จากการสังเกตพฤติกรรมการเรียนรู้เท่าที่ได้รู้จักกันมา พบว่านักเรียนเรียนรู้ได้ดีกว่าเมื่อแยกเป็นกลุ่มย่อย ดังนั้นในคาบเรียนนี้จึงคิดออกแบบกิจกรรมเป็นฐานย่อยทั้งหมด ๖ ฐาน โดยให้เวลาฐานละ ๑๕ นาที เมื่อหมดเวลาจะมีสัญญาณระฆังให้เปลี่ยนไปสู่ฐานต่อไป ฐานที่ครูเตรียมไว้ได้แก่

 

  • พระปรมาภิไธย
  • จับผิดแผนที่
  • บันทึกประวัติศาสตร์
  • ตามรอยอาหาร
  • แกะรอยภาพเก่า
  • เสียงรัตนโกสินทร์

 

โดยให้นักเรียนเลือกเข้าฐานได้ตามความสนใจ แต่ต้องเข้าให้ครบทุกฐาน เพื่อเก็บความรู้ และนำข้อสรุปที่ได้จากการเรียนรู้ในฐานสุดท้ายมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน

พระปรมาภิไธย 

มีใบงานให้ความรู้เรื่องพระปรมาภิไธย  และมีแบบฝึกให้นักเรียนได้เรียนรู้พระปรมาภิไธยย่อ ของรัชกาลที่ ๑-๙ โดยแสดงตัวอย่างไว้เฉพาะรัชกาลที่ ๑ เพื่อให้นักเรียนรู้จักจับหลักการย่อพระปรมาภิไธยได้ด้วยตนเอง

สำหรับพระปรมาภิไธยย่อภาษาอังกฤษนั้น ใช้ฐานความรู้เดิมจากที่นักเรียนได้เรียนการเขียนเลขโรมันในวิชาคณิตศาสตร์มาแล้ว เมื่อเขียนคำว่า Rama I นำหน้าเลขโรมัน ก็จะได้พระปรมาภิไธยย่อในภาคภาษาอังกฤษ ตามแบบที่พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานแบบอย่างไว้ ซึ่งก็พบเห็นได้ในชื่อถนน และสะพานต่างๆ

จากพระปรมาภิไธย รัชกาลที่ ๑: พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจักรีบรมนาถ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลก หรือ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๑  ตามแบบพระราชนิยมในรัชกาลที่ ๖ นี้เอง ที่เป็นจุดเชื่อมสำคัญอีกจุดหนึ่งว่ารัตนโกสินทร์ มีรากร่วมกันกับอยุธยา อีกทั้งยังเป็นเหตุผลแสดงว่าเพราะเหตุใด ครุฑจึงเป็นตราสัญลักษณ์ที่ปรากฏแทนองค์พระมหากษัตริย์ หรือปรากฏพร้อมกับองค์พระมหากษัตริย์เสมอ นั่นก็เพราะทรงเป็นอวตาร(รามาวตารในนารายณ์สิบปาง) ขององค์พระนารายณ์ที่ทรงครุฑนั่นเอง

เมื่อเกิดความเข้าใจเช่นนี้นักเรียนก็จะเข้าใจที่มาที่ไป และสามารถอธิบายเรื่องที่เห็นอยู่รอบตัวได้ว่ามีความเป็นมาอย่างไร  นอกจากนี้เมื่อถึงช่วงเวลาของการไปออกภาคสนาม (ที่จะกล่าวถึงในโอกาสต่อไป) นักเรียนก็จะได้ใช้ความรู้ชุดนี้ไปอธิบายเรื่องราวต่างๆ ที่พบเห็นอีกมากมาย