ข่าวมิจฉาชีพสารพัดรูปแบบ กรณีนี้เจอเข้ากับตัวเองจึงอยากจะแบ่งปัน เพื่อให้ทุกท่านระวังโจรพวกนี้ด้วยนะคะ

สวัสดีค่ะ....บ่ายวันนี้ขอเบียดเวลาทำงานมาแบ่งปันข่าวสารเพื่อเตือนภัยใกล้ตัวที่ เจอกับตัวเองเมื่อก่อนเที่ยงวันนี้ให้กัลยาณมิตรทราบ  เพื่อจะได้ระวังตัวเองและบอกคนใกล้ตัวให้ ระวังพวกมิจฉาชีพพวกนี้ด้วยค่ะ

เริ่มจากมีโทรศัพท์เข้ามาที่มือถือของเรา หมายเลขที่แสดงให้เห็น คือ “086226994822”   มีเสียงเทปอัตโนมัติแจ้งว่าขณะนี้ท่านมียอดคงค้างของบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพจำนวน 36,000 บาท โดยสามารถชำระขั้นต่ำได้จำนวน 5000 บาท ต้องการฟังข้อมูลซ้ำกรุณากดหมายเลข 9  ต้องการติดต่อเจ้าหน้าที่กรุณากด 1   ดิฉันก็กดทั้ง 9 และ 1 เลยค่ะ

กด 9 เพราะไม่แน่ใจว่าใช่เราหรือเปล่า เพราะไม่เคยใช้บัตรเครดิตของธ.กรุงเทพ  ส่วนกด 1 เพื่อสอบถามเจ้าหน้าที่ธนาคาร  เขาขอทราบข้อมูลส่วนตัวค่ะ หมายเลขบัตรประชาชน ก็บอกไป เขาก็ว่าคุณชาดาใช่มั้ยคะ แล้วก็ถามว่าติดต่อเรื่องอะไร ก็บอกไปว่าตะกี้มีระบบโทรศัพท์อัตโนมัติเข้ามาแจ้งว่ามียอดค้างชำระ  ทางเจ้าหน้าที่ก็แจ้งว่าดิฉันไปขอทำบัตรเครดิตที่ธ.กรุงเทพ ห้วยขวาง ดิฉันก็แจ้งไปว่า บ้าแล้วดิฉันอยู่เชียงใหม่  จนท.ผู้หญิงท่านนี้ก็ตอบมาว่าถ้าเช่นนั้น แสดงว่าดิฉันกำลังถูกปลอมแปลงเอกสารแล้ว ถ้างั้นทางเราจะแจ้ง ปปส. ให้ติดต่อกับมาที่ดิฉันด่วน คิดว่าภายในไม่เกิน 5 นาทีนี้ ดิฉันจะได้รับสายจากเจ้าหน้าที่ตำรวจนะคะ

สักพักก็มีสายเข้ามาแต่หมายเลขไม่แสดงหมายเลข แต่แสดงเป็นข้อความ "ส่วนตัว" เสียงผู้ชายบอกว่าชื่อร้อยตำรวจตรี อนันต์  ใจแก้ว  เขาบอกมาว่า เมื่อกี้ผมได้รับแจ้งจากธนาคารกรุงเทพว่าคุณชาดาไม่ชำระค่าบัตรเครดิต  ดิฉันตอบไปทันทีว่าจะชำระได้ยังไงก็ดิฉันไม่ได้ทำ  เขาก็ว่าถ้างั้นคุณจะแจ้งความเลยมั้ย ผมจะได้ลงบันทึกไว้เป็นหลักฐาน  ดิฉันถามย้อนไปว่า ดิฉันแจ้งความทางโทรศัพท์ได้ด้วยเหรอคะ ก็ดิฉันยังไม่เห็นเอกสารอะไรเลย แล้วก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไปทำผิดอะไร แล้วจะให้แจ้งความอะไรล่ะคะ  เขาถามดิฉันกลับมาด้วยเสียง(ดุๆ) ว่าก็ตอนนี้ทางธนาคารแจ้งมาว่าคุณไม่ได้ชำระเงิน แล้วคุณก็บอกว่าคุณไม่ได้เป็นเจ้าของบัตรใช่หรือไม่ครับ  ดิฉันตอบว่าใช่ค่ะ  แต่ดิฉันแปลกใจว่าแจ้งความได้เลยเหรอคะ เพราะนึกในใจว่าตำรวจสมัยนี้ทำงานได้ไวดีแท้  แต่ก็แปลกใจว่า ปปส  ไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะเนี่ย 

ดิฉันยืนยันว่าไม่เคยใช้บัตรเครดิตนี้ ขอยืนยันว่าไม่ได้ไปติดต่อทำบัตรเครดิตใดๆ ที่ธนาคารกรุงเทพในวันที่ 15 มค 53 ตามข้อมูลที่คุณแจ้งมาเลย เขาก็หลอกถามอีกว่า แล้วเคยมีประวัติทำเอกสารหายหรือไม่ เช่นกระเป๋าเงินหาย หรือไปค้ำประกันให้ใครหรือไม่ ดิฉันตอบว่ากระเป๋าหายเคย แต่ค้ำประกันไม่เคย  แล้วเขาก็ถามต่อว่า แล้วเคยเปิดบัญชีไว้แล้วไม่เดินบัญชี มีหรือไม่ ดิฉันตอบว่ามีแต่ไม่ได้ใช้นานมากจนจำไม่ได้แล้ว เขาถามว่าแล้วในนั้นมีเงินหรือไม่ ดิฉันตอบว่าไม่มีหรอกฉันไม่เก็บเงินไว้ในบัญชี  ไม่ใช้บัตรเครดิต มีเงินเท่าไหร่ก็ใช้เท่านั้น(ยังไปบอกเขาอีก....555++)  ถ้าจะมีก็แค่ไม่กี่บาท เขาก็ถามต่อว่าแล้วใช้ธนาคารไหนอยู่ ดิฉันบอกว่าไทยพาณิชย์ เขาก็ถามทันทีว่า แล้วตอนนี้มีเงินในธนาคารอยู่เท่าไหร่จำได้มั้ย ดิฉันตอบว่าจำไม่ได้  เขาก็ถามย้ำว่าประมาณเอาก็ได้ครับ ถามย้ำแบบเร่งเร้าเอาคำตอบให้ได้  ดิฉันว่าจำไม่ได้ไม่ใช้นานแล้วน่าจะไม่เกินพัน เขาเลยบอกว่า ถ้างั้นจะรีบตรวจสอบแล้วจะติดต่อกลับมาใหม่....

ดิฉันเล่าเรื่องนี้ให้คนใกล้ชิดฟัง ท่านแนะนำให้ติดต่อธนาคารกรุงเทพ สนญ.  ดิฉันติดต่อกลับไปแผนกบัตรเครดิต ทราบว่าพวกนี้เป็นพวกมิจฉาชีพ กำลังระบาดช่วงนี้ให้ระวังและฝากเตือนคนรู้จักทุกคนด้วย เพราะมีหลายคนที่ตกเป็นเหยื่อของคนพวกนี้....จะได้ช่วยกันระวังตัวไว้ก่อน....ฝากกระจายข่ายต่อๆ กันไปด้วยนะคะ....จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพพวกนี้....

อืมมมม...เพราะงั้นถ้าใครถามว่า ท่านมีเงินในบัญชีเท่าไหร่ตอบแบบไม่คิดไปเลยค่ะว่า  ไม่มีเงินเลยสักบาท...ปลอดภัยที่สุดเลยอะค่ะ.....ฮาๆ..เอิ้กๆ...

....คิดว่าหากดิฉันตอบไปว่า มีเงินอยู่จำนวนมาก พวกโจรพวกนี้คงจะถามเอารหัส หรือหลอกล่อถามให้ไปเบิกถอนหรือทำหลากหลายวิธีตามข่าวที่เราเคยได้ยินมาก็น่าจะเป็นไปได้   เพราะตอนกระเป๋าถือกับ คอมพิวเตอร์ notebook หายไปตอนนั้น เอกสารทุกอย่างอยู่ในนั้นหมด ไม่ว่าจะเป็น บัตรประชาชน ใบขับขี่ บัตร ATM  ทุกใบ บัตรเครดิต สมุดบัญชีเงินฝาก  เอกสารสำคัญทุกอย่างเพราะวันนั้นไปติดต่อทำธุรกรรมพอดี....แต่เช็คกับทางธนาคารแล้วว่า การที่เราแจ้งอายัติไปแล้ว คนที่ได้ไปไม่สามารถนำสมุดไปเบิกถอนได้  หากเบิกจะถูกจับทันที ก็เลยสบายใจแล้วค่ะ.....แล้วถ้าหากมีเหตุการณ์แบบนี้  อย่าให้ข้อมูลใดๆ กับคนแปลกหน้าทางโทรศัพท์ ขอให้โทรกลับไปเช็คข้อมูลกับสถาบันการเงินต้นสังกัดดีที่สุดนะคะ

ขอให้ทุกท่านโชคดี......
ไม่มีภัยมาเยี่ยมเยียนนะคะ......