้วยนะครับสำหรับเทคนิคการให้ยา ช่วยได้จริงๆครับ"