Appreciative Inquiry : การขอนิดส์นึง : แบบตรงไปตรงมา จริงใจและมีเหตุผล

สวัสดีครับ... ชาว Go2Know ทุกท่าน _/|\_

เมื่อวานนอนซะเกือบเช้าเลยครับ พอดีตามดูผลงานของทีมรัก

อย่าง Liverpool สู้ศึก Europa League ถ้วยใบเล็กของยุโรป

และพวกเขาก็ไม่ทำให้ผมผิดหวังครับ ( แต่ลุ้นซะเหนื่อยเลย ) ด้วยการเอาชนะ

ทีมคู่แข่งไปได้ 1-0 แบบบุกเขาทั้งเกมส์ กว่าจะได้ก็นาทีที่ 81 แต่ก็แฮปปี้ดีครับ

ดีใจกันพอหอมปากหอมคอ... มาเข้าเรื่องในวันนี้กันดีกว่าครับ ตามผมมาเลยยย ^^



จะว่าไปก็ห่างหายกันมานานนะครับ กับ Blog "จิตวิทยาการขอ" สำหรับประสบการณ์ในการขอ"ที่ใช้แล้วเวิร์ค"

วันนี้ก็จัดไปอย่าให้บูดครับ... เรื่องราวในวันนี้ ผมได้มาจากเพื่อนสาวที่ทำ AI Projcet ด้วยกัน

เธอคนนี้มีชื่อว่า "ผักบุ้ง" ครับ... ผักบุ้งทำ AI Project เกี่ยวกับ Female Marketing

เข้าไปเยี่ยมชมผลงานของเธอได้ >>> ที่นี้ครับ <<< ก็ต้องขอบคุณผักบุ้งมา ณ ที่นี้ครับ ที่แบ่งปันเคสดีๆแบบนี้ให้ ^^

เมื่อวันตรุษจีนแห่งความรักที่ผ่านมานี้ ที่บ่อปลาของผักบุ้งมีการจัดการแข่งขันตกปลาขึ้นครับ... (บ้านผักบุ้งทำบ่ตกปลาครับ)

หลายๆท่านคงจะเดาออกใช่ไหมครับ... ว่าใครเขาจะมาตกปลาในวันหยุดเทศกาลแบบนี้ วันนั้นกิจการบ่อตกปลาขาดทุนเต็มๆครับ

แม่ของผักบุ้งก็เครียดจัดเลยทืเดียว ผักบุ้งจึงเสนอความคิดที่เธอถูกคุณแม่ปฎิเสธมาแล้วกว่า10 ครั้ง ที่ว่า "เราทำร้านอาหารกันไหม?"



แต่การขอในครั้งนี้ต่างออกไปจากทุกครั้งที่ผ่านมาครับ... (ปกติขอทีไร นอกจากจะไม่ได้แล้ว ยังต้องเสียน้ำตาซะทุกครั้งไป )

ผักบุ้งรวบรวมความกล้า และขอ "โดยใช้สีหน้า และน้ำเสียงพูดที่ดูจริงจังและไม่หลบตา" โดยให้เหตุผลประกอบการขอไปว่า

ผักบุ้งพูด "ถ้าอย่างนั้นขอทำก่อน แต่ให้บุ้งบริหารเองแล้วถ้าไม่รอด "ก็จะหยุดทำ" แล้วจะทำตามที่ป๋ากับแม่บอกทุกอย่าง

"ครั้งนี้ขอพิสูจน์ตัวก่อน" ขอให้แม่เชื่อใจ และไว้ใจ ไม่ต้องเป็นห่วง เพราะบุ้งคิดว่าถ้าทำแล้วดี เราจะได้มีเงินตรงนี้มา

support ที่บ้าน
มาใช้หนี้ที่บ้าน และถ้าขายดีจริง กำไรก็ให้แม่หมด เท่ากับว่าบุ้งเป็น ผู้จัดการของร้าน"

คุณแม่ทำหน้าครุ่นคิด และตอบกลับมาว่า "ถ้าอย่างงั้นเสร็จก่อนสงกรานมั้ย?" (ได้ซะงั้น - -" )



ตัดมาที่จุดนี้ครับ... มาดูกันครับ ว่าเคสนี้ให้อะไรกับเราบ้าง เกี่ยวกับ"จิตวิทยาการขอ"ตรงไหน... ตามผมมาครับ

จะเห็นได้ว่า
... ผักบุ้งต้องการที่จะทำ"ร้านอาหาร" ที่บ่อตกปลาแห่งนี้มานานแล้ว แต่ทุกครั้งที่เสนอความคิดนี้ไป

จะถูกคุณแม่ปฎิเสธทุกครั้ง เสียน้ำตาตลอด แต่จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ที่ ผักบุ้ง "ไม่ยอมแพ้ครับ"และ"กล้าที่จะขอ"ครับ

โดยครั้งนี้อาศัย "การขอนิดส์นึง : แบบตรงไปตรงมา จริงใจและมีเหตุผล" ประกอบกับเหตุการณ์ในวันนั้นช่างเป็นใจครับ

คุณแม่ของผักบุ้งกำลังเครียดกับการขาดทุนอยู่พอดี ทางเลือกที่ผักบุ้งพยายามเสนอไปให้กว่า 10 ครั้งนี้ (ขอนิดส์นึง)

จึงเป็นทางออกที่สมเหตุสมผล ประกอบกับความตั้งใจจริงที่ผักบุ้งได้แสดงออกมาในครั้งนี้ ทำให้การขอนี้สำเร็จครับ ^^



เป็นอย่างไรกันบ้างครับ... กับ "การขอนิดส์นึง : แบบตรงไปตรงมา จริงใจและมีเหตุผล" การที่เราต้องการจะเปลี่ยนแปลง

ความคิดใครสักคน เราต้องค่อยๆขอครับ ใจเย็นๆ อย่าท้อ และให้เวลาเขาสักหน่อย... ถ้าสิ่งที่เราขอนั้นมันเป็นประโยชน์ มีเหตุผล

เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ตัวมันเองครับ อย่างเคสนี้ผักบุ้งใช้ความพยายามมากกว่า 10 ครั้ง คุณแม่ถึงยอมรับความคิดนี้ของเธอ

ลองนำไปปรับใช้กันดูครับ
... การขอแบบตรงไปตรงมา จริงใจ และมีเหตุผลนี้ มันจะให้ผลลัพธ์ที่น่าแปลกใจกับคุณเลยทีเดียว


แล้วคุณละคิดยังไง ^^

 

ท่านที่สนใจจะอ่านเคสอื่นๆที่คล้ายกับเคสของผักบุ้งนี้ >>>คลิกอ่านได้ที่นี้ครับ<<<