ศิลปะแห่งการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง

มีหนังสือดีๆมาฝากผมเสมอครับ เล่มล่าสุด

(ขออภัยครับ ไม่ชัด)
ศิลปะการจัดกระบวนการเรียนรู้เพื่อการเปลี่ยนแปลง : คู่มือกระบวนกรจิตตปัญญาศึกษา เขียนโดย ธนา นิลชัยโกวิทย์ และ อดิศร จันทรสุข
ขอยกมาสั้นๆ สักประเด็น ว่าด้วยลักษณะที่เป็นปัญหาหรืออุปสรรคต่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ มี 5 ลักษณะ คือ
1. การยึดกรอบความคิดของตน
2. การวางตัวเหนือผู้เข้าร่วมกระบวนการ
3. การมีท่าทีคุกคาม
4. การไม่เปิดรับ
5. การไม่รู้จริง
ผมอ่านแล้วถึง "บางอ้อ" เลยครับ ว่าทำไมเวทีกระบวนกรบางเวทีจึงไม่สำเร็จ เพราะจากการที่ผมสังเกตเวทีครอบครัวสุขภาวะบางเวที ทั้งผู้ปกครองและเด็กไม่พูดครับ
คุณครูก็พยายามคาดคั้นคะยั้นคะยอให้พูด แต่ยิ่งให้พูด ก็ยิ่งถอยครับ ทั้งๆที่ก็เขียนปัญหากันมาหลากหลาย
ผมว่าประเด็นหลักๆน่าจะอยู่ที่ตรงนี้ครับ นั่นคือ
คุณครูผู้ทำหน้าที่วิทยากรกระบวนการ ยังวางตัวเหนือผู้เข้าร่วมกระบวนการ และ ลึกๆแล้ว ก็ยังมีท่าทีคุกคามอยู่ครับ ทั้งน้ำเสียง คำพูด สีหน้าท่าทาง และ สายตา
ประเภทดูเหมือนใจดี แต่ยังมีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกมาครับ ผมว่าเรื่องรังสีอำมหิตนี่ น่าจะสัมผัสได้ไม่ยากนัก แม้ภายนอกจะมองดูว่าใจดีเป็นกันเอง
คุณครูบางท่าน ดูภายนอกก็ดูเหมือนใจดี พูดจากับเด็กก็ลูกอย่างนั้นลูกอย่างนี้ พูดจาไพเราะอ่อนหวาน แต่ผมเห็นเด็กนั่งกันตัวลีบ ฟังกันเงียบกริบ
ผมยกมาแค่สองข้อก่อนนะครับที่เป็นอุปสรรคในการสื่อสาร ส่วนอีก 3 ข้อ ก็มีความสำคัญมากๆ ของอุปสรรคในการเป็นกระบวนกร
ทั้ง 5 เรื่อง เป็นอุปสรรคที่สำคัญ ที่ผมว่าคงจะไม่ใช่อุปสรรคเฉพาะของนักกระบวนกรเท่านั้นหรอกนะครับ
ผมว่าบรรดานักการศึกษา ทั้งคุณครู ผู้บริหาร และ ศึกษานิเทศก์ อุปสรรคเหล่านี้ก็มีความสำคัญไม่นิ่งหย่อนไปกว่ากันครับ
ที่สำคัญ ปัญหาของการศึกษาที่ว่าเด็ก "คิดวิเคราะห์ไม่เป็น" ผมว่าต้นเหตุน่าจะมาจากตรงนี้แหละครับ อย่าไปโทษเด็กเลย
ปฏิรูปการศึกษาไม่ว่ารอบไหนๆ ถ้าไม่ขจัดอุปสรรคเหล่านี้ไปในวงการศึกษา ผมว่าไปลำบากครับ
วันหยุดจะไปร้านหนังสือครับ ขอบคุณครับท่านรอง
* ผมอ่านแล้วดีมากเลยครับ นำมาใช้ในวงการศึกษาได้เป็นอย่างดี ทั้งการบริหาร และ การเรียนการสอน
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ
ไม่ได้อยู่ในวงการศีกษา..แต่ชอบศึกษา
อ่านที่สรุปมาแล้วน่าสนใจมากค่ะ
คงต้องไปหามาไว้ศึกษาแล้วละค่ะ
ขอบคุณที่แนะนำหนังสือดี ๆ ให้อ่าน
(เห็นด้วย ล้านเปอร์เซ้นต์ครับ และขอเสริมเรื่องเร่งด้สนที่ต้องปฏิรูปคือ ปฏิรูปที่ "ใจ" ก่อนครับ)
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับที่เข้ามาเยี่ยม
สวัสดีค่ะท่านรองฯ จะดูเด็กให้พิจารณาที่ครู คำนี้ได้ผลเสมอค่ะ
* ดูเด็กให้พิจารณาที่ครู
* ดูครู ให้พิจารณาที่ผู้บริหาร ใช่ใหมครับ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับท่านรองฯ
สนับสนุนทั้ง 5 ข้อครับ
แถมอีก 1 ข้อครับ ไม่ให้เกียรติผู้ร่วมกระบวนการครับ
ขอบคุณครับ
* แถมอีก 1 ข้อครับ ไม่ให้เกียรติผู้ร่วมกระบวนการ
ขอบคุณครับ
จริงค่ะ..เดี๋ยวนี้เด็กวิเคราะห์ไม่เป็น..นี่จะสอบ NT ป.3 แล้ว ครูบันเทิงมึนตึ๊บ ทุกวันเลย..
วันนี้ก็แวะเอาโปรแกรมดีๆแก้มึนมาฝากค่ะ..ท่าน
ขอบคุณท่านรองฯที่มีหนังสือดีมาแนะนำและเปลี่ยนภาพใหม่ก็ดูเท่ห์ดีนะคะเดินทางบ่อยๆรักษาสุขภาพด้วยนะคะท่านฯ
สวัสดีค่ะ ท่านรอง
1. การยึดกรอบความคิดของตน
2. การวางตัวเหนือผู้เข้าร่วมกระบวนการ
3. การมีท่าทีคุกคาม
4. การไม่เปิดรับ
5. การไม่รู้จริง
ข้อแรก ก็เป็นปัญหาสำคัญ ที่ปิดกั้น ในทุกกิจกรรมแล้ว มีคนเปรียบว่าเหมือน"น้ำเต็มแก้ว" คงจะเป็นลักษณะนี้ ตนคิดถูก คนอื่นคิดผิด ไม่มีการฟัง ไม่ไตร่ตรอง ..ผลคือการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เด็กเรียนรู้เพื่อจำ ไม่ได้นำไปใช้ แก้ปัญหาไม่ได้ ประเทศจึงวุ่นวาย อย่างนี้แหละ
แต่หนังสือเล่มนี้น่าอ่านจริง ๆ ขอบคุณสำหรับสิ่งดีดี ที่แบ่งปัน
nt ก็เป็นความเอาจริงเอาจังของคุณครูครับ
เป็นกำลังใจให้ครับ
ขอบคุณครับ
ขอบคุณมากครับ ที่เข้ามาเยี่ยม
ตนคิดถูก คนอื่นคิดผิด ไม่มีการฟัง ไม่ไตร่ตรอง
(นี่แหละครับ ส่งผลลบในทุกๆเรื่อง เพราะไม่ฟัง)
..ผลคือการศึกษาไทยที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน เด็กเรียนรู้เพื่อจำ ไม่ได้นำไปใช้ แก้ปัญหาไม่ได้
(ครับ ต้องฟังครูอย่างเดียว)
ประเทศจึงวุ่นวาย อย่างนี้แหละ
(ส่วนหนึ่งก็มาจากการไม่ฟังนะครับ)
ขอบคุณมากครับ