ขอสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการเรื่อง

“ ประเทศต้องปฏิรูปอย่างไรเพื่อเกษตรกรไทยพ้นวิกฤต”(ต่อ)

จากการระดมความเห็นผู้เข้าประชุมในช่วงบ่ายของการประชุมมี 2 ประเด็นหลักคือ

(1) ปัญหาที่มีความสำคัญสูงสุดและจำเป็นต้องรีบดำเนินการอย่างเร่งด่วนเนื่องจากส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ความปลอดภัย ความมั่นคงด้านอาหาร ความยั่งยืนของภาคเกษตรกรรม ความเข้มแข็งของชุมชน และสังคมไทยโดยรวม สรุปได้ดังนี้คือ

1.เกษตรกรไม่เข้าใจเรื่องการเจรจาการค้าเสรี(FTA) และไม่มีความมั่นใจหรือศรัทธาในคุณค่าของเกษตรกรรม กระบวนทัศน์และวิธีคิดของเกษตรกรไม่ชัดเจนเน้นการเกษตรเชิงเดี่ยวและการใช้สารเคมี  ถูกครอบงำทางความคิดทำการเกษตรเพื่อการค้ามากกว่าทำการเกษตรตามภูมิปัญญา

2.ปัญหาการแย่งชิงทรัพยากร/ใช้ทรัพยากรไม่มีประสิทธิภาพ เสื่อมโทรม เกษตรกรไม่มีที่ดินทำกิน ที่ดินเสื่อมสภาพมาก

3.ปัญหาความอ่อนแอของเกษตรกรไม่สามารถพึ่งตนเองได้ ขาดองค์ความรุ้ในการทำเกษตรยั่งยืน

4.ปัญหาขาดการสืบทอดอาชีพเกษตรกรรม คนรุ่นใหม่ไม่นิยมการทำการเกษตร อันเนื่องมาจากระบบการศึกษาสอนให้เกษตรกรห่างไกลจากอาชีพเกษตรกรรม

5.ปัญหาการทำงานของภาครัฐที่ไม่ทันกระแสโลก ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในนโยบายด้านเศรษฐกิจ นโยบายส่งเสริมพืชพลังงานทำให้มีผลกระทบต่อความมั่นคงทางอาหาร การปล่อยให้มีการโฆษณาชวนเชื่อ เจ้าหน้าที่ของรัฐบางคนเป็นเครื่องมือนายทุน และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าไปมีบทบาทต่ออาชีพเกษตรค่อนข้างน้อย นโยบายการเกษตรด้านคุณภาพชีวิตเกษตรกรไม่ชัดเจน การพัฒนาทางเศรษฐกิจไม่สอดคล้องกับวิถีชีวิตในชุมชนเช่นสร้างโรงไฟฟ้า การทำงานภาครัฐไม่ประสานงานกันเท่าที่ควร

6.ปัญหาการส่งเสริมการบริโภคสีเขียวยังไม่แพร่หลายยังอยู่ในวงแคบ บางกลุ่มเท่านั้น

7.ปัญหาการผูกขาดด้านเมล็ดพันธุ์และการตลาด ทำให้เกษตรกรไม่สามารถพึ่งตนเองได้ต้องซื้อทุกฤดูกาล

ทางออก

1.การบริโภคอย่างยั่งยืน ขยายวงให้ผู้บริโภคมีส่วนร่วมในการสนับสนุนการเกษตรยั่งยืนให้มากขึ้น

2.ภาครัฐให้ความสำคัญการผลิตที่ไม่เน้นการส่งออก

3.ส่งเสริมคนรุ่นใหม่ให้ทำเกษตรกรรม

4.ลดการใช้สารเคมีและห้ามการโฆษณาชวนเชื่อเรื่องการใช้สารเคมี

5.ส่งเสริมให้เกษตรกรมีการรวมกลุ่มกันมากขึ้นเพื่อจะได้มีพลังต่อรอง

6.เน้นให้มีการใช้พันธุกรรมท้องถิ่นทั้งพืชและสัตว์มากขึ้น

(2) สปกช.ควรมีบทบาทและดำเนินยุทธศาสตร์ตลอดจนมีแผนการดำเนินงานอย่างไร ในช่วงเวลา 3 ปี สรุปได้ดังนี้คือ

1.สร้างฐานข้อมูลที่เกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย มีองค์ความรู้ที่เปรียบเทียบและเข้าใจ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ให้เกษตรกรได้รับรู้ทันต่อสถานการณ์ โดยมีบุคลากรมืออาชีพเป็นผู้จัดเก็บ และทำให้น่าสนใจ

2.มียุทธศาสตร์เชิงรุกในการสร้างกระบวนทัศน์ใหม่ในการปฏิรูประบบและยุทธศาสตร์ด้านการฟื้นฟูภูมิปัญญาเกษตรกรรมยั่งยืน

3.มีการทำสมัชชาทุกระดับโดยเฉพาะระดับพื้นที่ ควรทำงานโดยใช้ชุมชนเป็นตัวขับเคลื่อน

4.เชื่อมโยงภาคีต่าง ๆ โดยเฉพาะเกษตรกรและเครือข่ายผู้บริโภค  สนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มเกษตรกรและพัฒนาศักยภาพเกษตรกร  สนับสนุนให้มีการพัฒนาแหล่งเรียนรู้

5.ควรกำหนดวิสัยทัศน์ สปกช.ให้ชัดเจน

6.จัดทำข้อเสนอให้รัฐเรื่องเกษตรกรรมยั่งยืน สร้างกองทุนเกษตรกรรมยั่งยืนจากภาษีสารเคมี

7.สนับสนุนการสร้างทายาทในภาคการเกษตรและสร้างศักดิ์ศรีของเกษตรกรกลับคืนมา รวมทั้งสร้างสิทธิเกษตรกรในการเป็นเจ้าของพันธุกรรม

 

ผลการประเมินผู้เข้าร่วมสัมมนาพบว่า ผู้เข้าสัมมนามีความพึงพอใจต่อสถานที่จัดประชุม อาหารกลางวันและอาหารว่าง วัน/เวลาในการประชุม เนื้อหาสาระการประชุม การได้รับประโยชน์จากการประชุมในระดับมากทุกประเด็น และยินดีจะเข้าร่วมประชุมในครั้งต่อไปอีก

ธุวนันท์ พานิชโยทัย

19 ก.พ.53