ลืมโลกที่ตึงเครียดเพราะงานไปได้อย่างน่าอัศจรรย์

จำได้ว่าเมื่อสมัยเรียนหนังสือ ก็รู้สึกว่าการเรียนยุ่งยาก เหน็ดเหนื่อย ครั้นพอทำงาน ทำไมชีวิตกลับยุ่งเหยิงยิ่งกว่า ค่อนวัน ค่อนเดือน ค่อนปี เราจมตัวเองอยู่กับงาน ซึ่งดูแต่จะมีคนบัญชามาให้เราทำไม่หยุดหย่อน เรื่อยไปจนกลายเป็นความเครียดสะสมของหลายๆคน เบื่อ ท้อถอย และหมดแรง

 วันหนึ่งที่เกิดอาการเช่นนี้ ผู้เขียนจัดการตัวเองด้วยการออกเดินทางไป ท่องเที่ยวอย่างไร้จุดหมาย อยากแวะกิน แวะชม แวะซื้อ ก็ตามอัธยาศัย ผู้เขียนไปกับน้องสาวที่รู้ใจ ไปไหว้พระองค์ใหญ่ที่อ่างทอง ซึ่งสร้างกันมาตั้ง ยี่สิบปี แต่ผู้เขียนเพิ่งจะเห็นครั้งแรก หลังจากนั้น ก็ล่องกลับบ้านผ่านอยุธยา ชมท้องทุ่งนาข้างทางสบายตา สบายใจ และแล้ว ตาก็เหลือบไปเห็นป้ายข้างทาง"ตลาดน้ำคลองสระบัว" แวะสักหน่อย ชื่อคุ้นๆ

คลองสระบัว เป็นชนบท กลางท้องนา หาที่จอดรถตรงลานนากว้างๆ แล้วก็ต้องเดินบนสะพานผ่านลำคลองไปอีกราวๆ 500 เมตร

ความอุดมสมบูรณ์ของที่นี่ จะเห็นได้จากต้นกล้วยที่แต่ละกอ มีนับสิบๆหน่อ ต้องใช้ไม้ค้ำเครือกล้วยเอาไว้ ดูร่มเย็นดีจัง

 ไม่ใช่ท้องน้ำธรรมดา ถ้าจะบอกว่า จะมีการแสดงละครพื้นบ้านบนเวทีน้ำแห่งนี้ จะเชื่อหรือไม่ เขาทำกันได้อย่างไร เราต้องเสียเงินคนละ 50 บาท เด็ก 25 บาท เด็กเล็กฟรี แต่ทั้งนี้ จะมีเครื่องดื่มที่ฟรีตลอดวัน

สี่ฝั่งน้ำ เป็นตลาดนัดอาหาร ที่มีอาหารนับร้อยๆชนิดไว้ขายให้แก่ผู้ที่เข้ามาชมละครกลางน้ำแห่งนี้ด้วย

 ช่างประดิษฐ์ประดอย ตักอาหารใส่ดอกบัว แทนจานชาม น่ากิน น่าชม น่าซื้อ สะอาด รสชาดดีค่ะ

  การแสดงจะมี ทั้งหมด 4 รอบ ตั้งแต่สายๆของวัน จนถึง 17.30 น. ในวันหยุดเสาร์อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ พิธีกรสาวสวยน่ารัก แต่งชุดไทย สมัยอยุธยา ส่งเสียงบอกรายการต่อผู้ชม เสียงไพเราะกังวาลไปทั่วคุ้งน้ำ

แล้วรายการแสดง ก็เรียงลำดับต่อกันไปเรื่อยๆ สุดท้ายของวันนี้ ผู้เขียนได้ชมเป็นชุดสุดท้ายของวันพอดี เป็นละครเรื่อง "สังข์ทอง" นักแสดงมีลีลาการแสดงประทับใจมาก ทุกคนต้องลงไปยืนในน้ำ เสื้อผ้าต้องได้สัมผัสน้ำให้เปียกปอนตามบทบาททุกคน เรื่องราวดำเนินไป พร้อมกับเสียงหัวเราะสนั่นไป ลืมความร้อนของแสงแดดยามเย็น ที่จับใบหน้าคนดูจนเหงื่อค่อยๆไหลย้อยตามใบหน้า แต่ก็ไม่มีใครขยับหนี ชมไป ปรบมือไปอย่างสุขใจ ลืมโลกที่ตึงเครียดเพราะงานไปได้อย่างน่าอัศจรรย์

 มารู้ตัวอีกครั้งเมื่อตะวันคล้อยมากแล้ว ละครจบลง หัวใจของเราก็เปี่ยมล้นไปด้วยความอิ่มเอิบใจ หลายคนยังค้างคาใจ พากันลุยน้ำลงไป ถ่ายภาพร่วมกับนักแสดง ผู้เขียนทราบแล้วว่า เขาแสดงกลางน้ำได้อย่างไร แต่ขอเก็บเป็นปริศนา ให้ท่านทั้งหลาย ได้ไปชม ไปค้นหากันเอง

สองข้างทางของสะพานที่ใช้เดินทางกลับ มีทิวทัศน์ที่สวยงามไม่น้อย ดวงตะวันแจ่มชัดบนผืนน้ำที่เรียบสนิท ลาก่อนคลองสระบัว ดินแดนกลางใจเมืองอยุธยา บนพื้นที่อุทยานประวัติศาสตร์ ขอบคุณที่มอบสิ่งดีๆ ให้ได้หย่อนใจ อย่างมีคุณค่า มีพลังก่อนกลับบ้านในวันนี้ และที่สุด ได้นำความเบิกบาน มาฝากทุกๆท่าน ที่เข้ามาในบันทึกนี้ ก่อนจะกลับออกไป ด้วยใจที่แจ่มใสสดชื่น เหมือนเจ้าของบันทึกนะคะ