...บทจะไป ใครก็ห้ามไม่ได้...





เมื่อวันพุธที่ 17 กุมภาพันธ์ 53  ที่ผ่านมา ภรรยาผมได้รับโทรศัพท์จากน้องชายว่า  น้องชายพ่อได้เสียชีวิตที่โรงพยาบาล ทุกคนต่างตกใจเพราะเป็นการจากไปอย่างกะทันหัน สาเหตุของการเสียชีวิตไม่แน่ชัดเพราะทางโรงพยาบาลไม่ได้อธิบายอย่างละเอียด รู้แต่ว่าอามีอาการปวดท้อง เลยเข้าไปรับการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี อาเลือกรับการรักษาที่โรงพยาบาลเอกชนเพราะกลัวว่าโรงพยาบาลของรัฐจะรักษาไม่ดี ให้บริการไม่ดี อาไปนอนโรงพยาบาลได้คืนเดียวพอวันที่สอง อามีอาการทรุดลงอย่างกะทันหัน และเสียชีวิตก่อนที่ พ่อและแม่ภรรยาของผมจะทันได้ไปเยี่ยม

 

 

 

วันพฤหัสที่ 18 กุมภาพันธ์ 53 แม่ภรรยาโทรมาเล่าให้น้องภรรยาฟังอีกว่า ทางเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้ฉีดยาบางตัวให้กับอาถึงสี่เข็ม หลังจากนั้นอาก็มีอาการกระวนกระวายและเสียชีวิตในที่สุด ส่วนยาที่ฉีดก็ยังไม่ทราบว่าเป็นยาอะไร ฉีดเพื่ออะไร และฉีดยาเกินขนาดหรือเปล่า ไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากทางโรงพยาบาล แม่ยังเล่าอีกกว่า สุดท้ายต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณเจ็ดหมื่นบาทโดยที่แทบจะไม่มีความหวังที่จะทราบสาเหตุของการเสียชีวิต พ่อของภรรยาผมก็โมโหมากเพราะทางโรงพยาบาลทำเหมือนไม่ปกติ อธิบายไม่ได้ และดูอาการของอาแล้วไม่น่าเชื่อว่าจะถึงกับจะเสียชีวิต ที่ผมคิดเอง คือ อาอาจจะแพ้ยา หรือ ช็อคเฉียบพลันจากยาเกินขนาดก็เป็นได้ เพราะดูแล้วโรงพยาบาลไม่แสดงความจริงใจ และ รับผิดชอบอะไรเลย หรือว่าเห็นว่าเป็นชาวบ้านตาดำๆจะบอกหรือไม่บอกอะไรก็ได้

 

 

 

การรักษาตัวในโรงพยาบาลก็มีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าโรงพยาบาลทำเต็มความสามารถ ไม่มีลับลมคมใน สามารถอธิบายได้ ญาติคงไม่ติดใจเอาความ แต่ถ้าเกิดการรักษาที่ไม่ได้มาตรฐานจริงๆ หมอ พยาบาล ควรจะแสดงความรับผิดชอบบ้าง ถึงแม้ว่าชีวิตคนๆหนึ่งจะไม่มีวันย้อนกลับมา เรื่องนี้ถ้าใครต้องไปรักษาพยาบาลก็ควรระวังตัวไว้บ้างก็ดีครับ ทั้งตัวผู้ป่วย และ ญาติต้องถามให้ละเอียดถ้าสงสัยว่ายานี้เพื่ออะไร อันตรายไหม มากเกินไปหรือเปล่า เพราะเราก็ควรรักษาสิทธิของตัวเองบ้าง แม้เราจะเป็นแค่คนที่ไม่มีความรู้มากมายก็ตาม

 

 

 


ชีวิตนี่ช่างเปราะบางจริงๆนะครับ แตกดับได้โดยไม่มีใครคาดการณ์ได้

 

 

สิ่งที่เที่ยงแท้และจะไม่แปรเปลี่ยน คือ ชีวิตนั้นไม่เที่ยงครับ